‹ กลับ
มหาปรินิพพานสูตร
เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค · ข้อ 152 · ที.ม. ๑๐/๑๘๘๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๕๒] สมัยนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราประชุมกันอยู่ที่สัณฐาคาร ด้วยเรื่องปรินิพพานนั้นอย่างเดียว ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ เข้าไปยังสัณฐาคาร ของพวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ครั้นเข้าไปแล้ว ได้บอกแก่พวกเจ้ามัลละเมือง กุสินาราว่า ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานแล้ว ขอท่าน ทั้งหลายจงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด พวกเจ้ามัลละกับโอรส สุณิสาและ ประชาบดี ได้ทรงสดับคำนี้ของท่านพระอานนท์แล้ว เป็นทุกข์เสียพระทัย เปี่ยม ไปด้วยความทุกข์ในใจ บางพวกสยายพระเกศา ประคองหัตถ์ทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีบาทอันขาดแล้ว ทรงรำพันว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุ ในโลกอันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราตรัสสั่ง พวกบุรุษว่า ดูกรพนาย ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงเตรียมของหอมมาลัยและเครื่อง ดนตรีทั้งปวง บรรดามีในกรุงกุสินาราไว้ให้พร้อมเถิด พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ทรงถือเอาของหอมมาลัยและเครื่องดนตรีทั้งปวงกับผ้า ๕๐๐ คู่ เสด็จเข้าไปยัง สาลวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามัลละ และเสด็จเข้าไปถึงพระสรีระพระผู้มี- *พระภาค ครั้นเข้าไปถึงแล้วสักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ดาดเพดานผ้า ตกแต่ง โรงมณฑล ยังวันนั้นให้ล่วงไปด้วยประการฉะนี้ ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมือง กุสินาราได้มีความดำริว่า การถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาคในวันนี้ พลบค่ำเสียแล้ว พรุ่งนี้เราจักถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาค พวกเจ้า มัลละเมืองกุสินาราสักการะ เคารพ นับถือ บูชา พระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ดาดเพดานผ้า ตกแต่ง โรงมณฑล ยังวันที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ที่หก ให้ล่วงไป ครั้นถึงวันที่เจ็ด พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราได้มีความดำริว่า เราสักการะ เคารพ นับถือ บูชา พระสรีระพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม จักเชิญไปทางทิศทักษิณแห่งพระนคร แล้วเชิญไปภายนอกพระนคร ถวายพระเพลิง พระสรีระพระผู้มีพระภาคทางทิศทักษิณแห่งพระนครเถิด ฯ
เทียบรายประโยค (10 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 8
dn16:6.12.6 #
เตน โข ปน สมเยน โกสินารกา มลฺลา สณฺฐาคาเร สนฺนิปติตา โหนฺติ เกน ๒- กรณีเยน ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena kosinārakā mallā sandhāgāre sannipatitā honti teneva karaṇīyena.
สมัยนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราประชุมกันอยู่ที่สัณฐาคารด้วยเรื่องปรินิพพานนั้นอย่างเดียว🤖 AI จับคู่
Now at that time the Mallas of Kusinārā were sitting together at the town hall still on the same business.
dn16:6.12.7 #
อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน โกสินารกานํ มลฺลานํ สณฺฐาคารํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มนสิกโรตีติ ฯ ๒ สี. ม. ยุ. เตเนว ฯ โกสินารกานํ มลฺลานํ อาโรเจสิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando yena kosinārakānaṁ mallānaṁ sandhāgāraṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā kosinārakānaṁ mallānaṁ ārocesi:
ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ เข้าไปยังสัณฐาคารของพวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ครั้นเข้าไปแล้ว ได้บอกแก่พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราว่า🤖 AI จับคู่
Ānanda went up to them, and announced,
dn16:6.12.8 #
ปรินิพฺพุโต วาสิฏฺฐา ภควา✎ ร่าง
“parinibbuto, vāseṭṭhā, bhagavā,
ดูกรวาสิฏฐะทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานแล้ว🤖 AI จับคู่
“Vāseṭṭhas, the Buddha has become fully quenched.
dn16:6.12.9 #
ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญถาติ ฯ✎ ร่าง
yassadāni kālaṁ maññathā”ti.
ขอท่านทั้งหลายจงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด🤖 AI จับคู่
Please come at your convenience.”
dn16:6.12.10 #
อิทมายสฺมโต อานนฺทสฺส สุตฺวา มลฺลา จ มลฺลปุตฺตา จ มลฺลสุณิสา จ มลฺลปชาปติโย จ อฆาวิโน ทุมฺมนา เจโตทุกฺขสมปฺปิตา อปฺเปกจฺเจ เกเส ปกิริย กนฺทนฺติ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ ฉินฺนปาทํ วิย ปปตนฺติ อาวฏฺฏนฺติ วิวฏฺฏนฺติ✎ ร่าง
Idamāyasmato ānandassa vacanaṁ sutvā mallā ca mallaputtā ca mallasuṇisā ca mallapajāpatiyo ca aghāvino dummanā cetodukkhasamappitā appekacce kese pakiriya kandanti, bāhā paggayha kandanti, chinnapātaṁ papatanti, āvaṭṭanti, vivaṭṭanti:
พวกเจ้ามัลละกับโอรส สุณิสาและประชาบดี ได้ทรงสดับคำนี้ของท่านพระอานนท์แล้ว เป็นทุกข์เสียพระทัย เปี่ยมไปด้วยความทุกข์ในใจ บางพวกสยายพระเกศา ประคองหัตถ์ทั้งสองคร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีบาทอันขาดแล้ว ทรงรำพันว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุในโลกอันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้🤖 AI จับคู่
When they heard what Ānanda had to say, the Mallas, their sons, daughters-in-law, and wives became distraught, saddened, and grief-stricken. And some, with hair disheveled and arms raised, falling down like their feet were chopped off, rolling back and forth, lamented,
dn16:6.12.11 #
อติขิปฺปํ ภควา ปรินิพฺพุโต อติขิปฺปํ สุคโต ปรินิพฺพุโต อติขิปฺปํ จกฺขุมา โลเก อนฺตรหิโตติ ฯ✎ ร่าง
“atikhippaṁ bhagavā parinibbuto, atikhippaṁ sugato parinibbuto, atikhippaṁ cakkhuṁ loke antarahito”ti.
“Too soon the Blessed One has become fully quenched! Too soon the Holy One has become fully quenched! Too soon the Eye of the World has vanished!”
dn16:6.13.0 #
37. Buddhasarīrapūjā
37. The Rites of Venerating the Buddha’s Corpse
dn16:6.13.1 #
อถโข โกสินารกา มลฺลา ปุริเส อาณาเปสุํ✎ ร่าง
Atha kho kosinārakā mallā purise āṇāpesuṁ:
ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราตรัสสั่งพวกบุรุษว่า🤖 AI จับคู่
Then the Mallas ordered their men,
dn16:6.13.2 #
เตนหิ ภเณ กุสินารายํ คนฺธมาลญฺจ สพฺพญฺจ ตาฬาวจรํ สนฺนิปาเตถาติ ฯ✎ ร่าง
“tena hi, bhaṇe, kusinārāyaṁ gandhamālañca sabbañca tāḷāvacaraṁ sannipātethā”ti.
ดูกรพนาย ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงเตรียมของหอมมาลัยและเครื่องดนตรีทั้งปวง บรรดามีในกรุงกุสินาราไว้ให้พร้อมเถิด🤖 AI จับคู่
“So then, lads, collect fragrances and garlands, and all the musical instruments in Kusinārā.”
dn16:6.13.3 #
อถโข โกสินารกา มลฺลา คนฺธมาลญฺจ สพฺพญฺจ ตาฬาวจรํ ปญฺจ✎ ร่าง
Atha kho kosinārakā mallā gandhamālañca sabbañca tāḷāvacaraṁ pañca ca dussayugasatāni ādāya yena upavattanaṁ mallānaṁ sālavanaṁ, yena bhagavato sarīraṁ tenupasaṅkamiṁsu; upasaṅkamitvā bhagavato sarīraṁ naccehi gītehi vāditehi mālehi gandhehi sakkarontā garuṁ karontā mānentā pūjentā celavitānāni karontā maṇḍalamāḷe paṭiyādentā ekadivasaṁ vītināmesuṁ.
พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราทรงถือเอาของหอมมาลัยและเครื่องดนตรีทั้งปวงกับผ้า ๕๐๐ คู่ เสด็จเข้าไปยังสาลวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามัลละ และเสด็จเข้าไปถึงพระสรีระพระผู้มีพระภาค ครั้นเข้าไปถึงแล้วสักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม มาลัยและของหอม ดาดเพดานผ้า ตกแต่งโรงมณฑล ยังวันนั้นให้ล่วงไปด้วยประการฉะนี้🤖 AI จับคู่
Then—taking those fragrances and garlands, all the musical instruments, and five hundred pairs of garments—they went to the Mallian sal grove at Upavattana and approached the Buddha’s corpse. They spent the day honoring, respecting, revering, and venerating the Buddha’s corpse with dance and song and music and garlands and fragrances, and making awnings and setting up pavilions.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน