เนื้อความทั้งข้อ
[๓] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงบัญญัติสิ่งที่โลก
สมมติว่าเลิศแก่ข้าพระองค์เลย ฯ
ดูกรสุนักขัตตะ เราได้กล่าวกะเธออย่างนี้ว่า มาเถิดสุนักขัตตะ เธอจงอยู่
อุทิศต่อเรา เราจักบัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศแก่เธอ ดังนี้ บ้างหรือ ฯ
หามิได้ พระเจ้าข้า ฯ
หรือว่า เธอได้กล่าวกะเราอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์
จักอยู่อุทิศต่อพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคจักทรงบัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศ
แก่ข้าพระองค์ ฯ
หามิได้ พระเจ้าข้า ฯ
ดูกรสุนักขัตตะ เพราะเหตุที่เรามิได้กล่าวกะเธอว่า มาเถิด สุนักขัตตะ
เธอจงอยู่อุทิศต่อเรา เราจักบัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศแก่เธอ ดังนี้ อนึ่ง เธอ
ก็มิได้กล่าวกะเราว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักอยู่อุทิศต่อพระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคจักทรงบัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศแก่ข้าพระองค์ ดังนี้ ดูกร-
*โมฆบุรุษ เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอเมื่อบอกคืน จะชื่อว่าบอกคืนใคร ดูกรสุนักขัตตะ
เธอจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือเมื่อเราได้บัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศ หรือ
มิได้บัญญัติก็ดี ธรรมที่เราได้แสดงไว้ ย่อมนำผู้ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดยชอบ
[หรือหาไม่] ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพระองค์ได้บัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศ หรือ
มิได้บัญญัติก็ดี ธรรมที่พระองค์ได้แสดงไว้ ย่อมนำผู้ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดย
ชอบ ฯ
ดูกรสุนักขัตตะ เพราะเหตุที่เมื่อเราได้บัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศหรือ
มิได้บัญญัติก็ดี ธรรมที่เราได้แสดงไว้ ย่อมนำผู้ประพฤติให้สิ้นทุกข์โดยชอบ เช่นนี้
เธอจะปรารถนาการบัญญัติสิ่งที่โลกสมมติว่าเลิศไปทำไม ดูกรโมฆบุรุษ เธอจง
เห็นว่า ข้อนี้ เป็นความผิดของเธอเท่านั้น สุนักขัตตะ เธอได้สรรเสริญเราที่
วัชชีคาม โดยปริยายมิใช่น้อยว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น
เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว
ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดา
และมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม ดังนี้ เธอได้
สรรเสริญพระธรรมที่วัชชีคามโดยปริยายมิใช่น้อยว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาค
ตรัสดีแล้ว อันผู้บรรลุพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควร
น้อมเข้าไปในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ดังนี้ และเธอได้สรรเสริญพระสงฆ์
ที่วัชชีคาม โดยปริยายมิใช่น้อยว่า พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้
ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเป็นธรรม ปฏิบัติชอบ คือคู่บุรุษ ๔ บุรุษบุคคล
๘ นั่นคือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ควรรับของบูชา เป็นผู้ควรรับ
ของต้อนรับ เป็นผู้ควรรับของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นบุญญเขตของ
ชาวโลกไม่มีเขตอื่นยิ่งกว่า ดังนี้ สุนักขัตตะ เราขอบอกเธอ เราขอเตือนเธอว่า
จักมีผู้กล่าวติเตียนเธอว่า โอรสเจ้าลิจฉวีชื่อสุนักขัตตะ ไม่สามารถประพฤติ
พรหมจรรย์ในพระสมณโคดม บอกคืนสิกขาเวียนมาเพื่อความเป็นคนเลว ดังนี้
ดูกรภัคควะ โอรสเจ้าลิจฉวีชื่อสุนักขัตตะ ถึงแม้ถูกเรากล่าวอยู่อย่างนี้ ก็ได้หนี
ไปจากธรรมวินัยนี้ เหมือนสัตว์อบาย เหมือนสัตว์นรก ฉะนั้น ฯ
น หิ ปน เม ภนฺ🤖 AI จับคู่
Evaṁ me sutaṁ—
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้🤖 AI จับคู่
So I have heard.
อ้างอิงPTS 3.1 · สยามรัฐ 11.1 · ฉัฏฐสังคายนา 3.1 · พุทธชยันตี 9.2
เต ภควา อคฺคญฺญํ ปญฺญเปตีติ ๑- ฯ
อปิ นุ ตาหํ สุนกฺขตฺต เอวํ อวจํ เอหิ ตฺวํ สุนกฺขตฺต มมํ
อุทฺทิสฺส วิหราหิ อหนฺเต อคฺคญฺญํ ปญฺญเปสฺสามีติ ฯ🤖 AI จับคู่
ekaṁ samayaṁ bhagavā mallesu viharati anupiyaṁ nāma mallānaṁ nigamo.
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่อนุปิยนิคม ของชาวมัลละ ในแคว้นมัลละ🤖 AI จับคู่
At one time the Buddha was staying in the land of the Mallas, near the Mallian town named Anupiya.
โน เหตํ
ภนฺเต ฯ ตฺวํ วา ปน มํ เอวํ อวจ อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส
วิหริสฺสามิ ภควา เม อคฺคญฺญํ ปญฺญเปสฺสตีติ ฯ โน เหตํ
ภนฺเต ฯ อิติ กิร สุนกฺขตฺต เนวาหนฺตํ วทามิ เอหิ ตฺวํ สุนกฺขตฺต
มมํ อุทฺทิสฺส วิหราหิ อหนฺเต อคฺคญฺญํ ปญฺญเปสฺสามีติ นปิ
กิร มํ ตฺวํ วเทสิ อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามิ
ภควา เม อคฺคญฺญํ ปญฺญเปสฺสตีติ เอวํ สนฺเต โมฆปุริส
โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสิ ฯ ตํ กึ มญฺญสิ สุนกฺขตฺต ปญฺญตฺเต
วา🤖 AI จับคู่
Atha kho bhagavā pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya anupiyaṁ piṇḍāya pāvisi.
ครั้งนั้นแลเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังอนุปิยนิคม🤖 AI จับคู่
Then the Buddha robed up in the morning and, taking his bowl and robe, entered Anupiya for alms.
อคฺคญฺเญ อปญฺญตฺเต วา อคฺคญฺเญ ยสฺสตฺถาย มยา ธมฺโม
เทสิโต โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมาทุกฺขกฺขยายาติ ฯ ปญฺญตฺเต
วา ภนฺเต อคฺคญฺเญ อปญฺญตฺเต วา อคฺคญฺเญ ยสฺสตฺถาย ภควตา
ธมฺโม เทสิโต โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมาทุกฺขกฺขยายาติ ฯ
อิติ กิร สุนกฺขตฺต ปญฺญตฺเต วา อคฺคญฺเญ อปญฺญตฺเต วา
อคฺคญฺเญ ยสฺสตฺถาย มยา ธมฺโม เทสิโต โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส
สมฺมาทุกฺขกฺขยายาติ ฯ ตตฺร สุนกฺขตฺต กึ อคฺคญฺญํ ปญฺญตฺตํ
@เชิงอรรถ: ๑ โป. ยุ. ปญฺญาเปตีติ ฯ
กริสฺสติ ปสฺส โมฆปุริส ยาวญฺจ เต อิทํ อปรทฺธนฺติ ๑- ฯ
{๓.๑} อเนกปริยาเยน โข เต สุนกฺขตฺต มม วณฺโณ ภาสิโต
วชฺชิคาเม อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน
สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ
พุทฺโธ ภควาติ อิติ โข เต สุนกฺขตฺต อเนกปริยาเยน มม วณฺโณ
ภาสิโต วชฺชิคาเม ฯ อเนกปริยาเยน โข เต สุนกฺขตฺต ธมฺมสฺส
วณฺโณ ภาสิโต วชฺชิคาเม สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก
อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ
อิติ โข เต สุนกฺขตฺต อเนกปริยาเยน ธมฺมสฺส วณฺโณ ภาสิโต
วชฺชิคาเม ฯ
{๓.๒} อเนกปริยาเยน โข เต สุนกฺขตฺต สงฺฆสฺส วณฺโณ
ภาสิโต วชฺชิคาเม สุปฏิปนฺโน ภควโต ส🤖 AI จับคู่
Atha kho bhagavato etadahosi:
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า🤖 AI จับคู่
Then it occurred to him,
าวกสงฺโฆ อุชุปฏิปนฺโน
ภควโต สาวกสงฺโฆ ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ
สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ
อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย
ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ อิติ
โข เต สุนกฺขตฺต อเนกปริยาเยน สงฺฆสฺส วณฺโณ ภาสิโต
วชฺชิคาเม ฯ อาโรจยามิ โข เต สุนกฺขตฺต ปฏิเวทยามิ โข เต
สุนกฺขตฺต ภวิสฺสนฺติ โข เต สุนกฺขตฺต วตฺตาโร โน วิสหิ
สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ จริตุํ โส
@เชิงอรรถ: ๑ สี. ม. ยุ. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ ฯ
อวิสห🤖 AI จับคู่
“atippago kho tāva anupiyāyaṁ piṇḍāya carituṁ.
ยังเช้านักที่จะเข้าไปบิณฑบาตยังอนุปิยนิคม🤖 AI จับคู่
“It’s too early to wander for alms in Anupiya.
—
Yannūnāhaṁ yena bhaggavagottassa paribbājakassa ārāmo, yena bhaggavagotto paribbājako tenupasaṅkameyyan”ti.
ถ้ากระไร เราพึงไปหาปริพาชก ชื่อภัคควโคตรที่อารามของเขา🤖 AI จับคู่
Why don’t I go to visit the wanderer of the Bhaggava clan in his monastery?”