‹ กลับ
พรหมชาลสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 42 · ที.สี. ๙/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒] ๑๖. (๔) อนึ่ง ในฐานะที่ ๔ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว? ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้เป็นคนเขลา งมงาย เพราะเขลา เพราะ งมงาย เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ เขาจึงกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว ถ้าท่านถามเราอย่างนี้ว่า โลกหน้ามีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่า โลกหน้ามี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่า โลกหน้ามี แต่ความ เห็นของเราว่า อย่างนี้ก็มิใช่ อย่างนั้นก็มิใช่ อย่างอื่นก็มิใช่ ไม่ใช่ก็มิใช่ มิใช่ไม่ใช่ก็มิใช่ ถ้าท่านถามเราว่า โลกหน้าไม่มีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่าไม่มี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่าไม่มี ... ถ้าท่านถามเราว่า โลกหน้ามีด้วย ไม่มีด้วยหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามีด้วย ไม่มีด้วย เราก็จะ พึงพยากรณ์ว่ามีด้วย ไม่มีด้วย ... ถ้าท่านถามเราว่า โลกหน้ามีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่หรือ ถ้าเรามี ความเห็นว่า โลกหน้ามีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ เราพึงพยากรณ์ว่า มีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ ... ถ้าท่าน ถามเราว่า สัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นมีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่ามี ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นไม่มีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่าไม่มี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่าไม่มี ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้น มีด้วย ไม่มีด้วยหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามีด้วย ไม่มีด้วย เราก็จะพึงพยากรณ์ ว่ามีด้วย ไม่มีด้วย ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นมีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่หรือ ถ้าเรามี ความเห็นว่ามีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ เราก็จะพึงพยากรณ์ว่ามีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ ... ถ้าท่านถามเราว่า ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วมีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่ามี ... ถ้าท่าน ถามเราว่า ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วไม่มีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่าไม่มี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่า ไม่มี ... ถ้าท่านถามเราว่า ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่ว มีด้วย ไม่มีด้วยหรือ ถ้าเรามีความเห็น ว่า มีด้วย ไม่มีด้วย เราก็จะพึงพยากรณ์ว่ามีด้วย ไม่มีด้วย ... ถ้าท่านถามเราว่า ผลวิบาก แห่งกรรมที่ทำดีทำชั่ว มีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่หรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ เราก็ จะพึงพยากรณ์ว่า มีก็มิใช่ ไม่มีก็มิใช่ ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายมีอยู่หรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามีอยู่ เราก็จะพึงพยากรณ์ว่ามีอยู่ ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย ไม่มีอยู่หรือ ถ้าเรามีความเห็นว่าไม่มีอยู่ เราก็จะพึงพยากรณ์ว่าไม่มีอยู่ ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายมีอยู่ด้วย ไม่มีอยู่ด้วยหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่า มีอยู่ด้วย ไม่มีอยู่ด้วย เราก็จะพึงพยากรณ์ว่า มีอยู่ด้วย ไม่มีอยู่ด้วย ... ถ้าท่านถามเราว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายมีอยู่ ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่หรือ ถ้าเรามีความเห็นว่ามีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่ เราก็จะพึงพยากรณ์ว่า มีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่ แต่ความเห็นของเราว่า อย่างนี้ก็มิใช่ อย่างนั้นก็มิใช่ อย่างอื่นก็มิใช่ ไม่ใช่ก็มิใช่ มิใช่ไม่ใช่ก็มิใช่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๔ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง อาศัยแล้ว ปรารภแล้ว มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจา ดิ้นได้ไม่ตายตัว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหา ในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว ด้วยเหตุ ๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ ไม่ตายตัวด้วยเหตุ ๔ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ บุคคลถืออย่างนั้น แล้ว ยึดอย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่น ก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับทั้งอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้นตามความเป็นจริง จึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ.
เทียบรายประโยค (26 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 8
dn1:2.27.1 #
จตุตฺเถ จ โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา กิมาคมฺม กิมารพฺภ อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ อมราวิกฺเขปํ ฯ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา มนฺโท โหติ โมมูโห ฯ✎ ร่าง
Catutthe ca bhonto samaṇabrāhmaṇā kimāgamma kimārabbha amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ?
อนึ่ง ในฐานะที่ ๔ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว?🤖 AI จับคู่
And what is the fourth ground on which they rely?
อ้างอิงสยามรัฐ 9.37 · พุทธชยันตี 7.48
dn1:2.27.3 #
โส มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺโฐ สมาโน วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชติ อมราวิกฺเขปํ✎ ร่าง
So mandattā momūhattā tattha tattha pañhaṁ puṭṭho samāno vācāvikkhepaṁ āpajjati amarāvikkhepaṁ:
เพราะเขลา เพราะงมงาย เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ เขาจึงกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว🤖 AI จับคู่
Because of that, whenever they’re asked a question, they resort to verbal flip-flops and endless flip-flops:
dn1:2.27.4 #
อตฺถิ ปโร โลโกติ อิติ เจ มํ ปุจฺฉสิ อตฺถิ ปโร โลโกติ อิติ เจ เม อสฺส อตฺถิ ปโร โลโกติ อิติ เตน ๑- พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
‘atthi paro loko’ti iti ce maṁ pucchasi, ‘atthi paro loko’ti iti ce me assa, ‘atthi paro loko’ti iti te naṁ byākareyyaṁ,
ถ้าท่านถามเราอย่างนี้ว่า โลกหน้ามีหรือ ถ้าเรามีความเห็นว่า โลกหน้ามี เราก็จะพึงพยากรณ์ว่า โลกหน้ามี🤖 AI จับคู่
‘Suppose you were to ask me whether there is another world. If I believed that to be the case, I would say so.
dn1:2.27.5 #
เอวนฺติปิ เม โน ฯ ตถาติปิ เม โน ฯ อญฺญถาติปิ เม โน ฯ โนติปิ เม โน ฯ โน โนติปิ เม โน ฯ✎ ร่าง
‘evantipi me no, tathātipi me no, aññathātipi me no, notipi me no, no notipi me no’ti.
แต่ความเห็นของเราว่า อย่างนี้ก็มิใช่ อย่างนั้นก็มิใช่ อย่างอื่นก็มิใช่ ไม่ใช่ก็มิใช่ มิใช่ไม่ใช่ก็มิใช่🤖 AI จับคู่
But I don’t say it’s like this. I don’t say it’s like that. I don’t say it’s otherwise. I don’t say it’s not so. And I don’t deny it’s not so.
dn1:2.27.6 #
นตฺถิ ปโร โลโก ฯเปฯ✎ ร่าง
‘Natthi paro loko …pe…
Suppose you were to ask me whether there is no other world …
dn1:2.27.7 #
อตฺถิ จ นตฺถิ จ ปโร โลโก ฯ✎ ร่าง
‘atthi ca natthi ca paro loko …pe…
whether there both is and is not another world …
dn1:2.27.8 #
เนวตฺถิ น นตฺถิ ปโร โลโก ฯ✎ ร่าง
‘nevatthi na natthi paro loko …pe…
whether there neither is nor is not another world …
dn1:2.27.9 #
อตฺถิ สตฺตา @เชิงอรรถ: ๑ เตน เต นํ ฯ โอปปาติกา ฯ✎ ร่าง
‘atthi sattā opapātikā …pe…
whether there are beings who are reborn spontaneously …
dn1:2.27.10 #
นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา ฯ✎ ร่าง
‘natthi sattā opapātikā …pe…
whether there are not beings who are reborn spontaneously …
dn1:2.27.11 #
อตฺถิ จ นตฺถิ จ สตฺตา โอปปาติกา ฯ✎ ร่าง
‘atthi ca natthi ca sattā opapātikā …pe…
whether there both are and are not beings who are reborn spontaneously …
dn1:2.27.12 #
เนวตฺถิ น นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา ฯ✎ ร่าง
‘nevatthi na natthi sattā opapātikā …pe…
whether there neither are nor are not beings who are reborn spontaneously …
dn1:2.27.13 #
อตฺถิ สุกฏทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก ฯ✎ ร่าง
‘atthi sukatadukkaṭānaṁ kammānaṁ phalaṁ vipāko …pe…
whether there is fruit and result of good and bad deeds …
dn1:2.27.14 #
นตฺถิ สุกฏทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก ฯ✎ ร่าง
‘natthi sukatadukkaṭānaṁ kammānaṁ phalaṁ vipāko …pe…
whether there is no fruit and result of good and bad deeds …
dn1:2.27.15 #
อตฺถิ จ นตฺถิ จ สุกฏทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก ฯ✎ ร่าง
‘atthi ca natthi ca sukatadukkaṭānaṁ kammānaṁ phalaṁ vipāko …pe…
whether there both is and is not fruit and result of good and bad deeds …
dn1:2.27.16 #
เนวตฺถิ น นตฺถิ สุกฏทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก ฯ✎ ร่าง
‘nevatthi na natthi sukatadukkaṭānaṁ kammānaṁ phalaṁ vipāko …pe…
whether there neither is nor is not fruit and result of good and bad deeds …
dn1:2.27.17 #
โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ฯ✎ ร่าง
‘hoti tathāgato paraṁ maraṇā …pe…
whether a realized one still exists after death …
dn1:2.27.18 #
น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ฯ✎ ร่าง
‘na hoti tathāgato paraṁ maraṇā …pe…
whether a realized one no longer exists after death …
dn1:2.27.19 #
โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ฯ✎ ร่าง
‘hoti ca na ca hoti tathāgato paraṁ maraṇā …pe…
whether a realized one both still exists and no longer exists after death …
dn1:2.27.20 #
เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ อิติ เจ มํ ปุจฺฉสิ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ อิติ เจ เม อสฺส เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ อิติ เต น ๑- พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
‘neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇā’ti iti ce maṁ pucchasi, ‘neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇā’ti iti ce me assa, ‘neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇā’ti iti te naṁ byākareyyaṁ,
whether a realized one neither exists nor doesn’t exist after death. If I believed that to be the case, I would say so.
dn1:2.27.21 #
เอวนฺติปิ เม โน ฯ ตถาติปิ เม โน ฯ อญฺญถาติปิ เม โน ฯ โนติปิ เม โน ฯ โน โนติปิ เม โนติ ฯ✎ ร่าง
‘evantipi me no, tathātipi me no, aññathātipi me no, notipi me no, no notipi me no’ti.
But I don’t say it’s like this. I don’t say it’s like that. I don’t say it’s otherwise. I don’t say it’s not so. And I don’t deny it’s not so.’
dn1:2.27.22 #
อิทํ ภิกฺขเว จตุตฺถํ ฐานํ ยํ อาคมฺม ยํ อารพฺภ เอเก สมณพฺราหฺมณา อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ อมราวิกฺเขปํ ฯ✎ ร่าง
Idaṁ, bhikkhave, catutthaṁ ṭhānaṁ, yaṁ āgamma yaṁ ārabbha eke samaṇabrāhmaṇā amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๔ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง อาศัยแล้ว ปรารภแล้ว มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว🤖 AI จับคู่
This is the fourth ground on which some ascetics and brahmins rely when resorting to verbal flip-flops and endless flip-flops.
dn1:2.28.1 #
อิเมหิ โข เต ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมณา อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ อมราวิกฺเขปํ จตูหิ วตฺถูหิ ฯ✎ ร่าง
Imehi kho te, bhikkhave, samaṇabrāhmaṇā amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ catūhi vatthūhi.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว ด้วยเหตุ ๔ ประการนี้แล🤖 AI จับคู่
These are the four grounds on which those ascetics and brahmins who are flip-floppers resort to verbal flip-flops and endless flip-flops whenever they’re asked a question.
อ้างอิงPTS 1.28 · สยามรัฐ 9.38 · ฉัฏฐสังคายนา 1.24 · พุทธชยันตี 7.50
dn1:2.28.2 #
เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ @เชิงอรรถ: ๑ เต นนฺติปิ เตนาติปิ ปาโฐ ฯ อมราวิกฺเขปํ สพฺเพ เต อิเมเหว จตูหิ วตฺถูหิ เอเตสํ วา อญฺญตเรน นตฺถิ อิโต พหิทฺธา ฯ✎ ร่าง
Ye hi keci, bhikkhave, samaṇā vā brāhmaṇā vā amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ, sabbe te imeheva catūhi vatthūhi, etesaṁ vā aññatarena, natthi ito bahiddhā …
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัวด้วยเหตุ ๔ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี🤖 AI จับคู่
Any ascetics and brahmins who resort to verbal flip-flops and endless flip-flops do so on one or other of these four grounds. Outside of this there is none.
dn1:2.29.1 #
เปฯ✎ ร่าง
pe…
The Realized One understands this …
dn1:2.29.2 #
เยหิ ตถาคตสฺส ยถาภุจฺจํ วณฺณํ สมฺมา วทมานา วเทยฺยุํ ฯ✎ ร่าง
yehi tathāgatassa yathābhuccaṁ vaṇṇaṁ sammā vadamānā vadeyyuṁ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ🤖 AI จับคู่
And those who genuinely praise the Realized One would rightly speak of these things.
dn1:2.30.0 #
3.1.5. Adhiccasamuppannavāda
3.1.5. Doctrines of Anomalous Origination
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน