‹ กลับ
วีมังสกสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 537 · ม.มู. ๑๒/๙๙๐๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๓๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอันภิกษุผู้พิจารณา เมื่อไม่ รู้วาระจิตของผู้อื่น พึงตรวจดูในธรรม ๒ ประการ คือ ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มีอยู่หรือไม่. เมื่อตรวจดูตถาคตนั้น ก็จะรู้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มิได้มี เมื่อใด ตรวจดู ตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มิได้มี แต่นั้น ก็ตรวจดูตถาคตนั้นต่อไปว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกัน [ดำบ้าง ขาวบ้าง คือเป็นอกุศลบ้าง กุศลบ้าง] ของตถาคต มีอยู่หรือไม่. เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า ธรรม ที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี แต่นั้นก็ตรวจดูตถาคตนั้นต่อไป ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่หรือไม่ เมื่อตรวจดูตถาคต นั้นก็จะรู้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่ เมื่อใด ตรวจดูตถาคต นั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคตมีอยู่ แต่นั้น ก็ตรวจดู ตถาคตนั้นต่อไปว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมกุศลธรรมนี้ สิ้นกาลนาน หรือว่าพระศาสดา ผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย. เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อม กุศลธรรมนี้สิ้นกาลนาน มิใช่ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย. เมื่อใด ตรวจ ดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมกุศลธรรมนี้สิ้นกาลนาน มิใช่ว่า พระศาสดา ผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย แต่นั้นก็ตรวจดูตถาคตต่อไปว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว โทษบางชนิดในโลกนี้ของภิกษุนั้นมีอยู่บ้างหรือไม่. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ยังไม่มีโทษบางชนิดในโลกนี้ ชั่วเวลาที่ตนไม่ถึงความปรากฏ ถึงความมียศ แต่เมื่อใด ภิกษุ ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว เมื่อนั้น จึงมีโทษบางชนิดในโลกนี้. ภิกษุผู้พิจารณาเมื่อตรวจ ดูตถาคตนั้นก็รู้ว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว มิได้มีโทษบางชนิดในโลกนี้ เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นก็รู้อย่างนี้ว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว มิได้มี โทษบางชนิดในโลกนี้ แต่นั้น ก็ตรวจดูตถาคตต่อไปว่า ผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มี อายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ เมื่อตรวจดูตถาคตนั้น ย่อมรู้อย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุนี้ ประกอบด้วยความไม่มีภัย หาเป็นผู้ประกอบ ด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากชนเหล่าอื่นพึงถามภิกษุนั้นว่า ก็อาการกิริยาที่ส่อแสดงของท่านผู้มีอายุเป็นอย่างไร ที่เป็นเหตุ ให้ท่านกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มีอายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะ มีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อจะ พยากรณ์โดยชอบ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ก็จริงอย่างนั้น ท่านผู้มีอายุนี้ บางทีก็อยู่ในหมู่ บางที ก็อยู่ผู้เดียวในหมู่นั้น พวกที่ดำเนินดีก็มี พวกที่สั่งสอนคณะก็มี พวกที่ดำเนินชั่วก็มี บาง พวกที่ติดอยู่ในอามิสทั้งหลายในโลกนี้ก็มี บางพวกที่ไม่ติดเพราะอามิสในโลกนี้ก็มี ท่านผู้มีอายุ นี้ หาดูหมิ่นบุคคลนั้นด้วยเหตุนั้นไม่. เราได้สดับรับข้อนี้มาในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ว่า เราเป็นผู้ไม่ประกอบด้วยภัย เราหาเป็นผู้ประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่ เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ.
เทียบรายประโยค (42 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 38
mn47:3.4 #
ภควา เอตทโวจ✎ ร่าง
Bhagavā etadavoca:
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า🤖 AI จับคู่
The Buddha said this:
mn47:4.1 #
วีมํสเกน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปรสฺส เจโตปริยายํ อชานนฺเตน ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ตถาคโต สมนฺเนสิตพฺโพ จกฺขุโสตวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ✎ ร่าง
“Vīmaṁsakena, bhikkhave, bhikkhunā parassa cetopariyāyaṁ ajānantena dvīsu dhammesu tathāgato samannesitabbo cakkhusotaviññeyyesu dhammesu:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอันภิกษุผู้พิจารณา เมื่อไม่รู้วาระจิตของผู้อื่น พึงตรวจดูในธรรม ๒ ประการ คือ ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
“Mendicants, a mendicant who is an inquirer, unable to encompass another’s mind, should scrutinize the Realized One for two things—things that can be seen and heard:
mn47:4.2 #
เย สงฺกิลิฏฺฐา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ วา เต ตถาคตสฺส โน วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ye saṅkiliṭṭhā cakkhusotaviññeyyā dhammā, saṁvijjanti vā te tathāgatassa no vā’ti?
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
‘Can anything corrupt be seen or heard in the Realized One or not?’
mn47:4.3 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้น ก็จะรู้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มิได้มี🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:4.4 #
เย สงฺกิลิฏฺฐา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา น เต ตถาคตสฺส สํวิชฺชนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
‘ye saṅkiliṭṭhā cakkhusotaviññeyyā dhammā, na te tathāgatassa saṁvijjantī’ti.
เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มิได้มี แต่นั้นก็ตรวจดูตถาคตนั้นต่อไปว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกัน [ดำบ้าง ขาวบ้าง คือเป็นอกุศลบ้าง กุศลบ้าง] ของตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
nothing corrupt can be seen or heard in the Realized One.
mn47:5.1 #
ยโต นํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Yato naṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
อ้างอิงสยามรัฐ 12.577
mn47:5.2 #
เย สงฺกิลิฏฺฐา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา น เต ตถาคตสฺส สํวิชฺชนฺตีติ ตโต นํ อุตฺตรึ สมนฺเนสติ✎ ร่าง
‘ye saṅkiliṭṭhā cakkhusotaviññeyyā dhammā, na te tathāgatassa saṁvijjantī’ti, tato naṁ uttariṁ samannesati:
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี🤖 AI จับคู่
They scrutinize further:
mn47:5.3 #
เย วีติมิสฺสา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ วา เต ตถาคตสฺส โน วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ye vītimissā cakkhusotaviññeyyā dhammā, saṁvijjanti vā te tathāgatassa no vā’ti?
เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี แต่นั้นก็ตรวจดูตถาคตนั้นต่อไปว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่หรือไม่🤖 AI จับคู่
‘Can anything mixed be seen or heard in the Realized One or not?’
mn47:5.4 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:5.5 #
เย วีติมิสฺสา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา น เต ตถาคตสฺส สํวิชฺชนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
‘ye vītimissā cakkhusotaviññeyyā dhammā, na te tathāgatassa saṁvijjantī’ti.
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี🤖 AI จับคู่
nothing mixed can be seen or heard in the Realized One.
mn47:6.1 #
ยโต นํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Yato naṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.400 · พุทธชยันตี 10.746
mn47:6.2 #
เย วีติมิสฺสา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา น เต ตถาคตสฺส สํวิชฺชนฺตีติ ตโต นํ อุตฺตรึ สมนฺเนสติ✎ ร่าง
‘ye vītimissā cakkhusotaviññeyyā dhammā, na te tathāgatassa saṁvijjantī’ti, tato naṁ uttariṁ samannesati:
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่🤖 AI จับคู่
They scrutinize further:
mn47:6.3 #
เย โวทาตา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ วา เต ตถาคตสฺส โน วาติ ฯ✎ ร่าง
‘ye vodātā cakkhusotaviññeyyā dhammā, saṁvijjanti vā te tathāgatassa no vā’ti?
เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันผ่องแผ้วของตถาคตมีอยู่ แต่นั้น ก็ตรวจดูตถาคตนั้นต่อไปว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมกุศลธรรมนี้ สิ้นกาลนาน หรือว่าพระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย.🤖 AI จับคู่
‘Can anything clean be seen or heard in the Realized One or not?’
mn47:6.4 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็จะรู้ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมกุศลธรรมนี้สิ้นกาลนาน มิใช่ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย.🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:6.5 #
เย โวทาตา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ เต ตถาคตสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
‘ye vodātā cakkhusotaviññeyyā dhammā, saṁvijjanti te tathāgatassā’ti.
เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นรู้อย่างนี้ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมกุศลธรรมนี้สิ้นกาลนาน มิใช่ว่า พระศาสดาผู้มีอายุนี้ถึงพร้อมสิ้นกาลนิดหน่อย แต่นั้นก็ตรวจดูตถาคตต่อไปว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว โทษบางชนิดในโลกนี้ของภิกษุนั้นมีอยู่บ้างหรือไม่.🤖 AI จับคู่
clean things can be seen and heard in the Realized One.
mn47:7.1 #
ยโต นํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Yato naṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
mn47:7.2 #
เย โวทาตา จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา สํวิชฺชนฺติ เต ตถาคตสฺสาติ ตโต นํ อุตฺตรึ สมนฺเนสติ✎ ร่าง
‘ye vodātā cakkhusotaviññeyyā dhammā, saṁvijjanti te tathāgatassā’ti, tato naṁ uttariṁ samannesati:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังไม่มีโทษบางชนิดในโลกนี้ ชั่วเวลาที่ตนไม่ถึงความปรากฏ ถึงความมียศ แต่เมื่อใด ภิกษุถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว เมื่อนั้น จึงมีโทษบางชนิดในโลกนี้.🤖 AI จับคู่
They scrutinize further:
mn47:7.3 #
ทีฆรตฺตํ สมาปนฺโน อยมายสฺมา อิมํ กุสลํ ธมฺมํ อุทาหุ อิตฺตรสมาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
‘dīgharattaṁ samāpanno ayamāyasmā imaṁ kusalaṁ dhammaṁ, udāhu ittarasamāpanno’ti?
ภิกษุผู้พิจารณาเมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็รู้ว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว มิได้มีโทษบางชนิดในโลกนี้🤖 AI จับคู่
‘Did the venerable attain this skillful state a long time ago, or just recently?’
mn47:7.4 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
เมื่อใด ตรวจดูตถาคตนั้นก็รู้อย่างนี้ว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว มิได้มีโทษบางชนิดในโลกนี้ แต่นั้น ก็ตรวจดูตถาคตต่อไปว่า ผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มีอายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:7.5 #
ทีฆรตฺตํ สมาปนฺโน อยมายสฺมา อิมํ กุสลํ ธมฺมํ นายมายสฺมา อิตฺตรสมาปนฺโนติ ฯ✎ ร่าง
‘dīgharattaṁ samāpanno ayamāyasmā imaṁ kusalaṁ dhammaṁ, nāyamāyasmā ittarasamāpanno’ti.
เมื่อตรวจดูตถาคตนั้น ย่อมรู้อย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุนี้ ประกอบด้วยความไม่มีภัย หาเป็นผู้ประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ🤖 AI จับคู่
the venerable attained this skillful state a long time ago, not just recently.
mn47:8.1 #
ยโต นํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Yato naṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากชนเหล่าอื่นพึงถามภิกษุนั้นว่า ก็อาการกิริยาที่ส่อแสดงของท่านผู้มีอายุเป็นอย่างไร ที่เป็นเหตุให้ท่านกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มีอายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ.🤖 AI จับคู่
อ้างอิงสยามรัฐ 12.578
mn47:8.2 #
ทีฆรตฺตํ สมาปนฺโน อยมายสฺมา อิมํ กุสลํ ธมฺมํ นายมายสฺมา อิตฺตรสมาปนฺโนติ ตโต นํ อุตฺตรึ สมนฺเนสติ✎ ร่าง
‘dīgharattaṁ samāpanno ayamāyasmā imaṁ kusalaṁ dhammaṁ, nāyamāyasmā ittarasamāpanno’ti, tato naṁ uttariṁ samannesati:
ก็อาการกิริยาที่ส่อแสดงของท่านผู้มีอายุเป็นอย่างไร ที่เป็นเหตุให้ท่านกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย🤖 AI จับคู่
They scrutinize further:
mn47:8.3 #
ญาตชฺฌาปนฺโน ๑- อยมายสฺมา ภิกฺขุ ยสปฺปตฺโต ๒- สํวิชฺชนฺตสฺส อิเธกจฺเจ อาทีนวาติ ฯ✎ ร่าง
‘ñattajjhāpanno ayamāyasmā bhikkhu yasappatto, saṁvijjantassa idhekacce ādīnavā’ti?
ท่านผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มีอายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ.🤖 AI จับคู่
‘Are certain dangers found in that venerable mendicant who has achieved fame and renown?’
mn47:8.4 #
น ตาว ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อิเธกจฺเจ อาทีนวา สํวิชฺชนฺติ ยาว น ญาตชฺฌาปนฺโน โหติ ยสปฺปตฺโต ฯ✎ ร่าง
Na tāva, bhikkhave, bhikkhuno idhekacce ādīnavā saṁvijjanti yāva na ñattajjhāpanno hoti yasappatto.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อจะพยากรณ์โดยชอบ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ก็จริงอย่างนั้น ท่านผู้มีอายุนี้ บางทีก็อยู่ในหมู่ บางทีก็อยู่ผู้เดียวในหมู่นั้น พวกที่ดำเนินดีก็มี พวกที่สั่งสอนคณะก็มี พวกที่ดำเนินชั่วก็มี บางพวกที่ติดอยู่ในอามิสทั้งหลายในโลกนี้ก็มี บางพวกที่ไม่ติดเพราะอามิสในโลกนี้ก็มี ท่านผู้มีอายุนี้ หาดูหมิ่นบุคคลนั้นด้วยเหตุนั้นไม่.🤖 AI จับคู่
For, mendicants, so long as a mendicant has not achieved fame and renown, certain dangers are not found in them.
mn47:8.5 #
ยโต จ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ญาตชฺฌาปนฺโน โหติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ยตฺตชฺฌาปนฺโนติ ทิสฺสติ ฯ ๒ ยุ. ยสมฺปตฺโตติ ทิสฺสติ ฯ ยสปฺปตฺโต อถสฺส อิเธกจฺเจ อาทีนวา สํวิชฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yato ca kho, bhikkhave, bhikkhu ñattajjhāpanno hoti yasappatto, athassa idhekacce ādīnavā saṁvijjanti.
แต่เมื่อใด ภิกษุถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว เมื่อนั้น จึงมีโทษบางชนิดในโลกนี้.🤖 AI จับคู่
But when they achieve fame and renown, those dangers appear.
mn47:8.6 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
ภิกษุผู้พิจารณาเมื่อตรวจดูตถาคตนั้นก็รู้ว่า ภิกษุผู้มีอายุนี้ถึงความปรากฏ ถึงความมียศแล้ว มิได้มีโทษบางชนิดในโลกนี้🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:8.7 #
ญาตชฺฌาปนฺโน อยมายสฺมา ภิกฺขุ ยสปฺปตฺโต นาสฺส อิเธกจฺเจ อาทีนวา สํวิชฺชนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
‘ñattajjhāpanno ayamāyasmā bhikkhu yasappatto, nāssa idhekacce ādīnavā saṁvijjantī’ti.
เราได้สดับรับข้อนี้มาในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า เราเป็นผู้ไม่ประกอบด้วยภัย เราหาเป็นผู้ประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ.🤖 AI จับคู่
those dangers are not found in that venerable mendicant who has achieved fame and renown.
mn47:9.1 #
ยโต นํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Yato naṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในพวกภิกษุผู้พิจารณานั้น ภิกษุผู้พิจารณารูปหนึ่งควรสอบถามตถาคตต่อไปว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 1.319
mn47:9.2 #
ญาตชฺฌาปนฺโน อยมายสฺมา ภิกฺขุ ยสปฺปตฺโต นาสฺส อิเธกจฺเจ อาทีนวา สํวิชฺชนฺตีติ ตโต นํ อุตฺตรึ สมนฺเนสติ✎ ร่าง
‘ñattajjhāpanno ayamāyasmā bhikkhu yasappatto, nāssa idhekacce ādīnavā saṁvijjantī’ti, tato naṁ uttariṁ samannesati:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเมื่อจะพยากรณ์ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเศร้าหมองของตถาคต มิได้มี.🤖 AI จับคู่
They scrutinize further:
mn47:9.3 #
อภยูปรโต อยมายสฺมา นายมายสฺมา ภยูปรโต✎ ร่าง
‘abhayūparato ayamāyasmā, nāyamāyasmā bhayūparato;
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกัน ของพระตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
‘Is this venerable securely stilled or insecurely stilled?
mn47:9.4 #
วีตราคตฺตา กาเม น เสวติ ขยา ราคสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
vītarāgattā kāme na sevati khayā rāgassā’ti?
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตอันเจือกันของตถาคต มิได้มี.🤖 AI จับคู่
Is the reason they don’t indulge in sensual pleasures that they’re free of greed because greed has ended?’
mn47:9.5 #
ตเมนํ สมนฺเนสมาโน เอวํ ชานาติ✎ ร่าง
Tamenaṁ samannesamāno evaṁ jānāti:
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตที่ผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่หรือไม่.🤖 AI จับคู่
Scrutinizing him they find that
mn47:9.6 #
อภยูปรโต อยมายสฺมา นายมายสฺมา ภยูปรโต✎ ร่าง
‘abhayūparato ayamāyasmā, nāyamāyasmā bhayūparato;
ธรรมที่พึงรู้แจ้งด้วยจักษุและโสตที่ผ่องแผ้วของตถาคต มีอยู่ เราเป็นผู้มีธรรมที่ผ่องแผ้วนั้นเป็นทาง มีธรรมที่ผ่องแผ้วนั้นเป็นโคจร เพราะเหตุนั้นเราจึงไม่ใช่เป็นผู้มีตัณหา.🤖 AI จับคู่
that venerable is securely stilled, not insecurely stilled.
mn47:9.7 #
วีตราคตฺตา กาเม น เสวติ ขยา ราคสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
vītarāgattā kāme na sevati khayā rāgassā’ti.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สาวกควรจะเข้าหาศาสดาผู้มีวาทะอย่างนี้ เพื่อฟังธรรม ศาสดาย่อมแสดงธรรมอันยิ่งๆ อันประณีตๆ อันเปรียบด้วยส่วนดำ ส่วนขาว แก่สาวกนั้น🤖 AI จับคู่
The reason they don’t indulge in sensual pleasures is that they’re free of greed because greed has ended.
mn47:10.1 #
ตญฺเจ ภิกฺขเว ภิกฺขุํ ปเร เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Tañce, bhikkhave, bhikkhuṁ pare evaṁ puccheyyuṁ:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากชนเหล่าอื่นพึงถามภิกษุนั้นว่า🤖 AI จับคู่
If others should ask that mendicant,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.401 · พุทธชยันตี 10.748
mn47:10.2 #
เก ปนายสฺมโต อาการา เก อนฺวยา เยนายสฺมา เอวํ วเทติ✎ ร่าง
‘ke panāyasmato ākārā, ke anvayā, yenāyasmā evaṁ vadesi—
ก็อาการกิริยาที่ส่อแสดงของท่านผู้มีอายุเป็นอย่างไร ที่เป็นเหตุให้ท่านกล่าวว่า🤖 AI จับคู่
‘But what reason and evidence does the venerable have for saying this?’
mn47:10.3 #
อภยูปรโต อยมายสฺมา นายมายสฺมา ภยูปรโต✎ ร่าง
abhayūparato ayamāyasmā, nāyamāyasmā bhayūparato;
ท่านผู้มีอายุนี้ ไม่ประกอบด้วยภัย ท่านผู้มีอายุนี้ หาประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ🤖 AI จับคู่
mn47:10.4 #
วีตราคตฺตา กาเม น เสวติ ขยา ราคสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
vītarāgattā kāme na sevati khayā rāgassā’ti.
mn47:10.5 #
สมฺมา พฺยากรมาโน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย✎ ร่าง
Sammā byākaramāno, bhikkhave, bhikkhu evaṁ byākareyya:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อจะพยากรณ์โดยชอบ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
Answering rightly, the mendicant should say,
mn47:10.6 #
ตถา หิ ปน อยมายสฺมา สงฺเฆ วา วิหรนฺโต เอโก วา วิหรนฺโต เย จ ตตฺถ สุคตา เย จ ตตฺถ ทุคฺคตา เย จ ตตฺถ คณมนุสาสนฺติ เย จ อิเธกจฺเจ อามิเสสุ สนฺทิสฺสนฺติ เย จ อิเธกจฺเจ อามิเสน อนุปลิตฺตา นายมายสฺมา ตํ เตน อวชานาติ ฯ✎ ร่าง
‘tathā hi pana ayamāyasmā saṅghe vā viharanto eko vā viharanto, ye ca tattha sugatā ye ca tattha duggatā, ye ca tattha gaṇamanusāsanti, ye ca idhekacce āmisesu sandissanti, ye ca idhekacce āmisena anupalittā, nāyamāyasmā taṁ tena avajānāti.
ก็จริงอย่างนั้น ท่านผู้มีอายุนี้ บางทีก็อยู่ในหมู่ บางทีก็อยู่ผู้เดียวในหมู่นั้น พวกที่ดำเนินดีก็มี พวกที่สั่งสอนคณะก็มี พวกที่ดำเนินชั่วก็มี บางพวกที่ติดอยู่ในอามิสทั้งหลายในโลกนี้ก็มี บางพวกที่ไม่ติดเพราะอามิสในโลกนี้ก็มี ท่านผู้มีอายุนี้ หาดูหมิ่นบุคคลนั้นด้วยเหตุนั้นไม่.🤖 AI จับคู่
‘Because, whether that venerable is staying in a community or alone, some people there are in a good state or a sorry state, some instruct a group, and some are seen among pleasures of the flesh while others remain unsullied. Yet that venerable doesn’t look down on them for that.
mn47:10.7 #
สมฺมุขา โข ปน เมตํ ภควโต สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ✎ ร่าง
Sammukhā kho pana metaṁ bhagavato sutaṁ sammukhā paṭiggahitaṁ—
เราได้สดับรับข้อนี้มาในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า🤖 AI จับคู่
Also, I have heard and learned this in the presence of the Buddha:
mn47:10.8 #
อภยูปรโตหมสฺมิ นาหมสฺมิ ภยูปรโต วีตราคตฺตา กาเม น เสวามิ ขยา ราคสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
abhayūparatohamasmi, nāhamasmi bhayūparato, vītarāgattā kāme na sevāmi khayā rāgassā’ti.
เราเป็นผู้ไม่ประกอบด้วยภัย เราหาเป็นผู้ประกอบด้วยภัยไม่ เพราะมีราคะไปปราศแล้ว ไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะสิ้นราคะ.🤖 AI จับคู่
“I am securely stilled, not insecurely stilled. The reason I don’t indulge in sensual pleasures is that I’m free of greed because greed has ended.”’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน