‹ กลับ
พรหมนิมันตนิกสูตร
เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · ข้อ 554 · ม.มู. ๑๒/๑๐๑๓๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๕๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรากล่าวอย่างนี้แล้ว พกพรหมได้กล่าวว่า ดูกรท่านผู้ นฤทุกข์ ก็เรากล่าวสิ่งที่เที่ยงนั่นแลว่า เที่ยง กล่าวสิ่งที่มั่นคงนั่นแลว่า มั่นคง กล่าวสิ่งที่ยั่งยืน นั่นแลว่า ยั่งยืน กล่าวสิ่งที่แข็งแรงนั่นแลว่า แข็งแรง กล่าวสิ่งที่ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดา นั่นแลว่า ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดา. ก็แหละสัตว์ย่อมไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ในพรหมสถานใด เรากล่าวพรหมสถานนั้นแหละว่า พรหมสถานนี้แล ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ และกล่าวเหตุที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่น ไม่มีว่า เหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์ อย่างยิ่งอื่นไม่มี. ดูกรภิกษุ สมณะและพราหมณ์พวกที่มีก่อนท่านได้มีแล้วในโลก อายุทั้งสิ้นของ ท่านเท่าไร กรรมที่ทำด้วยตบะของท่านมีเท่านั้น. สมณะและพราหมณ์เหล่านั้นแล พึงรู้ซึ่งเหตุ เป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นมีอยู่ว่า เหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นมีอยู่ หรือพึงรู้ซึ่ง เหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นไม่มีอยู่ว่า เหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นไม่มีอยู่. ดูกรภิกษุ เพราะเหตุไรเราจึงกล่าวกะท่านอย่างนี้ เพราะว่าท่านจักไม่เห็นเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์ อย่างยิ่งอื่นเลย และท่านจักเป็นผู้มีส่วนแห่งความลำบาก แห่งความคับแค้นอย่างเดียวเท่านั้น. ดูกรภิกษุ ถ้าแลท่านจักกลืนกินแผ่นดินได้ไซร้ ท่านก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้เรา นอนในที่อยู่ ของเรา เราพึงทำได้ตามประสงค์ เราพึงห้ามได้. ถ้าและท่านจักกลืนกินน้ำ ไฟลม เหล่าสัตว์ เทวดา ปชาบดี พรหมได้ไซร้ ท่านก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้เรา นอนในที่อยู่ของเรา เราพึงทำ ได้ตามประสงค์ เราพึงห้ามได้ ดังนี้. เรากล่าวว่า ดูกรพรหม แม้เราแลย่อมรู้เหตุนี้. ถ้าเราจักกลืน กินแผ่นดินได้ไซร้ เราก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้ท่าน นอนในที่อยู่ของท่าน ท่านพึงทำได้ตาม ประสงค์ ท่านพึงห้ามได้. ถ้าและเราจักกลืนกินน้ำ ไฟ ลม เหล่าสัตว์ เทวดา ปชาบดี พรหม ได้ไซร้ เราก็จักชื่อว่าเป็นผู้นอนใกล้ท่าน นอนในที่อยู่ของท่าน ท่านพึงทำได้ตามประสงค์ ท่าน พึงห้ามได้. ดูกรพรหม ใช่แต่เท่านั้น เราย่อมรู้ความสำเร็จ และย่อมรู้อานุภาพของท่านว่า พกพรหมมีฤทธิ์มากอย่างนี้ พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้ พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้. พกพรหม ถามเราว่า ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ ก็ท่านย่อมรู้ความสำเร็จ และย่อมรู้อานุภาพของเราว่า พกพรหม มีฤทธิ์มากอย่างนี้ พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้ พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้อย่างไร? เรากล่าวว่า ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ย่อมโคจรส่องทิศให้สว่างอยู่เท่าใด อำนาจของท่านย่อมเป็นไปในพันจักรวาลเท่านั้น ท่านย่อมรู้จัก สัตว์ที่เลวและสัตว์ที่ประณีต รู้จักสัตว์ที่มีราคะและสัตว์ที่ไม่มี ราคะ รู้จักจักรวาลนี้และจักรวาลอื่น และรู้จักความมาและ ความไปของสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้. ดูกรพรหม เราย่อมรู้ความสำเร็จ และย่อมรู้อานุภาพของท่านอย่างนี้ว่า พกพรหมมีฤทธิ์ มากอย่างนี้ พกพรหมมีอานุภาพมากอย่างนี้ พกพรหมมีศักดิ์มากอย่างนี้. ดูกรพรหม กาย ๓ อย่างอื่นมีอยู่ ท่านย่อมไม่รู้ไม่เห็นในกาย ๓ อย่างนั้น เราย่อมรู้ ย่อมเห็นกายเหล่านั้น. ดูกรพรหม กายชื่ออาภัสสระมีอยู่. ท่านเคลื่อนแล้วจากที่ใด มาอุบัติแล้วในที่นี้ ท่านมีสติหลงลืมไปเพราะ ความอยู่อาศัยนานนัก เพราะเหตุนั้น ท่านจึงไม่รู้ไม่เห็นกายนั้น เราย่อมรู้ ย่อมเห็นกายนั้น. ดูกรพรหม เราเป็นผู้ไม่สม่ำเสมอกับท่านด้วยความรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมี แต่ที่ไหน โดยที่แท้ เรานี่แหละเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน. ดูกรพรหม กายชื่อสุภกิณหะ กายชื่อเวหัป- *ผละมีอยู่แล ท่านย่อมไม่รู้ ย่อมไม่เห็นกายนั้น เราย่อมรู้ ย่อมเห็นกายนั้น. ดูกรพรหม เราเป็น ผู้ไม่สม่ำเสมอกับท่านด้วยความรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน โดยที่แท้ เรานี่แหละเป็นผู้สูงยิ่งกว่าท่าน. ดูกรพรหม เรารู้จักดินแลโดยความเป็นดิน รู้จักนิพพานอันสัตว์ เสวยไม่ได้โดยความที่ดินเป็นดิน แล้วไม่เป็นดิน ไม่ได้มีแล้วในดิน ไม่ได้มีแล้วแต่ดิน ไม่ได้ มีแล้วว่าดินของเรา ไม่ได้กล่าวเฉพาะดิน. ดูกรพรหมเราเป็นผู้ไม่สม่ำเสมอกับท่านด้วยความรู้ ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เราเป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน โดยที่แท้ เรานี่แหละเป็นผู้สูงกว่าท่าน. ดูกรพรหม เรารู้จักน้ำ ... ดูกรพรหม เรารู้จักไฟ ... ดูกรพรหม เรารู้จักลม ... ดูกรพรหม เรารู้จักเหล่า สัตว์ ... ดูกรพรหม เรารู้จักเทวดา ... ดูกรพรหม เรารู้จักปชาบดี ... ดูกรพรหม เรารู้จักพรหม ... ดูกรพรหม เรารู้จักพวกอาภัสสรพรหม ... ดูกรพรหม เรารู้จักพวกสุภกิณหพรหม ... ดูกรพรหม เรารู้จักพวก เวหัปผลพรหม ... ดูกรพรหม เรารู้จักอภิภูพรหม ... ดูกรพรหม เรารู้จักสิ่งทั้งปวงโดยความเป็นสิ่ง ทั้งปวง รู้จักนิพพานอันสัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่สิ่งทั้งปวงเป็นสิ่งทั้งปวง แล้วไม่เป็นสิ่งทั้งปวง ไม่ได้มีแล้วในสิ่งทั้งปวง ไม่ได้มีแล้วแต่สิ่งทั้งปวง ไม่ได้มีแล้วว่าสิ่งทั้งปวงของเรา ไม่ได้กล่าว เฉพาะสิ่งทั้งปวง. ดูกรพรหม เราเป็นผู้ไม่สม่ำเสมอกับท่านด้วยความรู้ยิ่งแม้อย่างนี้ ความที่เรา เป็นผู้ต่ำกว่าท่านจะมีแต่ที่ไหน โดยที่แท้ เรานี่แหละเป็นผู้สูงกว่าท่าน. พกพรหมกล่าวกะเราว่า ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ ถ้าแลเพราะท่านรู้นิพพานที่สัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่สิ่งทั้งปวงเป็นสิ่งทั้งปวง ถ้อยคำของท่านอย่าได้ว่างเสียเลย อย่าได้เปล่าเสียเลย. นิพพานอันผู้บรรลุพึงรู้แจ้งได้ เป็นอนิ- *ทัสสนะ (ไม่เห็นได้ด้วยจักษุวิญญาณ) เป็นอนันตะ (ไม่มีที่สุด หรือ หายไปจากความเกิดขึ้นและ ความเสื่อม) มีรัศมีในที่ทั้งปวง อันสัตว์เสวยไม่ได้โดยความที่ดินเป็นดิน โดยความที่น้ำเป็นน้ำ โดยความที่ไฟเป็นไฟ โดยความที่ลมเป็นลม โดยความที่เหล่าสัตว์เป็นเหล่าสัตว์ โดยความที่เทวดา เป็นเทวดา โดยความที่ปชาบดีเป็นปชาบดี โดยความที่พรหมเป็นพรหม โดยความที่เป็นอาภัสสร- *พรหมเป็นอาภัสสรพรหม โดยความที่สุภกิณหพรหมเป็นสุภกิณหพรหม โดยความที่เวหัปผลพรหม เป็นเวหัปผลพรหม โดยความที่อภิภูพรหมเป็นอภิภูพรหม โดยความที่สิ่งทั้งปวง เป็นสิ่งทั้งปวง. พกพรหมกล่าวกะเราว่า ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ มิฉะนั้น บัดนี้เราจะหายไปจากท่าน. เรากล่าวว่า ดูกรพรหม ผิฉะนั้น บัดนี้ ถ้าท่านอาจจะหายไปได้ ก็จงหายไปเถิด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พกพรหมกล่าวว่า เราจักหายไปจากพระสมณโคดม เราจักหายไปจากพระสมณโคดม แต่ก็ไม่อาจหายไปจากเราได้โดยแท้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพกพรหมกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้ กล่าวกะพกพรหมว่า ดูกรพรหมผิฉะนั้น บัดนี้ เราจะหายไปจากท่าน. พกพรหมกล่าวว่า ดูกร ท่านผู้นฤทุกข์ ผิฉะนั้น บัดนี้ ถ้าท่านอาจหายไปได้ ก็จงหายไปเถิด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น เราบันดาลอิทธาภิสังขารให้เป็นเหมือนอย่างนั้น ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พรหมก็ดี พวกพรหมบริษัท ก็ดี พวกพรหมปาริสัชชะก็ดี ย่อมได้ยินเสียงเรา แต่มิได้เห็นตัวเรา ดังนี้. เราหายไปแล้ว ได้ กล่าวคาถานี้ว่า:- เราเห็นภัยในภพ และเห็นภพของสัตว์ผู้แสวง หาที่ปราศจากภพแล้ว ไม่กล่าวยกย่องภพ อะไรเลย ทั้งไม่ยังนันทิให้เกิดขึ้นด้วย ดังนี้.
เทียบรายประโยค (84 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 13 ✎ ร่าง 69
mn49:6.6 #
Tuyhañhi, pāpima, evaṁ hoti:
และท่านคิดว่า✎ ร่าง
And you think,
mn49:6.7 #
“esopi me assa hatthagato, esopi me assa vasaṅgato”ti.
บางทีสมณะนี้ก็อาจจะอยู่ในมือเรา หรือบางทีก็อาจจะอยู่ในอำนาจของเรา✎ ร่าง
“Maybe this one, too, has fallen into my hands; maybe he’s under my sway!”
mn49:6.8 #
Ahaṁ kho pana, pāpima, neva tava hatthagato neva tava vasaṅgato’ti.
แต่ว่าเราไม่ได้อยู่ในมือของท่าน และเราไม่ได้อยู่ในอำนาจของท่าน.✎ ร่าง
But I haven’t fallen into your hands; I’m not under your sway.’
mn49:7.1 #
เอวํ วุตฺเต ภิกฺขเว พโก พฺรหฺมา มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, bhikkhave, bako brahmā maṁ etadavoca:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเรากล่าวอย่างนี้แล้ว พกพรหมได้กล่าวว่า🤖 AI จับคู่
When I had spoken, Baka the Divinity said to me,
อ้างอิงPTS 1.328 · สยามรัฐ 12.593 · ฉัฏฐสังคายนา 12.411 · พุทธชยันตี 10.768
mn49:7.2 #
อหํ หิ มาริส นิจฺจํเยว สมานํ นิจฺจนฺติ วทามิ ธุวํเยว สมานํ ธุวนฺติ วทามิ สสฺสตํเยว สมานํ สสฺสตนฺติ วทามิ เกวลํเยว สมานํ เกวลนฺติ วทามิ อจวนธมฺมํเยว สมานํ อจวนธมฺมนฺติ วทามิ ฯ ยตฺถ จ ปน น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ ตเทวาหํ วทามิ✎ ร่าง
‘ahañhi, mārisa, niccaṁyeva samānaṁ “niccan”ti vadāmi, dhuvaṁyeva samānaṁ “dhuvan”ti vadāmi, sassataṁyeva samānaṁ “sassatan”ti vadāmi, kevalaṁyeva samānaṁ “kevalan”ti vadāmi, acavanadhammaṁyeva samānaṁ “acavanadhamman”ti vadāmi, yattha ca pana na jāyati na jīyati na mīyati na cavati na upapajjati tadevāhaṁ vadāmi:
ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ ก็เรากล่าวสิ่งที่เที่ยงนั่นแลว่า เที่ยง กล่าวสิ่งที่มั่นคงนั่นแลว่า มั่นคง กล่าวสิ่งที่ยั่งยืนนั่นแลว่า ยั่งยืน กล่าวสิ่งที่แข็งแรงนั่นแลว่า แข็งแรง กล่าวสิ่งที่ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดานั่นแลว่า ไม่มีความเคลื่อนเป็นธรรมดา ก็แหละเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่ง นอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี.✎ ร่าง
‘But, good fellow, what I say is permanent, everlasting, eternal, complete, and not liable to pass away is in fact permanent, everlasting, eternal, complete, and not liable to pass away. And where I say there’s no being born, growing old, dying, passing away, or being reborn there is in fact
mn49:7.3 #
อิทํ หิ น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ✎ ร่าง
“idañhi na jāyati na jīyati na mīyati na cavati na upapajjatī”ti.
สัตว์ทั้งเกิด ทั้งแก่ ทั้งตาย ทั้งจุติ ทั้งอุบัติอยู่ในพรหมสถานใด ก็ที่นั้นแหละ ไม่มีการเกิด ไม่มีการแก่ ไม่มีการตาย ไม่มีการจุติ ไม่มีการอุบัติ✎ ร่าง
no being born, growing old, dying, passing away, or being reborn.
mn49:7.4 #
อสนฺตญฺจ ปนญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณํ นตฺถญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณนฺติ วทามิ ฯ✎ ร่าง
Asantañca panaññaṁ uttari nissaraṇaṁ “natthaññaṁ uttari nissaraṇan”ti vadāmi.
และเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งก็มีอยู่ แต่ว่าพกพรหมกล่าวว่าเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์นอกจากพรหมสถานนี้ไม่มี✎ ร่าง
And when I say there’s no other escape beyond this there is in fact no other escape beyond this.
mn49:7.5 #
อเหสุํ โข ภิกฺขุ ตยา ปุพฺเพ สมณพฺราหฺมณา โลกสฺมึ ยาวตกํ ตุยฺหํ กสิณํ อายุํ ตาวตกํ เต ๑- ตโปกมฺมเมว อโหสิ ฯ✎ ร่าง
Ahesuṁ kho, bhikkhu, tayā pubbe samaṇabrāhmaṇā lokasmiṁ yāvatakaṁ tuyhaṁ kasiṇaṁ āyu tāvatakaṁ tesaṁ tapokammameva ahosi.
สมณะและพราหมณ์ในโลกก่อนๆ ท่าน ผู้ปฏิญาณตนว่าชอบใจความไม่มีและเกลียดความมีอยู่✎ ร่าง
There have been ascetics and brahmins in the world before you, mendicant, whose deeds of fervent mortification lasted as long as your entire life.
mn49:7.6 #
เต โข เอวํ ชาเนยฺยุํ สนฺตํ ๒- วา อญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณํ อตฺถญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณนฺติ อสนฺตํ วา อญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณํ นตฺถญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณนฺติ ฯ กินฺ✎ ร่าง
Te kho evaṁ jāneyyuṁ santañca panaññaṁ uttari nissaraṇaṁ “atthaññaṁ uttari nissaraṇan”ti, asantaṁ vā aññaṁ uttari nissaraṇaṁ “natthaññaṁ uttari nissaraṇan”ti.
เมื่อเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นมีอยู่ พวกเขาก็รู้ และเมื่อไม่มีก็ไม่รู้✎ ร่าง
When there was another escape beyond this they knew it, and when there was no other escape beyond this, they knew it.
mn49:7.7 #
ตาหํ ๓- ภิกฺขุ เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Taṁ tāhaṁ, bhikkhu, evaṁ vadāmi:
เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงบอกท่านว่า✎ ร่าง
So, mendicant, I tell you this:
mn49:7.8 #
น เจวญฺญํ อุตฺตรึ นิสฺสรณํ ทกฺขิสฺสสิ ยาวเทว จ ปน กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี ภวิสฺสสิ ฯ✎ ร่าง
“na cevaññaṁ uttari nissaraṇaṁ dakkhissasi, yāvadeva ca pana kilamathassa vighātassa bhāgī bhavissasi.
ท่านจักไม่พบเหตุเป็นที่ออกไปจากทุกข์อย่างยิ่งอื่นๆ นอกจากนี้ และท่านก็จักเที่ยวเหนื่อยและลำบากไปเปล่าๆ✎ ร่าง
you will never find another escape beyond this, and you will eventually get weary and frustrated.
mn49:7.9 #
สเจ โข ตฺวํ ภิกฺขุ ปฐวึ อชฺโฌสิสฺสสิ โอปสายิโก เม ภวิสฺสสิ วตฺถุสายิโก ยถากามกรณีโย พาหิเตยฺโย ฯ✎ ร่าง
Sace kho tvaṁ, bhikkhu, pathaviṁ ajjhosissasi, opasāyiko me bhavissasi vatthusāyiko, yathākāmakaraṇīyo bāhiteyyo.
ถ้าท่านยึดถือปฐวี ท่านก็จักอยู่ใกล้ชิด ในอำนาจ ในมือของเรา✎ ร่าง
If you attach to earth, you will lie close to me, in my domain, subject to my will, and expendable.
mn49:7.10 #
สเจ ปน ๔- อาปํ✎ ร่าง
Sace āpaṁ …
ถ้าท่านยึดถืออาโป ...✎ ร่าง
If you attach to water …
mn49:7.11 #
เตชํ✎ ร่าง
tejaṁ …
เตโช ...✎ ร่าง
fire …
mn49:7.12 #
วายํ✎ ร่าง
vāyaṁ …
วาโย ...✎ ร่าง
air …
mn49:7.13 #
ภูเต✎ ร่าง
bhūte …
สัตว์ ...🤖 AI จับคู่
creatures …
mn49:7.14 #
เทเว✎ ร่าง
deve …
เทวดา ...🤖 AI จับคู่
gods …
mn49:7.15 #
ปชาปตึ✎ ร่าง
pajāpatiṁ …
ปชาบดี ...🤖 AI จับคู่
the Progenitor …
mn49:7.16 #
พฺรหฺมํ อชฺโฌสิสฺสสิ โอปสายิโก เม ภวิสฺสสิ วตฺถุสายิโก ยถากามกรณีโย พาหิเตยฺโยติ ฯ✎ ร่าง
brahmaṁ ajjhosissasi, opasāyiko me bhavissasi vatthusāyiko, yathākāmakaraṇīyo bāhiteyyo”’ti.
ถ้าท่านยึดถือพรหม ท่านก็จักอยู่ใกล้ชิด ในอำนาจ ในมือของเรา✎ ร่าง
the Divinity, you will lie close to me, in my domain, subject to my will, and expendable.’
mn49:8.1 #
อหมฺปิ โข เอตํ ๕- พฺรเหฺม ชานามิ ฯ✎ ร่าง
‘Ahampi kho evaṁ, brahme, jānāmi:
ดูกรพระพรหม แม้เราก็รู้ว่า✎ ร่าง
‘Divinity, I too know that
อ้างอิงสยามรัฐ 12.594
mn49:8.2 #
สเจ ปฐวึ อชฺโฌสิสฺสามิ โอปสายิโก เต ภวิสฺสามิ วตฺถุสายิโก @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เตสํ ฯ ๒ ม. สนฺตญฺจ ปนญฺญํ ฯ ๓ ม. ยุ. ตํ ตาหํ ฯ@๔ ม. ยุ. ปนสทฺโท นตฺถิ ฯ ๕ ม. เอวํ ฯ ยถากามกรณีโย พาหิเตยฺโย ฯ✎ ร่าง
“sace pathaviṁ ajjhosissāmi, opasāyiko te bhavissāmi vatthusāyiko, yathākāmakaraṇīyo bāhiteyyo.
ถ้าเรายึดถือปฐวี เราก็จักอยู่ใกล้ชิด ในอำนาจ ในมือของท่าน✎ ร่าง
if I attach to earth, I will lie close to you, in your domain, subject to your will, and expendable.
mn49:8.3 #
สเจ ปน อาปํ✎ ร่าง
Sace āpaṁ …
ถ้าเรายึดถืออาโป ...✎ ร่าง
If I attach to water …
mn49:8.4 #
เตชํ✎ ร่าง
tejaṁ …
เตโช ...✎ ร่าง
fire …
mn49:8.5 #
วายํ✎ ร่าง
vāyaṁ …
วาโย ...✎ ร่าง
air …
mn49:8.6 #
ภูเต✎ ร่าง
bhūte …
สัตว์ ...🤖 AI จับคู่
creatures …
mn49:8.7 #
เทเว✎ ร่าง
deve …
เทวดา ...🤖 AI จับคู่
gods …
mn49:8.8 #
ปชาปตึ✎ ร่าง
pajāpatiṁ …
ปชาบดี ...🤖 AI จับคู่
the Progenitor …
mn49:8.9 #
พฺรหฺมํ อชฺโฌสิสฺสามิ โอปสายิโก เต ภวิสฺสามิ วตฺถุสายิโก ยถากามกรณีโย พาหิเตยฺโย ๑- ฯ อปิจ เต อหํ พฺรเหฺม คติญฺจ ปชานามิ ชุติญฺจ ปชานามิ✎ ร่าง
brahmaṁ ajjhosissāmi, opasāyiko te bhavissāmi vatthusāyiko, yathākāmakaraṇīyo bāhiteyyo”ti api ca te ahaṁ, brahme, gatiñca pajānāmi, jutiñca pajānāmi:
ถ้าเรายึดถือพรหม เราก็จักอยู่ใกล้ชิด ในอำนาจ ในมือของท่าน✎ ร่าง
the Divinity, I will lie close to you, in your domain, subject to your will, and expendable. And in addition, Divinity, I understand your range and your light:
mn49:8.10 #
เอวํ มหิทฺธิโก พโก พฺรหฺมา เอวํ มหานุภาโว พโก พฺรหฺมา เอวํ มเหสกฺโข พโก พฺรหฺมาติ ฯ✎ ร่าง
“evaṁ mahiddhiko bako brahmā, evaṁ mahānubhāvo bako brahmā, evaṁ mahesakkho bako brahmā”ti.
พกพรหมนี้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก✎ ร่าง
“That’s how powerful is Baka the Divinity, how illustrious and mighty.”’
mn49:8.11 #
ยถากถํ ปน เม ตฺวํ มาริส คติญฺจ ปชานาสิ ชุติญฺจ ปชานาสิ✎ ร่าง
Yathākathaṁ pana me tvaṁ, mārisa, gatiñca pajānāsi, jutiñca pajānāsi:
ท่านรู้ขอบเขตและแสงสว่างของตนได้อย่างไร?✎ ร่าง
‘But in what way do you understand my range and my light?’
mn49:8.12 #
เอวํ มหิทฺธิโก พโก พฺรหฺมา เอวํ มหานุภาโว พโก พฺรหฺมา เอวํ มเหสกฺโข พโก พฺรหฺมาติ ฯ ยาวตา จนฺทิมสุริยา ปริหรนฺติ ทิสา ภนฺติ วิโรจนา ตาว สหสฺสธา โลโก✎ ร่าง
“evaṁ mahiddhiko bako brahmā, evaṁ mahānubhāvo bako brahmā, evaṁ mahesakkho bako brahmā”’ti?
mn49:9.4 #
เอตฺถ เต วตฺตตี ๒- วโส✎ ร่าง
Ettha te vattate vaso.
และท่านสามารถใช้อานุภาพในที่นั้น✎ ร่าง
And there you wield your power.
mn49:9.5 #
ปโรปรญฺจ ชานาสิ✎ ร่าง
Paroparañca jānāsi,
ท่านรู้สูงและต่ำ✎ ร่าง
You know the high and low,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 12.412
mn49:9.6 #
อโถ ราค วิราคินํ✎ ร่าง
atho rāgavirāginaṁ;
ที่กำหนัดและไม่กำหนัด✎ ร่าง
the passionate and dispassionate,
mn49:9.7 #
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ✎ ร่าง
Itthabhāvaññathābhāvaṁ,
และความมาและไปของสัตว์✎ ร่าง
and the coming and going of sentient beings
mn49:9.8 #
สตฺตานํ อาคตึ คตินฺติ ฯ✎ ร่าง
sattānaṁ āgatiṁ gatinti.
จากภูมินี้ไปภูมิอื่น✎ ร่าง
from this realm to another.
mn49:9.9 #
เอวํ โข เต อหํ พฺรเหฺม คติญฺจ ปชานามิ ชุติญฺจ ปชานามิ✎ ร่าง
Evaṁ kho te ahaṁ, brahme, gatiñca pajānāmi jutiñca pajānāmi:
เราจึงรู้ขอบเขตและแสงสว่างของท่านอย่างนี้✎ ร่าง
That’s how I understand your range and your light.
อ้างอิงPTS 1.329
mn49:9.10 #
เอวํ มหิทฺธิโก พโก พฺรหฺมา เอวํ มหานุภาโว พโก พฺรหฺมา เอวํ มเหสกฺโข พโก พฺรหฺมาติ ฯ✎ ร่าง
“evaṁ mahiddhiko bako brahmā, evaṁ mahānubhāvo bako brahmā, evaṁ mahesakkho bako brahmā”ti.
mn49:10.1 #
อตฺถิ โข พฺรเหฺม อญฺเญ ตโย กายา ตตฺถ ๓- ตฺวํ น ชานาสิ น ปสฺสสิ✎ ร่าง
Atthi kho, brahme, añño kāyo, taṁ tvaṁ na jānāsi na passasi;
แต่ยังมีโลกอีก ๓ ที่ท่านไม่รู้ไม่เห็น✎ ร่าง
But there are three other realms that you don’t know or see,
อ้างอิงสยามรัฐ 12.595 · พุทธชยันตี 10.770
mn49:10.2 #
ตฺยาหํ ชานามิ ปสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
tamahaṁ jānāmi passāmi.
แต่เรารู้และเห็น.✎ ร่าง
but which I know and see.
mn49:10.3 #
อตฺถิ โข พฺรเหฺม อาภสฺสรา นาม กาโย ฯ ยโต ตฺวํ จุโต อิธูปปนฺโน✎ ร่าง
Atthi kho, brahme, ābhassarā nāma kāyo yato tvaṁ cuto idhūpapanno.
โลกชื่อว่า อาภัสสรา ที่ท่านไม่รู้ไม่เห็น✎ ร่าง
There is the realm named after the gods of streaming radiance. You passed away from there and were reborn here.
mn49:10.4 #
ตสฺส เต อติจิรนิวาเสน สา สติ มุฏฺฐา เตน ตํ ตฺวํ น ชานาสิ น ปสฺสสิ✎ ร่าง
Tassa te aticiranivāsena sā sati pamuṭṭhā, tena taṁ tvaṁ na jānāsi na passasi;
ท่านอยู่ในที่นี้มานานแล้วจนลืมโลกนั้น ท่านจึงไม่รู้✎ ร่าง
You’ve dwelt here so long that you’ve forgotten about that, so you don’t know it or see it.
mn49:10.5 #
ตมหํ ชานามิ ปสฺสามิ ฯ✎ ร่าง
tamahaṁ jānāmi passāmi.
แต่เรารู้และเห็น✎ ร่าง
But I know it and see it.
mn49:10.6 #
เอวมฺปิ โข อหํ พฺรเหฺม เนว เต สมสโม อภิญฺญาย กุโต นีเจยฺยํ✎ ร่าง
Evampi kho ahaṁ, brahme, neva te samasamo abhiññāya, kuto nīceyyaṁ?
เพราะเหตุดังนี้แหละ ดูกรพระพรหม เราจึงไม่เสมอกับท่านในด้านความรู้ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะด้อยกว่า✎ ร่าง
So Divinity, I am not your equal in knowledge, let alone your inferior.
mn49:10.7 #
อถ โข อหเมว ตยา ภิยฺโย ฯ✎ ร่าง
Atha kho ahameva tayā bhiyyo.
เพราะเราเหนือกว่าท่านเสียอีก✎ ร่าง
Rather, I know more than you.
mn49:10.8 #
อตฺถิ โข พฺรเหฺม สุภกิณฺหา นาม กาโย เวหปฺผลา นาม กาโย✎ ร่าง
Atthi kho, brahme, subhakiṇho nāma kāyo, vehapphalo nāma kāyo, abhibhū nāma kāyo, taṁ tvaṁ na jānāsi na passasi;
โลกชื่อว่า สุภกิณหา ...✎ ร่าง
There is the realm named after the gods of universal beauty … There is the realm named after the gods of abundant fruit, which you don’t know or see.
mn49:10.9 #
tamahaṁ jānāmi passāmi.
แต่เรารู้และเห็น✎ ร่าง
But I know it and see it.
mn49:10.10 #
Evampi kho ahaṁ, brahme, neva te samasamo abhiññāya, kuto nīceyyaṁ?
เพราะเหตุดังนี้แหละ เราจึงไม่เสมอกับท่านในด้านความรู้✎ ร่าง
So Divinity, I am not your equal in knowledge, let alone your inferior.
mn49:10.11 #
Atha kho ahameva tayā bhiyyo.
เพราะเราเหนือกว่าท่านเสียอีก.✎ ร่าง
Rather, I know more than you.
mn49:11.1 #
Pathaviṁ kho ahaṁ, brahme, pathavito abhiññāya yāvatā pathaviyā pathavattena ananubhūtaṁ tadabhiññāya pathaviṁ nāpahosiṁ, pathaviyā nāpahosiṁ, pathavito nāpahosiṁ, pathaviṁ meti nāpahosiṁ, pathaviṁ nābhivadiṁ.
เพราะรู้ปฐวีว่าเป็นปฐวี ไม่ยึดถือปฐวี ไม่สำคัญตนในปฐวี ไม่สำคัญตนว่าเป็นปฐวี ไม่สำคัญตนว่าของเรา จึงไม่ยินดีในปฐวี ข้อนั้นเพราะเหตุไร? ข้อนั้นเพราะเรารู้ว่า ปฐวีจักต้องรู้ได้โดยสิ้นเชิง จึงเป็นเหตุ✎ ร่าง
Since directly knowing earth as earth, and since directly knowing that which does not fall within the scope of experience characterized by earth, I have not become earth, I have not become in earth, I have not become as earth, I have not become one who thinks ‘earth is mine’, I have not affirmed earth.
mn49:11.2 #
Evampi kho ahaṁ, brahme, neva te samasamo abhiññāya, kuto nīceyyaṁ?
เพราะเหตุดังนี้แหละ เราจึงไม่เสมอกับท่านในด้านความรู้✎ ร่าง
So Divinity, I am not your equal in knowledge, let alone your inferior.
mn49:11.3 #
Atha kho ahameva tayā bhiyyo.
เพราะเราเหนือกว่าท่านเสียอีก.✎ ร่าง
Rather, I know more than you.
mn49:12.1 #
Āpaṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
เพราะรู้อาโป ...✎ ร่าง
Since directly knowing water …
mn49:13.1 #
tejaṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
เตโช ...✎ ร่าง
fire …
mn49:14.1 #
vāyaṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
วาโย ...✎ ร่าง
air …
mn49:15.1 #
bhūte kho ahaṁ, brahme …pe…
สัตว์ ...🤖 AI จับคู่
creatures …
mn49:16.1 #
deve kho ahaṁ, brahme …pe…
เทวดา ...🤖 AI จับคู่
gods …
mn49:17.1 #
pajāpatiṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
ปชาบดี ...🤖 AI จับคู่
the Progenitor …
mn49:18.1 #
brahmaṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
พรหม ...🤖 AI จับคู่
the Divinity …
mn49:19.1 #
ābhassare kho ahaṁ, brahme …pe…
อาภัสสรา ...✎ ร่าง
the gods of streaming radiance …
mn49:20.1 #
subhakiṇhe kho ahaṁ, brahme …pe…
สุภกิณหา ...✎ ร่าง
the gods of universal beauty …
mn49:21.1 #
vehapphale kho ahaṁ, brahme …pe…
เวหัปผลา ...✎ ร่าง
the gods of abundant fruit …
mn49:22.1 #
abhibhuṁ kho ahaṁ, brahme …pe…
อภิภู ...🤖 AI จับคู่
the Vanquisher …
mn49:23.1 #
sabbaṁ kho ahaṁ, brahme, sabbato abhiññāya yāvatā sabbassa sabbattena ananubhūtaṁ tadabhiññāya sabbaṁ nāpahosiṁ sabbasmiṁ nāpahosiṁ sabbato nāpahosiṁ sabbaṁ meti nāpahosiṁ, sabbaṁ nābhivadiṁ.
เพราะรู้สิ่งทั้งปวงว่าเป็นสิ่งทั้งปวง ไม่ยึดถือสิ่งทั้งปวง ไม่สำคัญตนในสิ่งทั้งปวง ไม่สำคัญตนว่าเป็นสิ่งทั้งปวง ไม่สำคัญตนว่าของเรา จึงไม่ยินดีในสิ่งทั้งปวง✎ ร่าง
Since directly knowing all as all, and since directly knowing that which does not fall within the scope of experience characterized by all, I have not become all, I have not become in all, I have not become as all, I have not become one who thinks ‘all is mine’, I have not affirmed all.
mn49:23.2 #
Evampi kho ahaṁ, brahme, neva te samasamo abhiññāya, kuto nīceyyaṁ?
เพราะเหตุดังนี้แหละ เราจึงไม่เสมอกับท่านในด้านความรู้✎ ร่าง
So Divinity, I am not your equal in knowledge, let alone your inferior.
mn49:23.3 #
Atha kho ahameva tayā bhiyyo’ti.
เพราะเราเหนือกว่าท่านเสียอีก.✎ ร่าง
Rather, I know more than you.’
mn49:24.1 #
‘Sace kho, mārisa, sabbassa sabbattena ananubhūtaṁ, tadabhiññāya mā heva te rittakameva ahosi, tucchakameva ahosīti.
ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ ถ้าท่านรู้แจ้งสิ่งทั้งปวงว่า สิ่งทั้งปวงจักต้องรู้ได้โดยสิ้นเชิง สิ่งที่ท่านรู้แจ้งโดยสิ้นเชิงนั้น จักเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือมิใช่หรือ?✎ ร่าง
‘Well, good fellow, if you have directly known that which does not fall within the scope of experience characterized by all, may that not be vacuous and hollow for you!
อ้างอิงสยามรัฐ 12.596 · ฉัฏฐสังคายนา 12.413
mn49:25.1 #
Viññāṇaṁ anidassanaṁ
วิญญาณที่ไม่มีรูปปรากฏ✎ ร่าง
Consciousness where no form appears,
อ้างอิงPTS 1.330
mn49:25.2 #
anantaṁ sabbato pabhaṁ.
ไม่มีประมาณ รุ่งเรืองทั่วทุกทิศ.✎ ร่าง
infinite, luminous all-round.
mn49:25.3 #
Taṁ pathaviyā pathavattena ananubhūtaṁ, āpassa āpattena ananubhūtaṁ, tejassa tejattena ananubhūtaṁ, vāyassa vāyattena ananubhūtaṁ, bhūtānaṁ bhūtattena ananubhūtaṁ, devānaṁ devattena ananubhūtaṁ, pajāpatissa pajāpatittena ananubhūtaṁ, brahmānaṁ brahmattena ananubhūtaṁ, ābhassarānaṁ ābhassarattena ananubhūtaṁ, subhakiṇhānaṁ subhakiṇhattena ananubhūtaṁ, vehapphalānaṁ vehapphalattena ananubhūtaṁ, abhibhussa abhibhuttena ananubhūtaṁ, sabbassa sabbattena ananubhūtaṁ.
นี่คือสิ่งที่ไม่อยู่ในขอบเขตแห่งประสบการณ์ ที่กำหนดด้วยปฐวี อาโป เตโช วาโย สัตว์ เทวดา ปชาบดี พรหม อาภัสสรา สุภกิณหา เวหัปผลา อภิภู สิ่งทั้งปวง.✎ ร่าง
That is what does not fall within the scope of experience characterized by earth, water, fire, air, creatures, gods, the Progenitor, the Divinity, the gods of streaming radiance, the gods of universal beauty, the gods of abundant fruit, the Vanquisher, and the all.
mn49:26.1 #
Handa carahi te, mārisa, passa antaradhāyāmī’ti.
ดูกรท่านผู้นฤทุกข์ มาเถิด ท่านจงหายจากเราไปเสีย✎ ร่าง
Come then, good fellow, see me vanish from you!’
อ้างอิงพุทธชยันตี 10.772
mn49:26.2 #
‘Handa carahi me tvaṁ, brahme, antaradhāyassu, sace visahasī’ti.
มาเถิดพรหม ท่านจงหายจากเราไปเสีย ถ้าท่านสามารถ.✎ ร่าง
‘Come on then, Divinity, vanish from me—if you can.’
mn49:26.3 #
Atha kho, bhikkhave, bako brahmā:
พกพรหมกล่าวว่า🤖 AI จับคู่
Then Baka the Divinity said,
mn49:26.4 #
‘antaradhāyissāmi samaṇassa gotamassa, antaradhāyissāmi samaṇassa gotamassā’ti nevassu me sakkoti antaradhāyituṁ.
เราจักหายจากสมณโคดม เราจักหายจากสมณโคดม✎ ร่าง
‘I will vanish from the ascetic Gotama! I will vanish from the ascetic Gotama!’ But he was unable to vanish from me.
mn49:26.5 #
Evaṁ vutte, ahaṁ, bhikkhave, bakaṁ brahmānaṁ etadavocaṁ:
เราได้กล่าวว่า✎ ร่าง
So I said to him,
mn49:26.6 #
‘handa carahi te brahme antaradhāyāmī’ti.
ดูกรพรหม ท่านจงดูเราที่หายจากท่านไปเสีย✎ ร่าง
‘Come then, Divinity, see me vanish from you!’
mn49:26.7 #
‘Handa carahi me tvaṁ, mārisa, antaradhāyassu sace visahasī’ti.
มาเถิดท่านผู้นฤทุกข์ ท่านจงหายจากเราไปเสีย ถ้าท่านสามารถ.✎ ร่าง
‘Come on then, good fellow, vanish from me—if you can.’
mn49:26.8 #
Atha kho ahaṁ, bhikkhave, tathārūpaṁ iddhābhisaṅkhāraṁ abhisaṅkhāsiṁ:
ครั้งนั้นแล เราแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ด้วยจิต✎ ร่าง
Then I used my psychic power to will that
mn49:26.9 #
‘ettāvatā brahmā ca brahmaparisā ca brahmapārisajjā ca saddañca me sossanti, na ca maṁ dakkhantī’ti.
ให้เสียงเราขยายไปทั่ว แก่พรหม บริษัทพรหม และปาริสัชชะ ขณะที่ตัวเองหายไป.✎ ร่าง
my voice would extend so that Divinity, his assembly, and his retinue would hear me, but they would not see me.
mn49:26.10 #
Antarahito imaṁ gāthaṁ abhāsiṁ:
และขณะที่หายไปนั้น เราก็กล่าวคาถานี้ว่า✎ ร่าง
And while vanished I spoke this verse:
mn49:27.1 #
‘Bhavevāhaṁ bhayaṁ disvā,
เห็นภัยในความมีอยู่✎ ร่าง
‘Seeing the danger in existence—
mn49:27.2 #
bhavañca vibhavesinaṁ;
ว่าความมีอยู่ในภพใดๆ จักต้องมีการสิ้นสุด✎ ร่าง
that life in any existence will cease to be—
mn49:27.3 #
Bhavaṁ nābhivadiṁ kiñci,
เราจึงไม่ยืนยันภพใดๆ✎ ร่าง
I didn’t affirm any kind of existence,
mn49:27.4 #
nandiñca na upādiyin’ti.
และไม่จับยึดความเพลิดเพลิน.✎ ร่าง
and didn’t grasp at relishing.’
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๒ — มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน