‹ กลับ
พรหมชาลสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 41 · ที.สี. ๙/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๑] ๑๕. (๓) อนึ่ง ในฐานะที่ ๓ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว? ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็น อกุศล เขามีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า เราไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็นอกุศล ก็ถ้าเราไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล จะพึงพยากรณ์ว่า นี้เป็นกุศล หรือนี้เป็นอกุศล ก็สมณพราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียด ชำนาญการโต้วาทะเป็นดุจคนแม่นธนูมีอยู่แล แม้ว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นเที่ยวทำลายทิฏฐิด้วยปัญญา เขาจะพึงซักไซ้ไล่เลียงสอบสวนเราใน ข้อนั้น เราไม่อาจโต้ตอบเขาได้ การที่โต้ตอบเขาไม่ได้นั้น จะพึงเป็นความเดือดร้อนแก่เรา ความเดือดร้อนของเรานั้น จะพึงเป็นอันตรายแก่เรา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าพยากรณ์ว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็นอกุศล เพราะกลัวแต่การซักถาม เพราะเกลียดแต่การซักถาม เมื่อถูกถาม ปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัวว่า ความเห็นของเราอย่างนี้ก็มิใช่ อย่างนั้น ก็มิใช่ อย่างอื่นก็มิใช่ ไม่ใช่ก็มิใช่ มิใช่ไม่ใช่ก็มิใช่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๓ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง อาศัยแล้ว ปรารภแล้ว มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหา ในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว.
เทียบรายประโยค (13 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 13
dn1:2.26.1 #
ตติเย จ โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา กิมาคมฺม กิมารพฺภ อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ อมราวิกฺเขปํ ฯ✎ ร่าง
Tatiye ca bhonto samaṇabrāhmaṇā kimāgamma kimārabbha amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ?
อนึ่ง ในฐานะที่ ๓ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว?🤖 AI จับคู่
And what is the third ground on which they rely?
อ้างอิงPTS 1.27 · สยามรัฐ 9.36 · ฉัฏฐสังคายนา 1.23
dn1:2.26.2 #
อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิทํ กุสลนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อิทํ อกุสลนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ฯ✎ ร่าง
Idha, bhikkhave, ekacco samaṇo vā brāhmaṇo vā ‘idaṁ kusalan’ti yathābhūtaṁ nappajānāti, ‘idaṁ akusalan’ti yathābhūtaṁ nappajānāti.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็นอกุศล🤖 AI จับคู่
It’s when some ascetic or brahmin doesn’t truly understand what is skillful and what is unskillful.
dn1:2.26.3 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti:
เขามีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
They think:
dn1:2.26.4 #
อหํ โข อิทํ กุสลนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานามิ อิทํ อกุสลนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานามิ✎ ร่าง
‘ahaṁ kho “idaṁ kusalan”ti yathābhūtaṁ nappajānāmi, “idaṁ akusalan”ti yathābhūtaṁ nappajānāmi.
เราไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็นอกุศล🤖 AI จับคู่
‘I don’t truly understand what is skillful and what is unskillful.
dn1:2.26.5 #
อหญฺเจ โข ๑- ปน อิทํ กุสลนฺติ ยถาภูตํ อปฺปชานนฺโต อิทํ อกุสลนฺติ ยถาภูตํ อปฺปชานนฺโต อิทํ กุสลนฺติ วา พฺยากเรยฺยํ อิทํ อกุสลนฺติ วา พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
Ahañce kho pana “idaṁ kusalan”ti yathābhūtaṁ appajānanto “idaṁ akusalan”ti yathābhūtaṁ appajānanto “idaṁ kusalan”ti vā byākareyyaṁ, “idaṁ akusalan”ti vā byākareyyaṁ;
ก็ถ้าเราไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เป็นกุศล จะพึงพยากรณ์ว่า นี้เป็นกุศล หรือนี้เป็นอกุศล🤖 AI จับคู่
Suppose I were to declare that something was skillful or unskillful.
dn1:2.26.6 #
สนฺติ หิ โข สมณพฺราหฺมณา ปณฺฑิตา นิปุณา กตปรปฺปวาทา วาลเวธิรูปา เต ภินฺทนฺตา มญฺเญ จรนฺติ ปญฺญาคเตน ทิฏฺฐิคตานิ✎ ร่าง
santi hi kho samaṇabrāhmaṇā paṇḍitā nipuṇā kataparappavādā vālavedhirūpā, te bhindantā maññe caranti paññāgatena diṭṭhigatāni,
ก็สมณพราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียด ชำนาญการโต้วาทะเป็นดุจคนแม่นธนูมีอยู่แล แม้ว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นเที่ยวทำลายทิฏฐิด้วยปัญญา🤖 AI จับคู่
There are clever ascetics and brahmins who are subtle, accomplished in the doctrines of others, hair-splitters. You’d think they live to demolish convictions with their intellect.
dn1:2.26.7 #
เต มํ ตตฺถ สมนุยุญฺเชยฺยุํ สมนุคฺคาเหยฺยุํ สมนุภาเสยฺยุํ✎ ร่าง
te maṁ tattha samanuyuñjeyyuṁ samanugāheyyuṁ samanubhāseyyuṁ.
เขาจะพึงซักไซ้ไล่เลียงสอบสวนเราในข้อนั้น🤖 AI จับคู่
They might pursue, press, and grill me about that.
dn1:2.26.8 #
เย มํ ตตฺถ สมนุยุญฺเชยฺยุํ สมนุคฺคาเหยฺยุํ สมนุภาเสยฺยุํ เตสาหํ น สมฺปาเยยฺยํ✎ ร่าง
Ye maṁ tattha samanuyuñjeyyuṁ samanugāheyyuṁ samanubhāseyyuṁ, tesāhaṁ na sampāyeyyaṁ.
เราไม่อาจโต้ตอบเขาได้🤖 AI จับคู่
I’d be stumped by such a grilling.
dn1:2.26.9 #
ยญฺจาหํ ๓- น สมฺปาเยยฺยํ โส มมสฺส วิฆาโต✎ ร่าง
Yesāhaṁ na sampāyeyyaṁ, so mamassa vighāto.
การที่โต้ตอบเขาไม่ได้นั้น จะพึงเป็นความเดือดร้อนแก่เรา🤖 AI จับคู่
That would be stressful for me,
dn1:2.26.10 #
โย มมสฺส วิฆาโต โส @เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. อหญฺเจว โข ฯ ๒ สมฺปาเหยฺยํ สมฺปาเปยฺยํ สมฺปเยยฺยํ@ สมฺปาเทยฺยํ ฯ ๓ สี. ยุ. เยสาหํ ฯ มมสฺส อนฺตราโยติ ฯ✎ ร่าง
Yo mamassa vighāto, so mamassa antarāyo’ti.
ความเดือดร้อนของเรานั้น จะพึงเป็นอันตรายแก่เรา🤖 AI จับคู่
and that stress would be an obstacle.’
dn1:2.26.11 #
อิติ โส อนุโยคภยา อนุโยคปริเชคุจฺฉา เนวิทํ กุสลนฺติ พฺยากโรติ น ปนิทํ อกุสลนฺติ พฺยากโรติ ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺโฐ สมาโน วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชติ อมราวิกฺเขปํ✎ ร่าง
Iti so anuyogabhayā anuyogaparijegucchā nevidaṁ kusalanti byākaroti, na panidaṁ akusalanti byākaroti, tattha tattha pañhaṁ puṭṭho samāno vācāvikkhepaṁ āpajjati amarāvikkhepaṁ:
เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าพยากรณ์ว่า นี้เป็นกุศล นี้เป็นอกุศล เพราะกลัวแต่การซักถาม เพราะเกลียดแต่การซักถาม เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัวว่า🤖 AI จับคู่
So from fear and disgust with examination they avoid stating whether something is skillful or unskillful. Whenever they’re asked a question, they resort to verbal flip-flops and endless flip-flops:
dn1:2.26.12 #
เอวนฺติปิ เม โน ฯ ตถาติปิ เม โน ฯ อญฺญถาติปิ เม โน ฯ โนติปิ เม โน ฯ โน โนติปิ เม โนติ ฯ✎ ร่าง
‘evantipi me no; tathātipi me no; aññathātipi me no; notipi me no; no notipi me no’ti.
ความเห็นของเราอย่างนี้ก็มิใช่ อย่างนั้นก็มิใช่ อย่างอื่นก็มิใช่ ไม่ใช่ก็มิใช่ มิใช่ไม่ใช่ก็มิใช่🤖 AI จับคู่
‘I don’t say it’s like this. I don’t say it’s like that. I don’t say it’s otherwise. I don’t say it’s not so. And I don’t deny it’s not so.’
dn1:2.26.13 #
อิทํ ภิกฺขเว ตติยํ ฐานํ ยํ อาคมฺม ยํ อารพฺภ เอเก สมณพฺราหฺมณา อมราวิกฺเขปิกา ตตฺถ ตตฺถ ปณฺหํ ปุฏฺฐา สมานา วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชนฺติ อมราวิกฺเขปํ ฯ✎ ร่าง
Idaṁ, bhikkhave, tatiyaṁ ṭhānaṁ, yaṁ āgamma yaṁ ārabbha eke samaṇabrāhmaṇā amarāvikkhepikā tattha tattha pañhaṁ puṭṭhā samānā vācāvikkhepaṁ āpajjanti amarāvikkhepaṁ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๓ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง อาศัยแล้ว ปรารภแล้ว มีทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว เมื่อถูกถามปัญหาในข้อนั้นๆ ย่อมกล่าววาจาดิ้นได้ไม่ตายตัว🤖 AI จับคู่
This is the third ground on which some ascetics and brahmins rely when resorting to verbal flip-flops and endless flip-flops.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน