‹ กลับ
สัลเลขสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 102 · ม.มู. ๑๒/๑๒๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๒] ดูกรจุนทะ ก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่ วิเวกอยู่ ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือปฐมฌานนี้ เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจาร สงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า เราย่อมอยู่ด้วยธรรม เครื่องขัดเกลากิเลส ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือทุติยฌานนี้ เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ เรากล่าวว่าเป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงมีอุเบกขา มีสติ- *สัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญ ว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า เราย่อม อยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือตติยฌานนี้เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรม เครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ใน วินัยของพระอริยะ อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสในก่อนเสียได้ มีอุเบกขาเป็น เหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือจตุตถฌานนี้เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ
เทียบรายประโยค (20 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 20
mn8:4.1 #
ฐานํ โข ปเนตํ จุนฺท วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ@เชิงอรรถ: ๑ สี. ยตฺถ เจตา อนุเสนฺติ ยตฺถ เจตา สมุทาจรนฺติ ฯ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย✎ ร่าง
Ṭhānaṁ kho panetaṁ, cunda, vijjati yaṁ idhekacco bhikkhu vivicceva kāmehi vivicca akusalehi dhammehi savitakkaṁ savicāraṁ vivekajaṁ pītisukhaṁ paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja vihareyya.
ดูกรจุนทะ ก็ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่🤖 AI จับคู่
It’s possible that a certain mendicant, quite secluded from sensual pleasures, secluded from unskillful qualities, might enter and remain in the first absorption, which has the rapture and bliss born of seclusion, while placing the mind and keeping it connected.
อ้างอิงPTS 1.41 · สยามรัฐ 12.73
mn8:4.2 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
They might think
mn8:4.3 #
สลฺเลเขน วิหรามีติ✎ ร่าง
‘sallekhena viharāmī’ti.
เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส🤖 AI จับคู่
they’re practicing self-effacement.
mn8:4.4 #
น โข ปเนเต จุนฺท อริยสฺส วินเย สลฺเลขา วุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Na kho panete, cunda, ariyassa vinaye sallekhā vuccanti.
ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือปฐมฌานนี้ เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
But in the training of the Noble One these are not called ‘self-effacement’;
mn8:4.5 #
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhadhammasukhavihārā ete ariyassa vinaye vuccanti.
เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
they’re called ‘blissful meditations in this life’.
mn8:5.1 #
ฐานํ โข ปเนตํ จุนฺท วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย✎ ร่าง
Ṭhānaṁ kho panetaṁ, cunda, vijjati yaṁ idhekacco bhikkhu vitakkavicārānaṁ vūpasamā ajjhattaṁ sampasādanaṁ cetaso ekodibhāvaṁ avitakkaṁ avicāraṁ samādhijaṁ pītisukhaṁ dutiyaṁ jhānaṁ upasampajja vihareyya.
อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่🤖 AI จับคู่
It’s possible that some mendicant, as the placing of the mind and keeping it connected are stilled, might enter and remain in the second absorption, which has the rapture and bliss born of immersion, with internal clarity and mind at one, without placing the mind and keeping it connected.
mn8:5.2 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
They might think
mn8:5.3 #
สลฺเลเขน วิหรามีติ✎ ร่าง
‘sallekhena viharāmī’ti.
เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส🤖 AI จับคู่
they’re practicing self-effacement.
mn8:5.4 #
น โข ปเนเต จุนฺท อริยสฺส วินเย สลฺเลขา วุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Na kho panete, cunda, ariyassa vinaye sallekhā vuccanti.
ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือทุติยฌานนี้ เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
But in the training of the Noble One these are not called ‘self-effacement’;
mn8:5.5 #
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhadhammasukhavihārā ete ariyassa vinaye vuccanti.
เรากล่าวว่าเป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
they’re called ‘blissful meditations in this life’.
mn8:6.1 #
ฐานํ โข ปเนตํ จุนฺท วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหเรยฺย สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทยฺย ยนฺตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารีติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย✎ ร่าง
Ṭhānaṁ kho panetaṁ, cunda, vijjati yaṁ idhekacco bhikkhu pītiyā ca virāgā upekkhako ca vihareyya, sato ca sampajāno sukhañca kāyena paṭisaṁvedeyya, yaṁ taṁ ariyā ācikkhanti: ‘upekkhako satimā sukhavihārī’ti tatiyaṁ jhānaṁ upasampajja vihareyya.
อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้แล ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ และเสวยสุขด้วยกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข🤖 AI จับคู่
It’s possible that some mendicant, with the fading away of rapture, might enter and remain in the third absorption, where they meditate with equanimity, mindful and aware, personally experiencing the bliss of which the noble ones declare, ‘Equanimous and mindful, one meditates in bliss.’
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.52
mn8:6.2 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
They might think
mn8:6.3 #
สลฺเลเขน วิหรามีติ✎ ร่าง
‘sallekhena viharāmī’ti.
เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส🤖 AI จับคู่
they’re practicing self-effacement.
mn8:6.4 #
น โข ปเนเต จุนฺท อริยสฺส วินเย สลฺเลขา วุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Na kho panete, cunda, ariyassa vinaye sallekhā vuccanti.
ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือตติยฌานนี้เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
But in the training of the Noble One these are not called ‘self-effacement’;
mn8:6.5 #
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhadhammasukhavihārā ete ariyassa vinaye vuccanti.
เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
they’re called ‘blissful meditations in this life’.
mn8:7.1 #
ฐานํ โข ปเนตํ จุนฺท วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺย✎ ร่าง
Ṭhānaṁ kho panetaṁ, cunda, vijjati yaṁ idhekacco bhikkhu sukhassa ca pahānā dukkhassa ca pahānā pubbeva somanassadomanassānaṁ atthaṅgamā adukkhamasukhaṁ upekkhāsatipārisuddhiṁ catutthaṁ jhānaṁ upasampajja vihareyya.
อนึ่ง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ ที่ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ พึงบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสในก่อนเสียได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่🤖 AI จับคู่
It’s possible that some mendicant, with the giving up of pleasure and pain, and the ending of former happiness and sadness, might enter and remain in the fourth absorption, without pleasure or pain, with pure equanimity and mindfulness.
อ้างอิงสยามรัฐ 12.74
mn8:7.2 #
ตสฺส เอวมสฺส✎ ร่าง
Tassa evamassa:
ภิกษุนั้นจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
They might think
mn8:7.3 #
สลฺเลเขน วิหรามีติ✎ ร่าง
‘sallekhena viharāmī’ti.
เราย่อมอยู่ด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส🤖 AI จับคู่
they’re practicing self-effacement.
mn8:7.4 #
น โข ปเนเต จุนฺท อริยสฺส วินเย สลฺเลขา วุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Na kho panete, cunda, ariyassa vinaye sallekhā vuccanti.
ดูกรจุนทะ แต่ธรรมคือจตุตถฌานนี้เราไม่กล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
But in the training of the Noble One these are not called ‘self-effacement’;
mn8:7.5 #
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา เอเต อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhadhammasukhavihārā ete ariyassa vinaye vuccanti.
เรากล่าวว่า เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขในอัตภาพนี้ ในวินัยของพระอริยะ🤖 AI จับคู่
they’re called ‘blissful meditations in this life’.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน