‹ กลับ
พรหมชาลสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 47 · ที.สี. ๙/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการ ตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ด้วยเหตุ ๘ ประการ ก็สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจาก การตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ด้วยเหตุ ๘ ประการ? สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมบัญญัติว่า เบื้องหน้าแต่ตาย ๓๕. (๑) อัตตาที่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๓๖. (๒) อัตตาที่ไม่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๓๗. (๓) อัตตาทั้งที่มีรูป ทั้งที่ไม่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๓๘. (๔) อัตตาทั้งที่มีรูปก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีรูปก็มิใช่ ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๓๙. (๕) อัตตาที่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๔๐. (๖) อัตตาที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๔๑. (๗) อัตตาทั้งที่มีที่สุด ทั้งที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ๔๒. (๘) อัตตาทั้งที่มีที่สุดก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีที่สุดก็มิใช่ ยั่งยืน ไม่มีสัญญา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย ไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญาด้วยเหตุ ๘ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย ไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้น ทั้งหมดย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ๘ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ บุคคลถืออย่างนั้น แล้ว ยึดอย่างนั้นแล้ว ย่อมมีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่ง กว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและ โทษของเวทนาทั้งหลายกับทั้งอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริงจึงทราบ ความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ.
เทียบรายประโยค (15 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 14
dn1:3.1.1 #
สนฺติ ภิกฺขเว เอเก สมณพฺราหฺมณา อุทฺธมาฆตนิกา อสญฺญีวาทา อุทฺธมาฆตนา อสญฺญิมตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อฏฺฐหิ วตฺถูหิ ฯ✎ ร่าง
Santi, bhikkhave, eke samaṇabrāhmaṇā uddhamāghātanikā asaññīvādā uddhamāghātanaṁ asaññiṁ attānaṁ paññapenti aṭṭhahi vatthūhi.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ด้วยเหตุ ๘ ประการ ก็สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ด้วยเหตุ ๘ ประการ?🤖 AI จับคู่
There are some ascetics and brahmins who say there is life after death, and assert that the self lives on after death in a non-percipient form on eight grounds.
อ้างอิงสยามรัฐ 9.42
dn1:3.1.2 #
เต จ โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา กิมาคมฺม กิมารพฺภ อุทฺธมาฆตนิกา อสญฺญีวาทา อุทฺธมาฆตนา อสญฺญิมตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อฏฺฐหิ วตฺถูหิ ฯ✎ ร่าง
Te ca bhonto samaṇabrāhmaṇā kimāgamma kimārabbha uddhamāghātanikā asaññīvādā uddhamāghātanaṁ asaññiṁ attānaṁ paññapenti aṭṭhahi vatthūhi?
สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมบัญญัติว่า เบื้องหน้าแต่ตาย🤖 AI จับคู่
And what are the eight grounds on which they rely?
dn1:3.2.1 #
รูปี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา อสญฺญีติ นํ ปญฺญเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘Rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā asaññī’ti naṁ paññapenti.
อัตตาที่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
They assert: ‘The self is healthy and non-percipient after death, and it is formed …
dn1:3.2.2 #
อรูปี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา อสญฺญีติ นํ ปญฺญเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘Arūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā asaññī’ti naṁ paññapenti.
อัตตาที่ไม่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
formless …
dn1:3.2.3 #
รูปี จ อรูปี จ อตฺตา โหติ ฯเปฯ✎ ร่าง
‘Rūpī ca arūpī ca attā hoti …pe….
อัตตาทั้งที่มีรูป ทั้งที่ไม่มีรูป ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
both formed and formless …
dn1:3.2.4 #
เนวรูปีนารูปี อตฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
‘Nevarūpī nārūpī attā hoti ….
อัตตาทั้งที่มีรูปก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีรูปก็มิใช่ ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
neither formed nor formless …
dn1:3.2.5 #
อนฺตวา อตฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
‘Antavā attā hoti ….
อัตตาที่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
finite …
dn1:3.2.6 #
อนนฺตวา อตฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
‘Anantavā attā hoti ….
อัตตาที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
infinite …
dn1:3.2.7 #
อนฺตวา จ อนนฺตวา จ อตฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
‘Antavā ca anantavā ca attā hoti ….
อัตตาทั้งที่มีที่สุด ทั้งที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
both finite and infinite …
dn1:3.2.8 #
เนวนฺตวา นานนฺตวา อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา อสญฺญีติ นํ ปญฺญเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘Nevantavā nānantavā attā hoti arogo paraṁ maraṇā asaññī’ti naṁ paññapenti.
อัตตาทั้งที่มีที่สุดก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีที่สุดก็มิใช่ ยั่งยืน ไม่มีสัญญา🤖 AI จับคู่
neither finite nor infinite.’
dn1:3.3.1 #
อิเมหิ โข เต ภิกฺขเว สมณพฺราหฺมณา อุทฺธมาฆตนิกา ๑- อสญฺญีวาทา อุทฺธมาฆตนา ๒- อสญฺญิมตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อฏฺฐหิ วตฺถูหิ ฯ✎ ร่าง
Imehi kho te, bhikkhave, samaṇabrāhmaṇā uddhamāghātanikā asaññīvādā uddhamāghātanaṁ asaññiṁ attānaṁ paññapenti aṭṭhahi vatthūhi.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์เหล่านั้น มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญาด้วยเหตุ ๘ ประการนี้แล🤖 AI จับคู่
These are the eight grounds on which those ascetics and brahmins assert that the self lives on after death in a non-percipient form.
อ้างอิงPTS 1.33 · ฉัฏฐสังคายนา 1.28 · พุทธชยันตี 7.58
dn1:3.3.2 #
เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา อุทฺธมาฆตนิกา อสญฺญีวาทา อุทฺธมาฆตนา อสญฺญิมตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ สพฺเพ เต อิเมเหว อฏฺฐหิ วตฺถูหิ เอเตสํ วา อญฺญตเรน นตฺถิ อิโต พหิทฺธา ฯ✎ ร่าง
Ye hi keci, bhikkhave, samaṇā vā brāhmaṇā vā uddhamāghātanikā asaññīvādā uddhamāghātanaṁ asaññiṁ attānaṁ paññapenti, sabbe te imeheva aṭṭhahi vatthūhi, etesaṁ vā aññatarena, natthi ito bahiddhā …
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายไม่มีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมดย่อมบัญญัติด้วยเหตุ ๘ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี🤖 AI จับคู่
Any ascetics and brahmins who assert that the self lives on after death in a non-percipient form do so on one or other of these eight grounds. Outside of this there is none.
dn1:3.4.1 #
เปฯ✎ ร่าง
pe…
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ บุคคลถืออย่างนั้นแล้ว ยึดอย่างนั้นแล้ว ย่อมมีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้น ความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลายกับทั้งอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริงจึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ยึดมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น🤖 AI จับคู่
The Realized One understands this …
dn1:3.4.2 #
เยหิ ตถาคตสฺส ยถาภุจฺจํ วณฺณํ สมฺมา วทมานา วเทยฺยุํ ฯ✎ ร่าง
yehi tathāgatassa yathābhuccaṁ vaṇṇaṁ sammā vadamānā vadeyyuṁ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แลที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ🤖 AI จับคู่
And those who genuinely praise the Realized One would rightly speak of these things.
dn1:3.5.0 #
3.2.3. Nevasaññīnāsaññīvāda
3.2.3. Neither Percipient Nor Non-Percipient Life After Death
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน