เนื้อความทั้งข้อ
[๕๓๓] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครเวสาลีตามพุทธา-
*ภิรมย์ แล้วเสด็จจาริกทางพระนครสาวัตถี เสร็จจาริกโดยลำดับถึงพระนครสาวัตถี
ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขต
พระนครสาวัตถีนั้น
ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุณีด้วยหวังว่า แม้ไฉน ภิกษุ-
*ณีพึงรักใคร่ในพวกเรา ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ...
ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้น้ำโคลนรดนางภิกษุณี รูปใดรดต้องอาบัติ
ทุกกฏ
เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พวกเราจะ
พึงลงทัณฑกรรมอย่างไร แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ... ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์พึงทำภิกษุนั้นให้เป็นผู้ไม่ควรไหว้ ฯ
อถโข ภควา เวสาลิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน
สาวตฺถี เตน จาริกํ ปกฺกามิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā vesāliyaṁ yathābhirantaṁ viharitvā yena sāvatthi tena cārikaṁ pakkāmi.
อ้างอิงพุทธชยันตี 5.490
อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน
สาวตฺถี ตทวสริ ฯ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena sāvatthi tadavasari.
ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย กทฺทโมทเกน โอสิญฺจนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū bhikkhuniyo kaddamodakena osiñcanti—
อ้างอิงPTS 2.262
อปฺเปวนาม
อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
appeva nāma amhesu sārajjeyyunti.
ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ
ฯเปฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
น ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ภิกฺขุนิโย กทฺทโมทเกน โอสิญฺจิตพฺพา✎ ร่าง
“Na, bhikkhave, bhikkhunā bhikkhuniyo kaddamodakena osiñcitabbā.
โย โอสิญฺเจยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส✎ ร่าง
Yo osiñceyya, āpatti dukkaṭassa.
อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺส
ภิกฺขุโน ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
Anujānāmi, bhikkhave, tassa bhikkhuno daṇḍakammaṁ kātun”ti.
อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ✎ ร่าง
Atha kho bhikkhūnaṁ etadahosi—
กินฺนุ
โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู✎ ร่าง
“kiṁ nu kho daṇḍakammaṁ kātabban”ti?
ภควโต เอตมตฺถํ
อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
อวนฺทิโย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน กาตพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
“Avandiyo so, bhikkhave, bhikkhu bhikkhunisaṅghena kātabbo”ti.