‹ กลับ
มหาปทานสูตร
เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค · ข้อ 32 · ที.ม. ๑๐/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล โดยกาลล่วงไปหลายปี หลาย ร้อยปี หลายพันปี พระวิปัสสีราชกุมารได้ตรัสเรียกนายสารถีมาสั่งว่า นายสารถี ผู้สหาย เธอจงเทียมยานที่ดีๆ เราจะไปสวนเพื่อชมพื้นที่อันสวยสด ภิกษุทั้งหลาย นายสารถีรับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมารแล้ว เทียมยานที่ดีๆ เสร็จแล้ว จึง กราบทูลแด่พระวิปัสสีราชกุมารว่า ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าได้เทียมยานที่ดีๆ เสร็จแล้ว บัดนี้ พระองค์ทรงกำหนดเวลาอันสมควรเถิด ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระวิปัสสีราชกุมารทรงยานอันดี เสด็จ ประพาสพระอุทยาน พร้อมกับยานที่ดีๆ ทั้งหลาย พระวิปัสสีราชกุมาร ขณะเมื่อ เสด็จประพาสพระอุทยาน ได้ทอดพระเนตรชายชรา มีซี่โครงคดเหมือนกลอน หลังงอ ถือไม้เท้า เดินงกๆ เงิ่นๆ กระสับกระส่าย หมดความหนุ่มแน่น ครั้นทอดพระเนตรแล้ว จึงรับสั่งถามนายสารถีว่า นายสารถีผู้สหาย ก็ชายผู้นี้ ถูกใครทำอะไรให้ แม้ผมของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ร่างกายของเขาก็ไม่ เหมือนของคนอื่นๆ ฯ นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนชรา ฯ นายสารถีผู้สหาย นี้หรือเรียกว่า คนชรา ฯ ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนชรา บัดนี้ เขาจักพึงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ฯ นายสารถี ถึงตัวเราก็จะต้องมีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ ไปได้หรือ ฯ ขอเดชะ พระองค์และข้าพระพุทธเจ้า ล้วนแต่จะต้องมีความแก่เป็น ธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ฯ นายสารถีผู้สหาย ถ้าเช่นนั้น วันนี้พอแล้วสำหรับภูมิภาคแห่งสวน เธอจงนำเรากลับภายในบุรีจากสวนนี้เถิด ฯ นายสารถีรับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมารแล้ว ได้นำเสด็จกลับไปยัง ภายในบุรีจากพระอุทยานนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้นพระวิปัสสีราชกุมารเสด็จถึงภายใน บุรีแล้ว ทรงเป็นทุกข์เศร้าพระทัยทรงพระดำริว่า ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อ ว่าความเกิดเป็นของน่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ ความแก่ จักปรากฏแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 26
dn14:1.37.2 #
‘Animisanto kumāro pekkhatī’ti kho, bhikkhave, vipassissa kumārassa ‘vipassī vipassī’ tveva samaññā udapādi.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมญาว่า วิปัสสี ดังนี้แล ได้บังเกิดขึ้นแล้วแก่พระวิปัสสีราชกุมารผู้ประสูติมาแล🤖 AI จับคู่
And because it was said that he was unblinkingly watchful, he came to be known as ‘Vipassī’.
dn14:1.37.3 #
Atha kho, bhikkhave, bandhumā rājā atthakaraṇe nisinno vipassiṁ kumāraṁ aṅke nisīdāpetvā atthe anusāsati.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระเจ้าพันธุมาประทับนั่งในศาลสำหรับพิพากษาคดี ให้พระวิปัสสีราชกุมารนั่งบนพระเพลาไต่สวนคดีอยู่🤖 AI จับคู่
Then while King Bandhumā was sitting in court, he’d sit Prince Vipassī in his lap and explain the case to him.
อ้างอิงPTS 2.21 · สยามรัฐ 10.24
dn14:1.37.4 #
Tatra sudaṁ, bhikkhave, vipassī kumāro pituaṅke nisinno viceyya viceyya atthe panāyati ñāyena.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า พระวิปัสสีราชกุมารประทับนั่งบนพระเพลาของพระชนก ณ ศาลสำหรับพิพากษาคดีนั้น ทรงสอดส่องพิจารณาคดีแล้ว ทรงทราบได้ด้วยพระญาณ🤖 AI จับคู่
And sitting there in his father’s lap, Vipassī would thoroughly consider the case and draw a conclusion using a logical system.
dn14:1.37.5 #
Viceyya viceyya kumāro atthe panāyati ñāyenāti kho, bhikkhave, vipassissa kumārassa bhiyyoso mattāya ‘vipassī vipassī’ tveva samaññā udapādi.
พระราชกุมารสอดส่องพิจารณาคดีแล้ว ย่อมทรงทราบได้ด้วยพระญาณ ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น สมญาว่า วิปัสสี ดังนี้แล ได้บังเกิดขึ้นแล้วแก่พระวิปัสสีราชกุมารนั้น โดยยิ่งกว่าประมาณ🤖 AI จับคู่
So this was all the more reason for him to be known as ‘Vipassī’.
dn14:1.38.1 #
Atha kho, bhikkhave, bandhumā rājā vipassissa kumārassa tayo pāsāde kārāpesi, ekaṁ vassikaṁ ekaṁ hemantikaṁ ekaṁ gimhikaṁ;
ลำดับนั้นแล พระเจ้าพันธุมาได้โปรดให้สร้างปราสาทสำหรับพระวิปัสสีราชกุมาร ๓ หลัง คือ หลังหนึ่งสำหรับประทับในฤดูฝน หลังหนึ่งสำหรับประทับในฤดูหนาว อีกหลังหนึ่งสำหรับประทับในฤดูร้อน🤖 AI จับคู่
Then King Bandhumā had three stilt longhouses built for him—one for the winter, one for the summer, and one for the rainy season,
dn14:1.38.2 #
pañca kāmaguṇāni upaṭṭhāpesi.
โปรดให้บำรุงพระราชกุมารด้วยเบญจกามคุณ🤖 AI จับคู่
and provided him with the five kinds of sensual stimulation.
dn14:1.38.3 #
Tatra sudaṁ, bhikkhave, vipassī kumāro vassike pāsāde cattāro māse nippurisehi tūriyehi paricārayamāno na heṭṭhāpāsādaṁ orohatīti.
ได้ยินว่า พระวิปัสสีราชกุมารได้รับการบำรุงบำเรอด้วยดนตรีไม่มีบุรุษปนตลอด ๔ เดือนในปราสาทสำหรับประทับในฤดูฝน ในบรรดาปราสาททั้ง ๓ หลังนั้น มิได้เสด็จลงสู่ปราสาทชั้นล่างเลย ดังนี้แล🤖 AI จับคู่
Prince Vipassī stayed in a stilt longhouse without coming downstairs for the four months of the rainy season, where he was entertained by musicians—none of them men.
dn14:1.38.4 #
Paṭhamabhāṇavāro.
The first recitation section.
dn14:2.1.0 #
5. Jiṇṇapurisa
5. The Old Man
dn14:2.1.1 #
อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร พหุนฺนํ ๓- วสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสสตานํ พหุนฺนํ วสฺสสหสฺสานํ อจฺจเยน สารถึ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, vipassī kumāro bahūnaṁ vassānaṁ bahūnaṁ vassasatānaṁ bahūnaṁ vassasahassānaṁ accayena sārathiṁ āmantesi:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล โดยกาลล่วงไปหลายปี หลายร้อยปี หลายพันปี พระวิปัสสีราชกุมารได้ตรัสเรียกนายสารถีมาสั่งว่า🤖 AI จับคู่
Then, after many years, many hundred years, many thousand years had passed, Prince Vipassī addressed his charioteer,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 2.17 · พุทธชยันตี 8.32
dn14:2.1.2 #
โยเชหิ สมฺม สารถิ ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ๔- ทสฺสนายาติ ฯ✎ ร่าง
‘yojehi, samma sārathi, bhaddāni bhaddāni yānāni uyyānabhūmiṁ gacchāma subhūmidassanāyā’ti.
นายสารถีผู้สหาย เธอจงเทียมยานที่ดีๆ เราจะไปสวนเพื่อชมพื้นที่อันสวยสด🤖 AI จับคู่
‘My dear charioteer, harness the finest chariots. We will go to a park and see the scenery.’
dn14:2.1.3 #
เอวํ เทวาติ โข ภิกฺขเว สารถิ วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ โยเชตฺวา วิปสฺสิกุมารสฺส ปฏิเวเทสิ✎ ร่าง
‘Evaṁ, devā’ti kho, bhikkhave, sārathi vipassissa kumārassa paṭissutvā bhaddāni bhaddāni yānāni yojetvā vipassissa kumārassa paṭivedesi:
ภิกษุทั้งหลาย นายสารถีรับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมารแล้ว เทียมยานที่ดีๆ เสร็จแล้ว จึงกราบทูลแด่พระวิปัสสีราชกุมารว่า🤖 AI จับคู่
‘Yes, sir,’ replied the charioteer. He harnessed the chariots and informed the prince,
dn14:2.1.4 #
ยุตฺตานิ โข เต เทว ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ✎ ร่าง
‘yuttāni kho te, deva, bhaddāni bhaddāni yānāni,
ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าได้เทียมยานที่ดีๆ เสร็จแล้ว🤖 AI จับคู่
‘Sire, the finest chariots are harnessed.
dn14:2.1.5 #
ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ✎ ร่าง
yassadāni kālaṁ maññasī’ti.
บัดนี้ พระองค์ทรงกำหนดเวลาอันสมควรเถิด🤖 AI จับคู่
Please go at your convenience.’
dn14:2.1.6 #
อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร ภทฺรํ ๕- ยานํ อภิรุหิตฺวา ๖- ภทฺเทหิ ภทฺเทหิ ยาเนหิ อุยฺยานภูมึ นิยฺยาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, vipassī kumāro bhaddaṁ bhaddaṁ yānaṁ abhiruhitvā bhaddehi bhaddehi yānehi uyyānabhūmiṁ niyyāsi.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระวิปัสสีราชกุมารทรงยานอันดี เสด็จประพาสพระอุทยาน พร้อมกับยานที่ดีๆ ทั้งหลาย🤖 AI จับคู่
Then Prince Vipassī mounted a fine carriage and, along with other fine carriages, set out for the park.
dn14:2.2.1 #
อทฺทสา โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต ปุริสํ ชิณฺณํ โคปานสิวงฺกํ ภคฺคํ ๗- ทณฺฑปรายนํ ปเวธมานํ คจฺฉนฺตํ อาตุรํ คตโยพฺพนํ✎ ร่าง
Addasā kho, bhikkhave, vipassī kumāro uyyānabhūmiṁ niyyanto purisaṁ jiṇṇaṁ gopānasivaṅkaṁ bhoggaṁ daṇḍaparāyanaṁ pavedhamānaṁ gacchantaṁ āturaṁ gatayobbanaṁ.
พระวิปัสสีราชกุมาร ขณะเมื่อเสด็จประพาสพระอุทยาน ได้ทอดพระเนตรชายชรา มีซี่โครงคดเหมือนกลอน หลังงอ ถือไม้เท้า เดินงกๆ เงิ่นๆ กระสับกระส่าย หมดความหนุ่มแน่น🤖 AI จับคู่
Along the way he saw an elderly man, bent double, crooked, leaning on a staff, trembling as he walked, ailing, past his prime.
อ้างอิงPTS 2.22 · สยามรัฐ 10.25
dn14:2.2.2 #
ทิสฺวา สารถึ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Disvā sārathiṁ āmantesi:
ครั้นทอดพระเนตรแล้ว จึงรับสั่งถามนายสารถีว่า🤖 AI จับคู่
He addressed his charioteer,
dn14:2.2.3 #
อยํ ปน สมฺม สารถิ ปุริโส กึกโต✎ ร่าง
‘ayaṁ pana, samma sārathi, puriso kiṅkato?
นายสารถีผู้สหาย ก็ชายผู้นี้ถูกใครทำอะไรให้🤖 AI จับคู่
‘My dear charioteer, what has that man done?
dn14:2.2.4 #
เกสาปิสฺส น ยถา อญฺเญสํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วิปสฺสี ฯ ๒ ยุ. วสฺสิเก ฯ ๓ ม. พหูนํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ@๔ ยุ. ภูมึ ฯ ๕ ม. ภทฺทํ ภทฺทํ ฯ ยุ. ภทฺทํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ@๖ โป. อภิรุยฺหิตฺวา ฯ ๗ ม. ยุ. โภคฺคํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ กาโยปิสฺส น ยถา อญฺเญสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Kesāpissa na yathā aññesaṁ, kāyopissa na yathā aññesan’ti.
แม้ผมของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ แม้ร่างกายของเขาก็ไม่เหมือนของคนอื่นๆ🤖 AI จับคู่
For his hair and his body are unlike those of other men.’
dn14:2.2.5 #
เอโส โข เทว ชิณฺโณ นามาติ ฯ✎ ร่าง
‘Eso kho, deva, jiṇṇo nāmā’ti.
นายสารถีกราบทูลว่า ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนชรา🤖 AI จับคู่
‘That, Your Majesty, is called an old man.’
dn14:2.2.6 #
กึ ปเนโส สมฺม สารถิ ชิณฺโณ นามาติ ฯ✎ ร่าง
‘Kiṁ paneso, samma sārathi, jiṇṇo nāmā’ti?
นายสารถีผู้สหาย นี้หรือเรียกว่า คนชรา🤖 AI จับคู่
‘But why is he called an old man?’
dn14:2.2.7 #
เอโส โข เทว ชิณฺโณ นาม นทานิ เตน จิรํ ชีวิตพฺพํ ภวิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
‘Eso kho, deva, jiṇṇo nāma. Na dāni tena ciraṁ jīvitabbaṁ bhavissatī’ti.
ขอเดชะ นี้แลเรียกว่า คนชรา บัดนี้เขาจักพึงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน🤖 AI จับคู่
‘He’s called an old man because now he has not long to live.’
dn14:2.2.8 #
กึ ปน สมฺม สารถิ อหํปิ ชราธมฺโม ชรํ อนตีโตติ ฯ✎ ร่าง
‘Kiṁ pana, samma sārathi, ahampi jarādhammo, jaraṁ anatīto’ti?
นายสารถี ถึงตัวเราก็จะต้องมีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้หรือ🤖 AI จับคู่
‘But my dear charioteer, am I liable to grow old? Am I not exempt from old age?’
dn14:2.2.9 #
ตฺวญฺจ เทว มยญฺจมฺหา สพฺเพ ชราธมฺมา ชรํ อนตีตาติ ฯ✎ ร่าง
‘Tvañca, deva, mayañcamha sabbe jarādhammā, jaraṁ anatītā’ti.
ขอเดชะ พระองค์และข้าพระพุทธเจ้า ล้วนแต่จะต้องมีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้🤖 AI จับคู่
‘Everyone is liable to grow old, Your Majesty, including you. No-one is exempt from old age.’
dn14:2.2.10 #
เตนหิ สมฺม สารถิ อลนฺทานชฺช อุยฺยานภูมิยา อิโต ๑- จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาหีติ ฯ✎ ร่าง
‘Tena hi, samma sārathi, alaṁ dānajja uyyānabhūmiyā. Itova antepuraṁ paccaniyyāhī’ti.
นายสารถีผู้สหาย ถ้าเช่นนั้น วันนี้พอแล้วสำหรับภูมิภาคแห่งสวน เธอจงนำเรากลับภายในบุรีจากสวนนี้เถิด🤖 AI จับคู่
‘Well then, my dear charioteer, that’s enough of the park for today. Let’s return to the royal compound.’
dn14:2.2.11 #
เอวํ เทวาติ โข ภิกฺขเว สารถิ วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาสิ ฯ✎ ร่าง
‘Evaṁ, devā’ti kho, bhikkhave, sārathi vipassissa kumārassa paṭissutvā tatova antepuraṁ paccaniyyāsi.
นายสารถีรับรับสั่งของพระวิปัสสีราชกุมารแล้ว ได้นำเสด็จกลับไปยังภายในบุรีจากพระอุทยานนั้น🤖 AI จับคู่
‘Yes, Your Majesty,’ replied the charioteer and did so.
dn14:2.2.12 #
ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อนฺเตปุรํ คโต ทุกฺขี ทุมฺมโน ปชฺฌายติ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ, bhikkhave, vipassī kumāro antepuraṁ gato dukkhī dummano pajjhāyati:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า ครั้งนั้นพระวิปัสสีราชกุมารเสด็จถึงภายในบุรีแล้ว ทรงเป็นทุกข์เศร้าพระทัยทรงพระดำริว่า🤖 AI จับคู่
Back at the royal compound, the prince brooded, miserable and sad:
dn14:2.2.13 #
ธิรตฺถุ กิร โภ ชาติ นาม ยตฺร หิ นาม ชาตสฺส ชรา ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
‘dhiratthu kira, bho, jāti nāma, yatra hi nāma jātassa jarā paññāyissatī’ti.
ผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ขึ้นชื่อว่าความเกิดเป็นของน่ารังเกียจ เพราะธรรมดาว่า เมื่อความเกิดมีอยู่ ความแก่จักปรากฏแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว🤖 AI จับคู่
‘Curse this thing called rebirth, since old age will come to anyone who’s born.’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๐ — ทีฆนิกาย มหาวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน