‹ กลับ
จูฬราหุโลวาทสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 129 · ม.ม. ๑๓/๒๓๘๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๒๙] ดูกรราหุล เธอปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมนั้นเธอพึงพิจารณา เสียก่อนว่า เราปรารถนาจะทำกรรมนี้ใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียน ตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ. ดูกรราหุล ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน เพื่อ เบียดเบียนผู้อื่น เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ กรรมเห็นปานนี้ เธอไม่พึงทำด้วยกายโดยส่วนเดียว. แต่ถ้าเมื่อเธอ พิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ ไม่พึงเป็นไป เพื่อเบียดเบียนตน เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น กายกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ กรรมเห็นปานนั้น เธอพึงทำด้วยกาย. แม้เมื่อเธอกำลัง ทำกรรมด้วยกาย เธอก็พึงพิจารณากายกรรมนั้นแหละว่า เรากำลังทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรม ของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียน ทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ. ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า เราทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไป เพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเลิกกายกรรมเห็นปานนั้น เสีย. แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า เราทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและ ผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเพิ่มกายกรรม เห็นปานนั้น. ดูกรราหุล แม้เธอทำกรรมด้วยกายแล้ว เธอก็พึงพิจารณากายกรรมนั้นแหละว่า เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อ เบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็น กำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ. ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า เราได้ทำแล้วซึ่งกายกรรมใด กายกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อ เบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ กายกรรมเห็นปานนั้น เธอพึงแสดง เปิดเผย ทำให้ตื้น ในพระศาสดา หรือในเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งหลายผู้วิญญู แล้วพึงสำรวมต่อไป. แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า เราได้ทำแล้วซึ่งกรรม ใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ดังนี้ไซร้ เธอพึงมีปีติและปราโมทย์ ศึกษาในกุศลธรรมทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่ด้วยกายกรรม นั้นแหละ.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค) คำแปลไทย: ✎ ร่าง 27
mn61:9.1 #
ยเทว ตฺวํ ราหุล กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อโหสิ ๑- ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
Yadeva tvaṁ, rāhula, kāyena kammaṁ kattukāmo ahosi, tadeva te kāyakammaṁ paccavekkhitabbaṁ:
ดูกรราหุล เมื่อเธอจำนงทำกายกรรมใด เธอพึงพิจารณากายกรรมนั้นให้ดีว่า✎ ร่าง
When you want to act with the body, you should check on that same deed:
mn61:9.2 #
ยนฺนุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺเตยฺย✎ ร่าง
‘yannu kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ kattukāmo idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvatteyya, parabyābādhāyapi saṁvatteyya, ubhayabyābādhāyapi saṁvatteyya—
กายกรรมที่เราจำนงจะทำนี้ จะพึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้างหรือหนอ✎ ร่าง
‘Does this act with the body that I want to do lead to hurting myself, hurting others, or hurting both?
mn61:9.3 #
อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ๒- ทุกฺขวิปากนฺติ ฯ✎ ร่าง
akusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ dukkhudrayaṁ dukkhavipākan’ti?
กายกรรมนั้นเป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากหรือ✎ ร่าง
Is it unskillful, with suffering as its outcome and result?’
mn61:9.4 #
สเจ ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
If, while checking in this way, you know:
mn61:9.5 #
ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธาย ๓- สํวตฺเตยฺย ปรพฺยาพาธาย ๔- สํวตฺเตยฺย อุภยพฺยาพาธาย ๕- สํวตฺเตยฺย✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ kattukāmo idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvatteyya, parabyābādhāyapi saṁvatteyya, ubhayabyābādhāyapi saṁvatteyya—
กายกรรมที่เราจำนงจะทำนี้ จะพึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I want to do leads to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:9.6 #
อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ เอวรูปํ เต ราหุล กาเยน กมฺมํ สสกฺกํ ๖- น กรณียํ ฯ✎ ร่าง
akusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ dukkhudrayaṁ dukkhavipākan’ti, evarūpaṁ te, rāhula, kāyena kammaṁ sasakkaṁ na karaṇīyaṁ.
กายกรรมนั้นเป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ดูกรราหุล เธอไม่ควรทำกายกรรมเห็นปานนี้โดยเด็ดขาด✎ ร่าง
It’s unskillful, with suffering as its outcome and result.’ To the best of your ability, Rāhula, you should not do such a deed.
mn61:9.7 #
สเจ ปน ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace pana tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
But if, while checking in this way, you know:
mn61:9.8 #
ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กตฺตุกาโม อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ ๗- สํวตฺเตยฺย น ปรพฺยาพาธายปิ ๘- สํวตฺเตยฺย น อุภยพฺยาพาธายปิ ๙- สํวตฺเตยฺย✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ kattukāmo idaṁ me kāyakammaṁ nevattabyābādhāyapi saṁvatteyya, na parabyābādhāyapi saṁvatteyya, na ubhayabyābādhāyapi saṁvatteyya—
กายกรรมที่เราจำนงจะทำนี้ ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I want to do doesn’t lead to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:9.9 #
กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ เอวรูปํ เต ราหุล กาเยน กมฺมํ กรณียํ ฯ✎ ร่าง
kusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ sukhudrayaṁ sukhavipākan’ti, evarūpaṁ te, rāhula, kāyena kammaṁ karaṇīyaṁ.
กายกรรมนั้นเป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ดูกรราหุล เธอควรทำกายกรรมเห็นปานนี้✎ ร่าง
It’s skillful, with happiness as its outcome and result.’ Then, Rāhula, you should do such a deed.
mn61:10.1 #
กโรนฺเตนปิ เต ราหุล กาเยน กมฺมํ ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
Karontenapi te, rāhula, kāyena kammaṁ tadeva te kāyakammaṁ paccavekkhitabbaṁ:
ดูกรราหุล เมื่อเธอกำลังทำกายกรรมใดอยู่ เธอพึงพิจารณากายกรรมนั้นให้ดีว่า✎ ร่าง
While you are acting with the body, you should check on that same act:
อ้างอิงสยามรัฐ 13.127
mn61:10.2 #
ยนฺนุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ✎ ร่าง
‘yannu kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ karomi idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvattati, parabyābādhāyapi saṁvattati, ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เรากำลังทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้างหรือหนอ✎ ร่าง
‘Does this act with the body that I am doing lead to hurting myself, hurting others, or hurting both?
mn61:10.3 #
อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ ฯ✎ ร่าง
akusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ dukkhudrayaṁ dukkhavipākan’ti?
กายกรรมนั้นเป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากหรือ✎ ร่าง
Is it unskillful, with suffering as its outcome and result?’
mn61:10.4 #
สเจ ๑๐- ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace pana tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
If, while checking in this way, you know:
mn61:10.5 #
ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. โหสิ ฯ ๒ ม. ทุกฺขุทยํ ฯ ๓-๔-๕ โป. ม. ยุ. ปิสทฺโท ทิสฺสติ ฯ ๖ ม.@สํสกฺกํ น จ ฯ ๗-๘-๙ ยุ. ปิสทุโท น ทิสุสติ ฯ ๑๐ ม. สเจ ปน ฯ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ karomi idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvattati, parabyābādhāyapi saṁvattati, ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เรากำลังทำนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I am doing leads to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:10.6 #
อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ ปฏิสํหเรยฺยาสิ ตฺวํ ราหุล เอวรูปํ กายกมฺมํ ฯ✎ ร่าง
akusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ dukkhudrayaṁ dukkhavipākan’ti, paṭisaṁhareyyāsi tvaṁ, rāhula, evarūpaṁ kāyakammaṁ.
กายกรรมนั้นเป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ดูกรราหุล เธอพึงเลิกกายกรรมเห็นปานนี้เสีย✎ ร่าง
It’s unskillful, with suffering as its outcome and result.’ Then, Rāhula, you should desist from such a deed.
mn61:10.7 #
สเจ ปน ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace pana tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
But if, while checking in this way, you know:
mn61:10.8 #
ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ กโรมิ อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ karomi idaṁ me kāyakammaṁ nevattabyābādhāyapi saṁvattati, na parabyābādhāyapi saṁvattati, na ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เรากำลังทำนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I am doing doesn’t lead to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:10.9 #
กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ อนุปทชฺเชยฺยาสิ ตฺวํ ราหุล เอวรูปํ กายกมฺมํ ฯ✎ ร่าง
kusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ sukhudrayaṁ sukhavipākan’ti, anupadajjeyyāsi tvaṁ, rāhula, evarūpaṁ kāyakammaṁ.
กายกรรมนั้นเป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ดูกรราหุล เธอพึงทำกายกรรมเห็นปานนี้ต่อไป✎ ร่าง
It’s skillful, with happiness as its outcome and result.’ Then, Rāhula, you should continue doing such a deed.
mn61:11.1 #
กตฺวาปิ เต ราหุล กาเยน กมฺมํ ตเทว เต กายกมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ✎ ร่าง
Katvāpi te, rāhula, kāyena kammaṁ tadeva te kāyakammaṁ paccavekkhitabbaṁ:
ดูกรราหุล เธอทำกายกรรมใดแล้ว เธอพึงพิจารณากายกรรมนั้นให้ดีว่า✎ ร่าง
After you have acted with the body, you should check on that same act:
อ้างอิงPTS 1.417 · สยามรัฐ 13.128 · ฉัฏฐสังคายนา 13.87 · พุทธชยันตี 11.134
mn61:11.2 #
ยนฺนุ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ✎ ร่าง
‘yannu kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ akāsiṁ idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvattati, parabyābādhāyapi saṁvattati, ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เราทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้างหรือหนอ✎ ร่าง
‘Does this act with the body that I have done lead to hurting myself, hurting others, or hurting both?
mn61:11.3 #
อกุสลํ อิทํ กาเยน ๑- กมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ ฯ✎ ร่าง
akusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ dukkhudrayaṁ dukkhavipākan’ti?
กายกรรมนั้นเป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากหรือ✎ ร่าง
Is it unskillful, with suffering as its outcome and result?’
mn61:11.4 #
สเจ ๒- ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace kho tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
If, while checking in this way, you know:
mn61:11.5 #
ยํ โข อหํ อิทํ กายกมฺมํ ๓- อกาสึ อิทํ เม กายกมฺมํ อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ อกุสลํ อิทํ กายกมฺมํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ เอวรูปํ เต ราหุล กายกมฺมํ สตฺถริ วา วิญฺญูสุ วา สพฺรหฺมจารีสุ เทเสตพฺพํ วิวริตพฺพํ อุตฺตานีกาตพฺพํ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ akāsiṁ, idaṁ me kāyakammaṁ attabyābādhāyapi saṁvattati, parabyābādhāyapi saṁvattati, ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เราทำแล้วนี้ เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I have done leads to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:11.7 #
เทเสตฺวา วิวริตฺวา อุตฺตานีกตฺวา อายตึ สํวรํ อาปชฺชิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
desetvā vivaritvā uttānīkatvā āyatiṁ saṁvaraṁ āpajjitabbaṁ.
ครั้นเปิดเผยให้ตื้นแล้ว พึงสำรวมต่อไปในเบื้องหน้า✎ ร่าง
And having revealed it you should restrain yourself in future.
mn61:11.8 #
สเจ ปน ตฺวํ ราหุล ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชาเนยฺยาสิ✎ ร่าง
Sace pana tvaṁ, rāhula, paccavekkhamāno evaṁ jāneyyāsi:
ดูกรราหุล ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า✎ ร่าง
But if, while checking in this way, you know:
mn61:11.9 #
ยํ โข อหํ อิทํ กาเยน กมฺมํ อกาสึ อิทํ เม กายกมฺมํ เนวตฺตพฺยาพาธายปิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กายกมฺมํ ฯ ๒ ม. สเจ โข ฯ ๓ ม. ยุ. กาเยน กมฺมํ ฯ พาธายปิ สํวตฺตติ น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ✎ ร่าง
‘yaṁ kho ahaṁ idaṁ kāyena kammaṁ akāsiṁ idaṁ me kāyakammaṁ nevattabyābādhāyapi saṁvattati, na parabyābādhāyapi saṁvattati, na ubhayabyābādhāyapi saṁvattati—
กายกรรมที่เราทำแล้วนี้ ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง✎ ร่าง
‘This act with the body that I have done doesn’t lead to hurting myself, hurting others, or hurting both.
mn61:11.10 #
กุสลํ อิทํ กายกมฺมํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ เตเนว ตฺวํ ราหุล ปีติปามุชฺเชน วิหเรยฺยาสิ อโหรตฺตานุสิกฺขี ๑- กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ✎ ร่าง
kusalaṁ idaṁ kāyakammaṁ sukhudrayaṁ sukhavipākan’ti, teneva tvaṁ, rāhula, pītipāmojjena vihareyyāsi ahorattānusikkhī kusalesu dhammesu.
กายกรรมนั้นเป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ดูกรราหุล เธอพึงบันเทิง ปราโมทย์ด้วยกายกรรมนั้น แล้วพึงศึกษาในกุศลธรรมทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืนต่อไป✎ ร่าง
It’s skillful, with happiness as its outcome and result.’ Then, Rāhula, you should live in rapture and joy because of this, training day and night in skillful qualities.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน