‹ กลับ
สามัญญผลสูตร
เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · ข้อ 94 · ที.สี. ๙/๑๐๗๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๔] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สมัยหนึ่ง ณ กรุงราชคฤห์นี้ หม่อมฉันเข้าไปหาครูปูรณะ กัสสป ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับปูรณะ กัสสป ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วหม่อมฉันได้กล่าวคำนี้กะปูรณะ กัสสปว่า ท่านกัสสป ศิลปศาสตร์เป็นอันมากเหล่านี้ คือพลช้าง พลม้า พลรบ พลธนู พนักงานเชิญธง พนักงาน จัดกระบวนทัพ พนักงานจัดส่งเสบียง พวกอุคคราชบุตร พลอาสา ขุนพล พลกล้า พลสวม เกราะหนัง พวกบุตรทาส ช่างทำขนม ช่างกัลบก พนักงานเครื่องสรง พวกพ่อครัว ช่าง ดอกไม้ ช่างย้อม ช่างหูก ช่างจักสาน ช่างหม้อ นักคำนวณ พวกนับคะแนน (นักการบัญชี) หรือศิลปศาสตร์เป็นอันมาก แม้อย่างอื่นใดที่มีคติเหมือนอย่างนี้ คนเหล่านั้น ย่อมอาศัยผลแห่ง ศิลปศาสตร์ที่เห็นประจักษ์เลี้ยงชีพในปัจจุบัน ด้วยผลแห่งศิลปศาสตร์นั้น เขาย่อมบำรุงตน มารดาบิดา บุตรภริยา มิตร อำมาตย์ ให้เป็นสุขอิ่มหนำสำราญ บำเพ็ญทักษิณาทานอันมีผล อย่างสูง เป็นไปเพื่อให้ได้อารมณ์ดี มีสุขเป็นผล ให้เกิดในสวรรค์ ในสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ฉันใด ท่านอาจบัญญัติสามัญผลที่เห็นประจักษ์ในปัจจุบัน เหมือนอย่างนั้นได้หรือไม่ เมื่อหม่อมฉัน กล่าวอย่างนี้ ครูปูรณะ กัสสป ได้กล่าวคำนี้กะหม่อมฉันว่า ดูกรมหาบพิตร เมื่อบุคคลทำเอง ใช้ให้ผู้อื่นทำ ตัดเอง ใช้ให้ผู้อื่นตัด เบียดเบียนเอง ใช้ผู้อื่นให้เบียดเบียน ทำเขาให้เศร้าโศกเอง ใช้ผู้อื่นทำเขาให้เศร้าโศก ทำเขาให้ลำบากเอง ใช้ผู้อื่นทำเขาให้ลำบาก ดิ้นรนเอง ทำเขาให้ ดิ้นรน ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่ให้เหลือ ทำโจรกรรมในเรือนหลังเดียว ซุ่มอยู่ที่ ทางเปลี่ยว ทำชู้ภริยาเขา พูดเท็จ ผู้ทำไม่ชื่อว่าทำบาป แม้หาผู้ใดจะใช้จักรซึ่งมีคมโดยรอบ เหมือนมีดโกน สังหารเหล่าสัตว์ในปัฐพีนี้ ให้เป็นลาน เป็นกองมังสะอันเดียวกัน บาปที่มี การทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบาปมาถึงเขา แม้หากบุคคลจะไปยังฝั่งขวาแห่ง แม่น้ำคงคา ฆ่าเอง ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ตัดเอง ใช้ให้ผู้อื่นตัด เบียดเบียนเอง ใช้ผู้อื่นให้เบียดเบียน บาปที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบาปมาถึงเขา แม้หากบุคคลจะไปยังฝั่งซ้าย แห่งแม่น้ำคงคา ให้เอง ใช้ให้ผู้อื่นให้ บูชาเอง ใช้ให้ผู้อื่นบูชา บุญที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบุญมาถึงเขา ด้วยการให้ทาน การทรมาน อินทรีย์ การสำรวมศีล การกล่าวคำสัตย์ บุญที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบุญมาถึงเขา ดังนี้ ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ เมื่อหม่อมฉันถามถึงสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ครูปูรณะ กัสสป กลับตอบถึง การที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ ฉะนี้ (ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อหม่อมฉันถามถึงสามัญผลที่เห็น ประจักษ์ ครูปูรณะ กัสสป กลับตอบถึงการที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ ฉะนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันถามถึงสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ครูปูรณะ กัสสป กลับตอบถึงการที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ เปรียบเหมือนเขาถามถึงมะม่วง ตอบขนุนสำมะลอ หรือเขาถามถึงขนุนสำมะลอ ตอบมะม่วง ฉะนั้น หม่อมฉันมีความดำริว่า ไฉน คนอย่างเรา จะพึงมุ่งรุกรานสมณะหรือพราหมณ์ผู้อยู่ใน ราชอาณาเขต ดังนี้ แล้วไม่ยินดี ไม่คัดค้านภาษิตของครูปูรณะ กัสสป ไม่พอใจ แต่ก็มิได้ เปล่งวาจาแสดงความไม่พอใจ ไม่เชื่อถือ ไม่ใส่ใจถึงวาจานั้น ลุกจากที่นั่งหลีกไป.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 11
dn2:16.1 #
เอกมิทาหํ ภนฺเต สมยํ เยน ปูรโณ กสฺสโป เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา ปูรเณน กสฺสเปน สทฺธึ สมฺโมทึ✎ ร่าง
“Ekamidāhaṁ, bhante, samayaṁ yena pūraṇo kassapo tenupasaṅkamiṁ; upasaṅkamitvā pūraṇena kassapena saddhiṁ sammodiṁ.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สมัยหนึ่ง ณ กรุงราชคฤห์นี้ หม่อมฉันเข้าไปหาครูปูรณะกัสสป ถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับปูรณะ กัสสป ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง🤖 AI จับคู่
“This one time, sir, I approached Pūraṇa Kassapa and exchanged greetings with him.
อ้างอิงสยามรัฐ 9.68
dn2:16.2 #
สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อหํ ภนฺเต ปูรณํ กสฺสปํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ nisīdiṁ. Ekamantaṁ nisinno kho ahaṁ, bhante, pūraṇaṁ kassapaṁ etadavocaṁ:
ครั้นแล้วหม่อมฉันได้กล่าวคำนี้กะปูรณะ กัสสปว่า ...🤖 AI จับคู่
When the greetings and polite conversation were over, I sat down to one side, and asked him the same question.
dn2:16.3 #
ยถา นุ โข อิมานิ โภ กสฺสป ปุถุสิปฺปายตนานิ✎ ร่าง
‘yathā nu kho imāni, bho kassapa, puthusippāyatanāni,
dn2:16.4 #
เสยฺยถีทํ หตฺถาโรหา อสฺสาโรหา รถิกา ธนุคฺคหา เจลกา จลกา ปิณฺฑทายิกา อุคฺคา ราชปุตฺตา ปกฺขนฺทิโน มหานาคา สุรา จมฺมโยธิโน ทาสกปุตฺตา อาฬาริกา กปฺปกา นฺหาปกา สูทา มาลาการา รชกา เปสการา นลการา กุมฺภการา คณกา มุทฺทิกา ยานิ วา ปนญฺญานิปิ เอวํคตานิ ปุถุสิปฺปายตนานิ เต ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สนฺทิฏฺฐิกํ สิปฺปผลํ อุปชีวนฺติ✎ ร่าง
seyyathidaṁ—hatthārohā assārohā rathikā dhanuggahā celakā calakā piṇḍadāyakā uggā rājaputtā pakkhandino mahānāgā sūrā cammayodhino dāsikaputtā āḷārikā kappakā nhāpakā sūdā mālakārā rajakā pesakārā naḷakārā kumbhakārā gaṇakā muddikā, yāni vā panaññānipi evaṅgatāni puthusippāyatanāni, te diṭṭheva dhamme sandiṭṭhikaṁ sippaphalaṁ upajīvanti;
dn2:16.5 #
เต ๑- เตน อตฺตานํ สุเขนฺติ ปิเณนฺติ มาตาปิตโร สุเขนฺติ ปิเณนฺติ ปุตฺตทารํ สุเขนฺติ ปิเณนฺติ มิตฺตามจฺเจ สุเขนฺติ ปิเณนฺติ สมณพฺราหฺมเณสุ ๒- อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐเปนฺติ ๓- โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ✎ ร่าง
te tena attānaṁ sukhenti pīṇenti, mātāpitaro sukhenti pīṇenti, puttadāraṁ sukhenti pīṇenti, mittāmacce sukhenti pīṇenti, samaṇabrāhmaṇesu uddhaggikaṁ dakkhiṇaṁ patiṭṭhapenti sovaggikaṁ sukhavipākaṁ saggasaṁvattanikaṁ.
dn2:16.6 #
สกฺกา นุ โข โภ กสฺสป เอวเมว ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สนฺทิฏฺฐิกํ @เชิงอรรถ: ๑ สีหลโปตฺถเก เตติ ปาโฐ น โหติ ฯ ๒ สมณพฺราหฺมเณสุ@วาติ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ ๓ สี. ปติฏฺฐาเปนฺติ ฯ สามญฺญผลํ ปญฺญเปตุนฺติ✎ ร่าง
Sakkā nu kho, bho kassapa, evameva diṭṭheva dhamme sandiṭṭhikaṁ sāmaññaphalaṁ paññapetun’ti?
dn2:17.1 #
เอวํ วุตฺเต ภนฺเต ปูรโณ กสฺสโป มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, bhante, pūraṇo kassapo maṁ etadavoca:
ครูปูรณะ กัสสป ได้กล่าวคำนี้กะหม่อมฉันว่า🤖 AI จับคู่
He said to me:
อ้างอิงPTS 1.53 · ฉัฏฐสังคายนา 1.47
dn2:17.2 #
กโรโต โข มหาราช การยโต ฉินฺทโต เฉทาปยโต ปจโต ปจาปยโต โสจยโต โสจาปยโต กิลมยโต กิลมาปยโต ผนฺทโต ผนฺทาปยโต ปาณมติปาปยโต ๑- อทินฺนํ อาทิยโต สนฺธึ ฉินฺทโต นิลฺโลปํ หรโต เอกาคาริกํ กโรโต ปริปนฺเถ ติฏฺฐโต ปรทารํ คจฺฉโต มุสา ภณโต กรโต น กริยติ ๒- ปาปํ ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกน โย อิมิสฺสา ปฐวิยา ปาเณ เอกํ มํสขลํ เอกํ มํสปุญฺชํ กเรยฺย นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม✎ ร่าง
‘karoto kho, mahārāja, kārayato, chindato chedāpayato, pacato pācāpayato socayato, socāpayato, kilamato kilamāpayato, phandato phandāpayato, pāṇamatipātāpayato, adinnaṁ ādiyato, sandhiṁ chindato, nillopaṁ harato, ekāgārikaṁ karoto, paripanthe tiṭṭhato, paradāraṁ gacchato, musā bhaṇato, karoto na karīyati pāpaṁ. Khurapariyantena cepi cakkena yo imissā pathaviyā pāṇe ekaṁ maṁsakhalaṁ ekaṁ maṁsapuñjaṁ kareyya, natthi tatonidānaṁ pāpaṁ, natthi pāpassa āgamo.
ดูกรมหาบพิตร เมื่อบุคคลทำเอง ใช้ให้ผู้อื่นทำ ตัดเอง ใช้ให้ผู้อื่นตัด เบียดเบียนเอง ใช้ผู้อื่นให้เบียดเบียน ทำเขาให้เศร้าโศกเอง ใช้ผู้อื่นทำเขาให้เศร้าโศก ทำเขาให้ลำบากเอง ใช้ผู้อื่นทำเขาให้ลำบาก ดิ้นรนเอง ทำเขาให้ดิ้นรน ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่ให้เหลือ ทำโจรกรรมในเรือนหลังเดียว ซุ่มอยู่ที่ทางเปลี่ยว ทำชู้ภริยาเขา พูดเท็จ ผู้ทำไม่ชื่อว่าทำบาป🤖 AI จับคู่
‘Great king, the one who acts does nothing wrong when they punish, mutilate, torture, aggrieve, oppress, intimidate, or when they encourage others to do the same. They do nothing wrong when they kill, steal, break into houses, plunder wealth, steal from isolated buildings, commit highway robbery, commit adultery, and lie. If you were to reduce all the living creatures of this earth to one heap and mass of flesh with a razor-edged chakram, no evil comes of that, and no outcome of evil.
dn2:17.3 #
ทกฺขิณญฺเจปิ คงฺคาย ตีรํ ๓- คจฺเฉยฺย ๔- หนนฺโต ฆาเตนฺโต ฉินฺทนฺโต เฉทาเปนฺโต ปจนฺโต ปจาเปนฺโต ๕- นตฺถิ ตโตนิทานํ ปาปํ นตฺถิ ปาปสฺส อาคโม✎ ร่าง
Dakkhiṇañcepi gaṅgāya tīraṁ gaccheyya hananto ghātento chindanto chedāpento pacanto pācāpento, natthi tatonidānaṁ pāpaṁ, natthi pāpassa āgamo.
แม้หาผู้ใดจะใช้จักรซึ่งมีคมโดยรอบเหมือนมีดโกน สังหารเหล่าสัตว์ในปัฐพีนี้ ให้เป็นลาน เป็นกองมังสะอันเดียวกัน บาปที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบาปมาถึงเขา แม้หากบุคคลจะไปยังฝั่งขวาแห่งแม่น้ำคงคา ฆ่าเอง ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ตัดเอง ใช้ให้ผู้อื่นตัด เบียดเบียนเอง ใช้ผู้อื่นให้เบียดเบียน บาปที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบาปมาถึงเขา🤖 AI จับคู่
If you were to go along the south bank of the Ganges killing, mutilating, and torturing, and encouraging others to do the same, no evil comes of that, and no outcome of evil.
dn2:17.4 #
อุตฺตรญฺเจปิ คงฺคาย ตีรํ ๖- คจฺเฉยฺย ททนฺโต ททาเปนฺโต ๗- ยชนฺโต ยชาเปนฺโต ๘- นตฺถิ ตโตนิทานํ ปุญฺญํ นตฺถิ ปุญฺญสฺส อาคโม✎ ร่าง
Uttarañcepi gaṅgāya tīraṁ gaccheyya dadanto dāpento yajanto yajāpento, natthi tatonidānaṁ puññaṁ, natthi puññassa āgamo.
แม้หากบุคคลจะไปยังฝั่งซ้ายแห่งแม่น้ำคงคา ให้เอง ใช้ให้ผู้อื่นให้ บูชาเอง ใช้ให้ผู้อื่นบูชา บุญที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบุญมาถึงเขา🤖 AI จับคู่
If you were to go along the north bank of the Ganges giving and sacrificing and encouraging others to do the same, no merit comes of that, and no outcome of merit.
dn2:17.5 #
ทาเนน ทเมน สํยเมน สจฺจวาเจน ๙- นตฺถิ ตโตนิทานํ ปุญฺญํ นตฺถิ ปุญฺญสฺส อาคโมติ✎ ร่าง
Dānena damena saṁyamena saccavajjena natthi puññaṁ, natthi puññassa āgamo’ti.
ด้วยการให้ทาน การทรมาน อินทรีย์ การสำรวมศีล การกล่าวคำสัตย์ บุญที่มีการทำเช่นนั้นเป็นเหตุ ย่อมไม่มีแก่เขา ไม่มีบุญมาถึงเขา🤖 AI จับคู่
In giving, self-control, restraint, and truthfulness there is no merit or outcome of merit.’
dn2:18.1 #
อิตฺถํ โข เม ภนฺเต ปูรโณ กสฺสโป สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปุฏฺโฐ สมาโน อกิริยํ พฺยากาสิ✎ ร่าง
Itthaṁ kho me, bhante, pūraṇo kassapo sandiṭṭhikaṁ sāmaññaphalaṁ puṭṭho samāno akiriyaṁ byākāsi.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อหม่อมฉันถามถึงสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ครูปูรณะ กัสสป กลับตอบถึงการที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ ฉะนี้🤖 AI จับคู่
And so, when I asked Pūraṇa Kassapa about the fruits of the ascetic life apparent in the present life, he answered with the doctrine of inaction.
อ้างอิงสยามรัฐ 9.69 · พุทธชยันตี 7.92
dn2:18.2 #
เสยฺยถาปิ ภนฺเต อมฺพํ วา ปุฏฺโฐ ลพุชํ @เชิงอรรถ: ๑ สีหลโปตฺถเก ปจโต ปาจยโต โสจยโต กิลมยโต ผนฺทาปยโต@ปาณมติมาปยโตติ ปาโฐ ทิสฺสติ ฯ ๒ สี. กรียติ ฯ ๓ สี. คงฺคาตีรํ ฯ@๔ สี. อาคจฺเฉยฺย ฯ ๕ สี. ปาจนฺโต ฯ ๖ สี. คงฺคาตีรํ ฯ@๗ สี. ทาเปนฺโต ฯ ๘ สี. ยาเชนฺโต ฯ ๙ สี. สจฺจวชฺเชน ฯ พฺยากเรยฺย ลพุชํ วา ปุฏฺโฐ อมฺพํ พฺยากเรยฺย✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhante, ambaṁ vā puṭṭho labujaṁ byākareyya, labujaṁ vā puṭṭho ambaṁ byākareyya;
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันถามถึงสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ครูปูรณะ กัสสป กลับตอบถึงการที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ เปรียบเหมือนเขาถามถึงมะม่วง ตอบขนุนสำมะลอ หรือเขาถามถึงขนุนสำมะลอ ตอบมะม่วง ฉะนั้น🤖 AI จับคู่
It was like someone who, when asked about a mango, answered with a breadfruit, or when asked about a breadfruit, answered with a mango.
dn2:18.3 #
เอวเมว โข เม ภนฺเต ปูรโณ กสฺสโป สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปุฏฺโฐ สมาโน อกิริยํ พฺยากาสิ✎ ร่าง
evameva kho me, bhante, pūraṇo kassapo sandiṭṭhikaṁ sāmaññaphalaṁ puṭṭho samāno akiriyaṁ byākāsi.
dn2:18.4 #
ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhante, etadahosi:
หม่อมฉันมีความดำริว่า ไฉน คนอย่างเรา จะพึงมุ่งรุกรานสมณะหรือพราหมณ์ผู้อยู่ในราชอาณาเขต ดังนี้🤖 AI จับคู่
I thought:
dn2:18.5 #
กถํ หิ นาม มาทิโส สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา วิชิเต วสนฺตํ อปสาเทตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ✎ ร่าง
‘kathañhi nāma mādiso samaṇaṁ vā brāhmaṇaṁ vā vijite vasantaṁ apasādetabbaṁ maññeyyā’ti.
‘How on earth could one such as I presume to rebuke an ascetic or brahmin living in my realm?’
dn2:18.6 #
โส โข อหํ ภนฺเต ปูรณสฺส กสฺสปสฺส ภาสิตํ เนว อภินนฺทึ นปฺปฏิกฺโกสึ✎ ร่าง
So kho ahaṁ, bhante, pūraṇassa kassapassa bhāsitaṁ neva abhinandiṁ nappaṭikkosiṁ.
แล้วไม่ยินดี ไม่คัดค้านภาษิตของครูปูรณะ กัสสป ไม่พอใจ แต่ก็มิได้เปล่งวาจาแสดงความไม่พอใจ ไม่เชื่อถือ ไม่ใส่ใจถึงวาจานั้น ลุกจากที่นั่งหลีกไป🤖 AI จับคู่
So I neither approved nor rejected that statement of Pūraṇa Kassapa.
dn2:18.7 #
อนภินนฺทิตฺวา อปฺปฏิกฺโกสิตฺวา อนตฺตมโน อนตฺตมนวาจํ อนิจฺฉาเรตฺวา ตเมว วาจํ อนุคฺคณฺหนฺโต อนิกฺกุชฺเชนฺโต ๑- อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามึ ฯ✎ ร่าง
Anabhinanditvā appaṭikkositvā anattamano, anattamanavācaṁ anicchāretvā, tameva vācaṁ anuggaṇhanto anikkujjanto uṭṭhāyāsanā pakkamiṁ.
I was displeased, but did not express my displeasure. Neither accepting what he said nor contradicting it, I rose from my seat and left.
dn2:19.0 #
3.2. Makkhaligosālavāda
3.2. The Doctrine of the Bamboo-staffed Ascetic Gosāla
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๙ — ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน