‹ กลับ
อัมพัฏฐสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 149 · ที.สี. ๙/๑๙๒๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๙] อัมพัฏฐะ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้าอุกกากราชทรงพระประสงค์จะพระราชทาน สมบัติให้แก่พระโอรสของพระมเหสีผู้ที่ทรงรักใคร่โปรดปราน จึงทรงรับสั่งให้พระเชฏฐกุมาร คือพระอุกกามุขราชกุมาร พระกรกัณฑุราชกุมาร พระหัตถินีกราชกุมาร และพระสีนิปุระราชกุมาร ออกจากพระราชอาณาเขต พระกุมารเหล่านั้น เสด็จออกจากพระราชอาณาเขตแล้ว จึงไปตั้งสำนัก อาศัยอยู่ ณ ราวป่าไม้สากะใหญ่ริมฝั่งสระโปกขรณีข้างภูเขาหิมพานต์ พระราชกุมารเหล่านั้น ทรงสำเร็จการอยู่ร่วมกับพวกพระภคินีของพระองค์เอง เพราะกลัวพระชาติจะระคนปนกัน. อัมพัฏฐะ ต่อมาพระเจ้าอุกกากราชตรัสถามหมู่อำมาตย์ราชบริษัทว่า บัดนี้พวกกุมาร อยู่กัน ณ ที่ไหน?. พวกอำมาตย์กราบทูลว่า ขอเดชะ มีราวป่าไม้สากะใหญ่อยู่ริมฝั่งสระโบกขรณีข้างภูเขา หิมพานต์ บัดนี้ พระราชกุมารทั้งหลายอยู่ ณ ที่นั้น พระราชกุมารเหล่านั้นทรงสำเร็จการอยู่ ร่วมกับพวกพระภคินีของพระองค์เอง เพราะกลัวพระชาติจะระคนปนกัน. อัมพัฏฐะ ทีนั้นพระเจ้าอุกกากราชทรงเปล่งพระอุทานว่า ท่านทั้งหลาย พวกกุมาร สามารถหนอ พวกกุมารสามารถยอดเยี่ยมหนอ. อัมพัฏฐะ ก็พวกที่ชื่อว่าศากยะปรากฏตั้งแต่กาลครั้งนั้นเป็นต้นมา และพระเจ้าอุกกากราช พระองค์นั้น เป็นบรรพบุรุษของพวกศากยะ และพระเจ้าอุกกากราชมีนางทาสีคนหนึ่งชื่อทิสา นางคลอดบุตรคนหนึ่ง ชื่อกัณหะ กัณหะพอเกิดมาก็พูดได้ว่า แม่จงชำระฉัน จงให้ฉันอาบน้ำ แม่จ๋า ขอแม่จงปลดเปลื้องฉัน จากสิ่งโสโครกนี้ ฉันเกิดมาเพื่อประโยชน์แก่แม่. อัมพัฏฐะ มนุษย์สมัยนี้เรียกปีศาจว่า ปีศาจ ฉันใด มนุษย์สมัยนั้นก็ฉันนั้น เรียกปีศาจ ว่า คนดำ มนุษย์เหล่านั้นจึงกล่าวกันเช่นนี้ว่า ทารกนี้พอเกิดมาก็พูดได้ คนดำเกิดแล้ว ปีศาจเกิดแล้ว. อัมพัฏฐะ ก็พวกที่ชื่อว่ากัณหายนะ ปรากฏตั้งแต่กาลครั้งนั้นเป็นต้นมา และ กัณหะนั้นเป็นบรรพบุรุษของพวกกัณหายนะ. อัมพัฏฐะ เธอระลึกถึงโคตรเก่าแก่อันเป็นของมารดาบิดาดูเถิด พวกศากยะเป็นลูกเจ้า เธอเป็นลูกทาสีของพวกศากยะ ด้วยประการฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (21 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 13
dn3:1.15.8 #
ภูตปุพฺพํ อมฺพฏฺฐ ราชา อุกฺกาโก ยา สา มเหสี@เชิงอรรถ: ๑ สี. โอกฺกากํ ฯ ๒ สี. ทิสฺสนฺติ ฯ ปิยา มนาปา ตสฺสา ปุตฺตสฺส รชฺชํ ปริณาเมตุกาโม เชฏฺฐกุมาเร รฏฺฐสฺมา ปพฺพาเชสิ✎ ร่าง
Bhūtapubbaṁ, ambaṭṭha, rājā okkāko yā sā mahesī piyā manāpā, tassā puttassa rajjaṁ pariṇāmetukāmo jeṭṭhakumāre raṭṭhasmā pabbājesi—
อัมพัฏฐะ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระเจ้าอุกกากราชทรงพระประสงค์จะพระราชทาน สมบัติให้แก่พระโอรสของพระมเหสีผู้ที่ทรงรักใคร่โปรดปราน จึงทรงรับสั่งให้พระเชฏฐกุมาร คือพระอุกกามุขราชกุมาร พระกรกัณฑุราชกุมาร พระหัตถินีกราชกุมาร และพระสีนิปุระราชกุมาร ออกจากพระราชอาณาเขต🤖 AI จับคู่
Once upon a time, King Okkāka, wishing to divert the royal succession to the son of his most beloved queen, banished the elder princes from the realm—
อ้างอิงสยามรัฐ 9.121
dn3:1.15.9 #
อุกฺกามุขํ กรกณฺฑุํ หตฺถินิกํสินิปุรํ ฯ✎ ร่าง
okkāmukhaṁ karakaṇḍaṁ hatthinikaṁ sinisūraṁ.
พระกุมารเหล่านั้น เสด็จออกจากพระราชอาณาเขตแล้ว จึงไปตั้งสำนัก อาศัยอยู่ ณ ราวป่าไม้สากะใหญ่ริมฝั่งสระโปกขรณีข้างภูเขาหิมพานต์🤖 AI จับคู่
Okkāmukha, Karakaṇḍa, Hatthinika, and Sinisūra.
dn3:1.15.10 #
เต รฏฺฐสฺมา ปพฺพาชิตา หิมวนฺตปสฺเส โปกฺขรณิยา ตีเร มหาสากวนสณฺโฑ ตตฺถ วาสํ กปฺเปสุํ ฯ✎ ร่าง
Te raṭṭhasmā pabbājitā himavantapasse pokkharaṇiyā tīre mahāsākasaṇḍo, tattha vāsaṁ kappesuṁ.
They made their home beside a lotus pond on the slopes of the Himalayas, where there was a large grove of sakhua trees.
dn3:1.15.11 #
เต ชาติสมฺเภทภยา สกาหิ ภคนีหิ สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสุํ ฯ✎ ร่าง
Te jātisambhedabhayā sakāhi bhaginīhi saddhiṁ saṁvāsaṁ kappesuṁ.
พระราชกุมารเหล่านั้น ทรงสำเร็จการอยู่ร่วมกับพวกพระภคินีของพระองค์เอง เพราะกลัวพระชาติจะระคนปนกัน🤖 AI จับคู่
For fear of breaking their line of birth, they slept with their own (saka) sisters.
dn3:1.15.12 #
อถโข อมฺพฏฺฐ ราชา อุกฺกาโก อมจฺเจ ปาริสชฺเช อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho, ambaṭṭha, rājā okkāko amacce pārisajje āmantesi:
อัมพัฏฐะ ต่อมาพระเจ้าอุกกากราชตรัสถามหมู่อำมาตย์ราชบริษัทว่า🤖 AI จับคู่
Then King Okkāka addressed his ministers and councillors,
อ้างอิงPTS 1.93 · ฉัฏฐสังคายนา 1.81 · พุทธชยันตี 7.160
dn3:1.15.13 #
กหํ นุ โข โภ เอตรหิ กุมารา สมฺมนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
‘kahaṁ nu kho, bho, etarahi kumārā sammantī’ti?
บัดนี้พวกกุมาร อยู่กัน ณ ที่ไหน?🤖 AI จับคู่
‘Where, sirs, have the princes settled now?’
dn3:1.15.14 #
อตฺถิ เทว หิมวนฺตปสฺเส โปกฺขรณิยา ตีเร มหาสากวนสณฺโฑ ตตฺเถตรหิ กุมารา สมฺมนฺติ✎ ร่าง
‘Atthi, deva, himavantapasse pokkharaṇiyā tīre mahāsākasaṇḍo, tatthetarahi kumārā sammanti.
‘Sire, there is a lotus pond on the slopes of the Himalayas, by a large grove of sakhua trees. They’ve settled there.
dn3:1.15.15 #
เต ชาติสมฺเภทภยา สกาหิ ภคินีหิ สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Te jātisambhedabhayā sakāhi bhaginīhi saddhiṁ saṁvāsaṁ kappentī’ti.
For fear of breaking their line of birth, they are sleeping with their own sisters.’
dn3:1.15.16 #
อถโข อมฺพฏฺฐ ราชา อุกฺกาโก อุทานํ อุทาเนสิ✎ ร่าง
Atha kho, ambaṭṭha, rājā okkāko udānaṁ udānesi:
อัมพัฏฐะ ทีนั้นพระเจ้าอุกกากราชทรงเปล่งพระอุทานว่า🤖 AI จับคู่
Then, Ambaṭṭha, King Okkāka expressed this heartfelt sentiment:
dn3:1.15.17 #
สกฺยา วต โภ กุมารา ปรมสกฺยา วต โภ กุมาราติ ฯ✎ ร่าง
‘sakyā vata, bho, kumārā, paramasakyā vata, bho, kumārā’ti.
ท่านทั้งหลาย พวกกุมาร สามารถหนอ พวกกุมารสามารถยอดเยี่ยมหนอ🤖 AI จับคู่
‘The princes are indeed Sakyans! The princes are indeed the best Sakyans!’
dn3:1.15.18 #
ตทคฺเค โข ปน อมฺพฏฺฐ สกฺยา ปญฺญายนฺติ ฯ โส จ สกฺยานํ ปุพฺพปุริโส ฯ✎ ร่าง
Tadagge kho pana, ambaṭṭha, sakyā paññāyanti; so ca nesaṁ pubbapuriso.
อัมพัฏฐะ ก็พวกที่ชื่อว่าศากยะปรากฏตั้งแต่กาลครั้งนั้นเป็นต้นมา และพระเจ้าอุกกากราช พระองค์นั้น เป็นบรรพบุรุษของพวกศากยะ🤖 AI จับคู่
From that day on the Sakyans were recognized and he was their founder.
dn3:1.16.1 #
รญฺโญ โข ปน อมฺพฏฺฐ อุกฺกากสฺส ทิสา นาม ทาสี อโหสิ✎ ร่าง
Rañño kho pana, ambaṭṭha, okkākassa disā nāma dāsī ahosi.
และพระเจ้าอุกกากราชมีนางทาสีคนหนึ่งชื่อทิสา🤖 AI จับคู่
Now, King Okkāka had a slavegirl named Disā.
อ้างอิงสยามรัฐ 9.122
dn3:1.16.2 #
สา กณฺหํ นาม ชเนสิ ฯ✎ ร่าง
Sā kaṇhaṁ nāma janesi.
นางคลอดบุตรคนหนึ่ง ชื่อกัณหะ🤖 AI จับคู่
She gave birth to a boy named Black.
dn3:1.16.3 #
ชาโต กโณฺห ปพฺยาหาสิ✎ ร่าง
Jāto kaṇho pabyāhāsi:
กัณหะพอเกิดมาก็พูดได้ว่า แม่จงชำระฉัน จงให้ฉันอาบน้ำ แม่จ๋า ขอแม่จงปลดเปลื้องฉัน จากสิ่งโสโครกนี้ ฉันเกิดมาเพื่อประโยชน์แก่แม่🤖 AI จับคู่
When he was born, Black Boy said:
dn3:1.16.4 #
โธวถ มํ อมฺม นฺหาเปถ มํ อมฺม อิมสฺมา มํ อมฺม อสุจิสฺมา ปริโมเจถ อตฺถาย เต ๑- ภวิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
‘dhovatha maṁ, amma, nahāpetha maṁ amma, imasmā maṁ asucismā parimocetha, atthāya vo bhavissāmī’ti.
‘Wash me, mum, bathe me! Get this filth off of me! I will be useful for you!’
dn3:1.16.5 #
ยถา โข ปน อมฺพฏฺฐ เอตรหิ มนุสฺสา ปิสาเจ ปิสาจาติ สญฺชานนฺติ✎ ร่าง
Yathā kho pana, ambaṭṭha, etarahi manussā pisāce disvā ‘pisācā’ti sañjānanti;
Whereas these days when people see goblins they recognize them as goblins,
dn3:1.16.6 #
เอวเมว โข อมฺพฏฺฐ เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ปิสาเจ กณฺหาติ สญฺชานนฺติ ฯ✎ ร่าง
evameva kho, ambaṭṭha, tena kho pana samayena manussā pisāce ‘kaṇhā’ti sañjānanti.
in those days they recognized goblins as ‘blackboys’.
dn3:1.16.7 #
เต เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Te evamāhaṁsu:
They said:
dn3:1.16.8 #
อยํ ชาโต ปพฺยาหาสิ กโณฺห ชาโต ปิสาโจ ชาโตติ ฯ✎ ร่าง
‘ayaṁ jāto pabyāhāsi, kaṇho jāto, pisāco jāto’ti.
‘He spoke as soon as he was born—a blackboy is born! A goblin is born!’
dn3:1.16.9 #
ตทคฺเค โข ปน อมฺพฏฺฐ กณฺหายนา ปญฺญายนฺติ ฯ โส @เชิงอรรถ: ๑ โวติปิ ปาโฐ ฯ จ กณฺหายนานํ ปุพฺพปุริโส ฯ✎ ร่าง
Tadagge kho pana, ambaṭṭha, kaṇhāyanā paññāyanti, so ca kaṇhāyanānaṁ pubbapuriso.
อัมพัฏฐะ ก็พวกที่ชื่อว่ากัณหายนะ ปรากฏตั้งแต่กาลครั้งนั้นเป็นต้นมา และ กัณหะนั้นเป็นบรรพบุรุษของพวกกัณหายนะ🤖 AI จับคู่
From that day on the Kaṇhāyanas were proclaimed, and he was their founder.
dn3:1.16.10 #
อิติ โข เต อมฺพฏฺฐ โปราณํ มาตาเปตฺติกํ นาม โคตฺตํ อนุสฺสรโต อยฺยปุตฺตา สกฺยา ภวนฺติ ทาสิปุตฺโต ตฺวมสิ สกฺยานนฺติ ฯ✎ ร่าง
Iti kho te, ambaṭṭha, porāṇaṁ mātāpettikaṁ nāmagottaṁ anussarato ayyaputtā sakyā bhavanti, dāsiputto tvamasi sakyānan”ti.
อัมพัฏฐะ เธอระลึกถึงโคตรเก่าแก่อันเป็นของมารดาบิดาดูเถิด พวกศากยะเป็นลูกเจ้า เธอเป็นลูกทาสีของพวกศากยะ ด้วยประการฉะนี้แล🤖 AI จับคู่
That’s how, recollecting the ancient name and clan of your mother and father, the Sakyans were the children of the masters, while you’re descended from the son of a slavegirl of the Sakyans.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน