‹ กลับ
เตวิชชสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 371 · ที.สี. ๙/๘๕๔๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๗๑] ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิต ของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์มิใช่หรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความ เป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์แน่นอน. ดีละ วาเสฏฐะ พวกพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ไม่รู้จักพรหม ไม่เห็นพรหม จักแสดง หนทางเพื่อความเป็นสหายแห่งพรหมว่า หนทางนี้แหละ เป็นมรรคาตรง เป็นทางตรง เป็นทาง นำออก นำผู้ดำเนินไปตามทางนั้นให้เป็นสหายแห่งพรหมได้ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ดูกร วาเสฏฐะ เหมือนแถวคนตาบอดเกาะหลังกันและกัน คนต้นก็ไม่เห็น คนกลางก็ไม่เห็น แม้คน ท้ายก็ไม่เห็น ฉันใด ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา มีอุปมาเหมือนแถวคนตาบอด ฉันนั้น เหมือนกัน คนต้นก็ไม่เห็น คนกลางก็ไม่เห็น แม้คนท้ายก็ไม่เห็น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ ไตรวิชชาเหล่านั้น ถึงความเป็นคำน่าหัวเราะทีเดียว ถึงความเป็นคำต่ำช้าอย่างเดียว ถึงความ เป็นคำเปล่า ถึงความเป็นคำเหลวไหลแท้ๆ ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา เห็นพระจันทร์และพระอาทิตย์ แม้ชนอื่นเป็นอันมากก็เห็นพระจันทร์ และพระอาทิตย์ขึ้นไปเมื่อใด ตกไปเมื่อใด พราหมณ์ทั้งหลายย่อมอ้อนวอน ชมเชย ประนมมือ นอบน้อม เดินเวียนรอบ. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เป็นอย่างนั้น.
เทียบรายประโยค (10 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 1 ✎ ร่าง 1
dn13:14.10 #
ตํ กึ มญฺญสิ วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, vāseṭṭha,
What do you think, Vāseṭṭha?
dn13:14.11 #
นนุ เอวํ สนฺเต เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
nanu evaṁ sante tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti?
ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิตของพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ย่อมถึงความเป็นภาษิตไม่มีปาฏิหาริย์ แน่นอน🤖 AI จับคู่
This being so, doesn’t their statement turn out to have no demonstrable basis?”
dn13:14.12 #
อทฺธา โข โภ โคตม เอวํ สนฺเต เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ อปฺปาฏิหิริกตํ ภาสิตํ สมฺปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
“Addhā kho, bho gotama, evaṁ sante tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ appāṭihīrakataṁ bhāsitaṁ sampajjatī”ti.
“Clearly that’s the case, worthy Gotama.”
dn13:15.1 #
สาธุ วาเสฏฺฐ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา ยํ น ชานนฺติ ยํ น ปสฺสนฺติ ตสฺส สหพฺยตาย มคฺคํ เทสิสฺสนฺติ อยเมว อุชุมคฺโค อยมญฺชสายโน นิยฺยานิโก นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส พฺรหฺมสหพฺยตายาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
“Sādhu, vāseṭṭha, te vata, vāseṭṭha, tevijjā brāhmaṇā yaṁ na jānanti, yaṁ na passanti, tassa sahabyatāya maggaṁ desessanti. ‘Ayameva ujumaggo, ayamañjasāyano niyyāniko, niyyāti takkarassa brahmasahabyatāyā’ti, netaṁ ṭhānaṁ vijjati.
“Good, Vāseṭṭha. For it is impossible that they should teach the path to that which they neither know nor see.
dn13:15.2 #
เสยฺยถาปิ วาเสฏฺฐ อนฺธเวณีปรํปรสํสตฺตา ปุริโมปิ น ปสฺสติ มชฺฌิโมปิ น ปสฺสติ ปจฺฉิโมปิ น ปสฺสติ✎ ร่าง
Seyyathāpi, vāseṭṭha, andhaveṇi paramparasaṁsattā purimopi na passati, majjhimopi na passati, pacchimopi na passati;
Suppose there was a queue of blind men, each holding the one in front: the first one does not see, the middle one does not see, and the last one does not see.
อ้างอิงPTS 1.240 · สยามรัฐ 9.300
dn13:15.3 #
เอวเมว โข วาเสฏฺฐ อนฺธเวณูปมํ มญฺเญ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ภาสิตํ ปุริโมปิ น ปสฺสติ มชฺฌิโมปิ น ปสฺสติ ปจฺฉิโมปิ น ปสฺสติ✎ ร่าง
evameva kho, vāseṭṭha, andhaveṇūpamaṁ maññe tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ bhāsitaṁ, purimopi na passati, majjhimopi na passati, pacchimopi na passati.
In the same way, it seems to me that the brahmins’ statement turns out to be comparable to a queue of blind men: the first one does not see, the middle one does not see, and the last one does not see.
dn13:15.4 #
เตสมิทํ เตวิชฺชานํ พฺราหฺมณานํ ภาสิตํ หสฺสกํเยว สมฺปชฺชติ นามกํเยว สมฺปชฺชติ ริตฺตกํเยว สมฺปชฺชติ ตุจฺฉกํเยว สมฺปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Tesamidaṁ tevijjānaṁ brāhmaṇānaṁ bhāsitaṁ hassakaññeva sampajjati, nāmakaññeva sampajjati, rittakaññeva sampajjati, tucchakaññeva sampajjati.
Their statement turns out to be a joke—mere words, vacuous and hollow.
dn13:16.1 #
ตํ กึ มญฺญสิ วาเสฏฺฐ✎ ร่าง
Taṁ kiṁ maññasi, vāseṭṭha,
ดูกรวาเสฏฐะ เปรียบเหมือนแม่น้ำอจิรวดีนี้ น้ำเต็มเปี่ยมเสมอฝั่ง กาดื่มกินได้ ครั้งนั้น บุรุษผู้ต้องการฝั่ง แสวงหาฝั่ง ไปยังฝั่ง ประสงค์จะข้ามฝั่งไป เขายืนที่ฝั่งนี้ ร้องเรียก ฝั่งโน้นว่า ฝั่งโน้นจงมาฝั่งนี้ ฝั่งโน้นจงมาฝั่งนี้✎ ร่าง
What do you think, Vāseṭṭha?
dn13:16.2 #
ปสฺสนฺติ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา จนฺทิมสุริเย อญฺเญ วาปิ พหู ชนา ยโต จ จนฺทิมสุ✎ ร่าง
passanti tevijjā brāhmaṇā candimasūriye, aññe cāpi bahujanā, yato ca candimasūriyā uggacchanti, yattha ca ogacchanti, āyācanti thomayanti pañjalikā namassamānā anuparivattantī”ti?
Do the brahmins proficient in the three Vedas see the sun and moon just as other folk do? And do they supplicate and entreat them, following their course from where they rise to where they set with cupped palms held in worship?”
dn13:16.3 #
ริยา อุคฺคจฺฉนฺติ ยตฺถ จ โอคจฺฉนฺติ อายาจนฺติ โถมยนฺติ ปญฺชลิกา นมสฺสมานา อนุปริวตฺตนฺตีติ ฯ เอวํ โภ โคตม ปสฺสนฺติ เตวิชฺชา พฺราหฺมณา จนฺทิมสุริเย อญฺเญ วาปิ พหู ชนา ยโต จ จนฺทิมสุริยา อุคฺคจฺฉนฺติ ยตฺถ จ โอคจฺฉนฺติ อายาจนฺติ โถมยนฺติ ปญฺชลิกา นมสฺสมานา อนุปริวตฺตนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
“Evaṁ, bho gotama, passanti tevijjā brāhmaṇā candimasūriye, aññe cāpi bahujanā, yato ca candimasūriyā uggacchanti, yattha ca ogacchanti, āyācanti thomayanti pañjalikā namassamānā anuparivattantī”ti.
“Yes, worthy Gotama.”
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 1.218
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน