‹ กลับ
เตวิชชสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 370 · ที.สี. ๙/๘๕๔๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๗๐] ดูกรวาเสฏฐะ ได้ยินว่า บรรดาพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา แม้พราหมณ์สักคนหนึ่ง ที่เห็นพรหมเป็นพยาน ไม่มีเลยหรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มีเลย. ดูกรวาเสฏฐะ แม้อาจารย์สักคนหนึ่งของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ที่เห็นพรหมเป็นพยาน ไม่มีเลยหรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มีเลย. ดูกรวาเสฏฐะ แม้ปาจารย์ของอาจารย์แห่งพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ที่เห็นพรหมเป็น พยาน ไม่มีเลยหรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มีเลย. ดูกรวาเสฏฐะ อาจารย์ที่สืบมาแต่เจ็ดชั่วอาจารย์ของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ที่เห็นพรหม เป็นพยาน ไม่มีเลยหรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มีเลย. ดูกรวาเสฏฐะ ได้ยินว่า พวกฤาษีผู้เป็นบุรพาจารย์ของพวกพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา คือ ฤาษีอัฏฐกะ ฤาษีวามกะ ฤาษีวามเทวะ ฤาษีเวสสามิตร ฤาษียมตัคคี ฤาษีอังคีรส ฤาษีภารทวาชะ ฤาษีวาเสฏฐะ ฤาษีกัสสปะ ฤาษีภคุ ซึ่งเป็นผู้ผูกมนต์ บอกมนต์ ที่ในปัจจุบันนี้พวกพราหมณ์ ที่ได้ไตรวิชชา ขับตาม กล่าวตาม ซึ่งบทมนต์เก่านี้ที่ท่านขับมาแล้ว บอกแล้ว รวบรวมไว้แล้ว กล่าวได้ถูกต้อง บอกได้ถูกต้องตามที่ได้กล่าวไว้ บอกไว้ ผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า พวกเรารู้ พวกเราเห็นพรหมนั้นว่า พรหมอยู่ในที่ใด อยู่โดยที่ใด หรืออยู่ในภพใด ดังนี้ มีอยู่หรือ? พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาเหล่านั้น กล่าวอย่างนี้ว่า พวกเราไม่รู้ พวกเราไม่เห็น แต่พวกเรา แสดงหนทางเพื่อความเป็นสหายแห่งพรหมนั้นว่า หนทางนี้แหละ เป็นมรรคาตรง เป็นทางตรง เป็นทางนำออก นำผู้ดำเนินไปตามทางนั้นให้เป็นสหายแห่งพรหมได้.
เทียบรายประโยค (9 ประโยค) คำแปลไทย: ✎ ร่าง 1
dn13:14.1 #
อิติ กิร วาเสฏฺฐ นตฺถิ โกจิ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ เอกพฺราหฺมโณปิ เยน พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐติ ฯ โน หิทํ โภ โคตม ฯ กึ ปน วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
“Iti kira, vāseṭṭha, natthi koci tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ ekabrāhmaṇopi, yena brahmā sakkhidiṭṭho.
ดูกรวาเสฏฐะ เหมือนอย่างว่า บุรุษพึงทำพะองขึ้นปราสาทในหนทางใหญ่ สี่แพร่ง ชนทั้งหลายพึงกล่าวกะเขาอย่างนี้ว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านทำพะองขึ้นปราสาทใด ท่านรู้จักปราสาทนั้นหรือว่าอยู่ในทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก หรือทิศเหนือ✎ ร่าง
“So it seems that none of those brahmins have seen the Divinity with their own eyes,
อ้างอิงPTS 1.239 · สยามรัฐ 9.299 · ฉัฏฐสังคายนา 1.217 · พุทธชยันตี 7.600
dn13:14.2 #
นตฺถิ โกจิ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ เอกาจริโยปิ เยน พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐติ ฯ โน หิทํ โภ โคตม ฯ กึ ปน วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Natthi koci tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ ekācariyopi, yena brahmā sakkhidiṭṭho.
dn13:14.3 #
นตฺถิ โกจิ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อาจริยปาจริโยปิ เยน พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐติ ฯ โน หิทํ โภ โคตม ฯ กึ ปน วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Natthi koci tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ ekācariyapācariyopi, yena brahmā sakkhidiṭṭho.
dn13:14.4 #
นตฺถิ โกจิ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ยาว สตฺตมาจริยมหยุคา เยน พฺรหฺมา สกฺขิ ทิฏฺโฐติ ฯ โน หิทํ โภ โคตม ฯ กึ ปน วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Natthi koci tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ yāva sattamā ācariyāmahayugā yena brahmā sakkhidiṭṭho.
dn13:14.5 #
เยปิ เต กิร เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ปุพฺพกา อิสโย มนฺตานํ กตฺตาโร มนฺตานํ ปวตฺตาโร เยสมิทํ เอตรหิ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา โปราณํ มนฺตปทํ คีตํ ปวุตฺตํ สมีหิตํ ตทนุคายนฺติ ตทนุภาสนฺติ ภาสิตมนุภาสนฺติ วาจิตมนุวาเจนฺติ เสยฺยถีทํ อฏฺฐโก วามโก วามเทโว เวสฺสามิตฺโต ยมตคฺคี องฺคิรโส ภารทฺวาโช วาเสฏฺโฐ กสฺสโป ภคุ เตปิ นํ เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Yepi kira tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ pubbakā isayo mantānaṁ kattāro mantānaṁ pavattāro, yesamidaṁ etarahi tevijjā brāhmaṇā porāṇaṁ mantapadaṁ gītaṁ pavuttaṁ samihitaṁ, tadanugāyanti, tadanubhāsanti, bhāsitamanubhāsanti, vācitamanuvācenti, seyyathidaṁ—aṭṭhako vāmako vāmadevo vessāmitto yamataggi aṅgīraso bhāradvājo vāseṭṭho kassapo bhagu, tepi na evamāhaṁsu:
and not even the ancient seers
dn13:14.6 #
มยเมตํ ชานาม มยเมตํ ปสฺสาม ยตฺถ วา พฺรหฺมา เยน วา พฺรหฺมา ยหึ วา พฺรหฺมาติ ฯ✎ ร่าง
‘mayametaṁ jānāma, mayametaṁ passāma, yattha vā brahmā, yena vā brahmā, yahiṁ vā brahmā’ti.
claimed to know where he is.
dn13:14.7 #
เต ว เตวิชฺชา พฺราหฺมณา เอวมาหํสุ ม✎ ร่าง
Teva tevijjā brāhmaṇā evamāhaṁsu:
Yet the brahmins proficient in the three Vedas say:
dn13:14.8 #
ยํ น ชานาม มยํ น ปสฺสาม ตสฺส สหพฺยตาย มคฺคํ เทเสม✎ ร่าง
‘yaṁ na jānāma, yaṁ na passāma, tassa sahabyatāya maggaṁ desema.
‘We teach the path to the company of that which we neither know nor see.
dn13:14.9 #
อยเมว อุชุมคฺโค อยมญฺชสายโน นิยฺยานิโก นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส พฺรหฺมสหพฺยตายาติ ฯ✎ ร่าง
Ayameva ujumaggo ayamañjasāyano niyyāniko, niyyāti takkarassa brahmasahabyatāyā’ti.
This is the only straight path, the direct route that delivers one who practices it to the company of Divinity.’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน