‹ กลับ
มฆเทวสูตร
เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ · ข้อ 461 · ม.ม. ๑๓/๗๒๔๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖๑] ดูกรอานนท์ ได้ยินว่า สมัยนั้น พระราชาเป็นใหญ่ ทรงประพฤติธรรมใน พราหมณ์คหบดี ชาวนิคมและชาวชนบท และทรงรักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และที่แปด แห่งปักข์. ครั้งนั้น ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก พระเจ้า นิมิราชตรัสกะช่างกัลบกว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ท่านเห็นผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะของเราเมื่อใด พึงบอกแก่เราเมื่อนั้น. ช่างกัลบกทูลรับรับสั่งพระเจ้านิมิราชว่า อย่างนั้น ขอเดชะ. ด้วยล่วงปี เป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก ช่างกัลบกได้เห็นพระเกศาหงอก เกิดขึ้นบนพระเศียรพระเจ้านิมิราช จึงได้กราบทูลว่า เทวทูตปรากฏแก่พระองค์แล้ว พระเกศา หงอกเกิดขึ้นบนเศียรแล้วเห็นปรากฏอยู่. พระเจ้านิมิราชตรัสว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเอาแหนบถอนผมหงอก นั้นให้ดี แล้ววางไว้ในกระพุ่มมือของเรา. ช่างกัลบกทูลรับรับสั่งพระเจ้านิมิราช แล้วเอาแหนบถอนพระเกศาหงอกนั้นด้วยดี วาง ไว้ในกระพุ่มพระหัตถ์ของพระเจ้านิมิราช. ครั้งนั้น พระราชาพระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก แล้วโปรดให้พระราชกุมารผู้เป็นราชบุตรองค์ใหญ่มาเฝ้า แล้วตรัสว่า พ่อกุมาร เทวทูตปรากฏ แก่เราแล้ว ผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะแล้วเห็นปรากฏอยู่ ก็กามทั้งหลายอันเป็นของมนุษย์เรา บริโภคแล้วนี้เป็นสมัยที่เราจะแสวงหากามอันเป็นทิพย์ มาเถิดเจ้า เจ้าจงครองราชสมบัตินี้ ส่วนเราจักปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ดูกรกุมาร ถ้าแม้เจ้าพึงเห็นผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะเมื่อใด เมื่อนั้น เจ้าพึงให้บ้านส่วยแก่ช่างกัลบก พร่ำสอนราชกุมารผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ ในการที่จะเป็นพระราชาให้ดีแล้วปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด พึงประพฤติตามวัตรอันงามที่เราตั้งไว้แล้ว นี้ เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย เมื่อยุคบุรุษใดเป็นไปอยู่ วัตรอันงามเห็นปานนี้ ขาดสูญไป ยุคบุรุษนั้นชื่อว่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายแห่งราชบรรพชิตนั้น. ดูกรพ่อกุมาร เจ้าจะพึง ประพฤติตามวัตรอันงามที่เราตั้งไว้แล้วนี้ได้ด้วยประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเจ้าด้วยประการนั้น เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
mn83:16.4 #
ตตฺร สุทํ อานนฺท มหาราชา ๒- ธมฺมํ จรติ พฺราหฺมณคหปติเกสุ เนคเมสุ เจว ชานปเทสุ จ อุโปสถญฺจ อุปวสติ จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ อฏฺฐมึ จ ปกฺขสฺสาติ ๓- ฯ✎ ร่าง
Tatra sudaṁ, ānanda, nimi rājā dhammaṁ carati brāhmaṇagahapatikesu negamesu ceva jānapadesu ca, uposathañca upavasati cātuddasiṁ pañcadasiṁ aṭṭhamiñca pakkhassāti.
And there King Nimi justly treated his people, and observed the sabbath.
mn83:16.5 #
อถ โข อานนฺท นิมิ ราชา พหูนํ วสฺสานํ พหูนํ วสฺสสตานํ พหูนํ วสฺสสหสฺสานํ อจฺจเยน กปฺปกํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho, ānanda, nimi rājā bahūnaṁ vassānaṁ bahūnaṁ vassasatānaṁ bahūnaṁ vassasahassānaṁ accayena kappakaṁ āmantesi:
Then, after many years, many hundred years, many thousand years had passed, King Nimi addressed his barber,
mn83:16.6 #
ยทา เม สมฺม กปฺปก ปสฺเสยฺยาสิ สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ อถ เม อาโรเจยฺยาสีติ ฯ✎ ร่าง
‘yadā me, samma kappaka, passeyyāsi sirasmiṁ palitāni jātāni, atha me āroceyyāsī’ti.
‘My dear barber, when you see grey hairs growing on my head, please tell me.’
mn83:16.7 #
เอวํ เทวาติ โข อานนฺท กปฺปโก นิมิสฺส รญฺโญ ปจฺจสฺโสสิ ฯ✎ ร่าง
‘Evaṁ, devā’ti kho, ānanda, kappako nimissa rañño paccassosi.
And all unfolded as before.
mn83:16.8 #
อทฺทสา โข อานนฺท กปฺปโก พหูนํ วสฺสานํ พหูนํ วสฺสสตานํ พหูนํ วสฺสสหสฺสานํ อจฺจเยน นิมิสฺส รญฺโญ สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ✎ ร่าง
Addasā kho, ānanda, kappako bahūnaṁ vassānaṁ bahūnaṁ vassasatānaṁ bahūnaṁ vassasahassānaṁ accayena nimissa rañño sirasmiṁ palitāni jātāni.
mn83:16.9 #
ทิสฺวาน นิมึ ราชานํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Disvāna nimiṁ rājānaṁ etadavoca:
mn83:16.10 #
ปาตุภูตา โข เทวสฺส เทวทูตา✎ ร่าง
‘pātubhūtā kho devassa devadūtā;
mn83:16.11 #
ทิสฺสนฺติ สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานีติ ฯ✎ ร่าง
dissanti sirasmiṁ palitāni jātānī’ti.
mn83:16.12 #
เตนหิ สมฺม กปฺปก ตานิ ปลิตานิ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ภทฺทนฺตวาติ ฯ ๒ ยุ. นิมิราชา ฯ ๓ ยุ. ปกฺขสฺส ฯ สาธุกํ สณฺฑาเสน อุทฺธริตฺวา มม อญฺชลิสฺมึ ปติฏฺฐาเปหีติ ฯ✎ ร่าง
‘Tena hi, samma kappaka, tāni palitāni sādhukaṁ saṇḍāsena uddharitvā mama añjalismiṁ patiṭṭhāpehī’ti.
mn83:16.13 #
เอวํ เทวาติ โข อานนฺท กปฺปโก นิมิสฺส รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา ตานิ ปลิตานิ สาธุกํ สณฺฑาเสน อุทฺธริตฺวา นิมิสฺส รญฺโญ อญฺชลิสฺมึ ปติฏฺฐาเปสิ ฯ✎ ร่าง
‘Evaṁ, devā’ti kho, ānanda, kappako nimissa rañño paṭissutvā tāni palitāni sādhukaṁ saṇḍāsena uddharitvā nimissa rañño añjalismiṁ patiṭṭhāpesi.
mn83:16.14 #
อถ โข อานนฺท ราชา ๑- กปฺปกสฺส คามวรํ ทตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ กุมารํ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, ānanda, nimi rājā kappakassa gāmavaraṁ datvā jeṭṭhaputtaṁ kumāraṁ āmantāpetvā etadavoca:
mn83:16.15 #
ปาตุภูตา โข เม ตาต กุมาร เทวทูตา✎ ร่าง
‘pātubhūtā kho me, tāta kumāra, devadūtā;
mn83:16.16 #
ทิสฺสนฺติ สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ✎ ร่าง
dissanti sirasmiṁ palitāni jātāni;
mn83:16.17 #
ภุตฺตา โข ปน เม มานุสกา กามา✎ ร่าง
bhuttā kho pana me mānusakā kāmā;
mn83:16.18 #
สมโย ทิพฺเพ กาเม ปริเยสิตุํ✎ ร่าง
samayo dibbe kāme pariyesituṁ.
mn83:16.19 #
เอหิ ตฺวํ ตาต กุมาร อิมํ รชฺชํ ปฏิปชฺช✎ ร่าง
Ehi tvaṁ, tāta kumāra, imaṁ rajjaṁ paṭipajja.
mn83:16.20 #
อหํ ปน เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิสฺสามิ✎ ร่าง
Ahaṁ pana kesamassuṁ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṁ pabbajissāmi.
mn83:16.21 #
เตนหิ ๒- กุมาร ยทา ตฺวมฺปิ ปสฺเสยฺยาสิ สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ อถ กปฺปกสฺส คามวรํ ทตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ กุมารํ สาธุกํ รชฺเช สมนุสาสิตฺวา เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺยาสิ✎ ร่าง
Tena hi, tāta kumāra, yadā tvampi passeyyāsi sirasmiṁ palitāni jātāni, atha kappakassa gāmavaraṁ datvā jeṭṭhaputtaṁ kumāraṁ sādhukaṁ rajje samanusāsitvā kesamassuṁ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṁ pabbajeyyāsi.
mn83:16.22 #
เยน เม อิทํ กลฺยาณํ วตฺตํ นิหิตํ อนุปฺปวตฺเตยฺยาสิ มา โข เม ตฺวํ อนฺติมปุริโส อโหสิ✎ ร่าง
Yena me idaṁ kalyāṇaṁ vattaṁ nihitaṁ anuppavatteyyāsi, mā kho me tvaṁ antimapuriso ahosi.
mn83:16.23 #
ยสฺมึ โข ตาต กุมาร ปุริสยุเค วตฺตมาเน เอวรูปสฺส กลฺยาณสฺส วตฺตสฺส สมุจฺเฉโท โหติ โส เตสํ อนฺติมปุริโส โหติ ฯ✎ ร่าง
Yasmiṁ kho, tāta kumāra, purisayuge vattamāne evarūpassa kalyāṇassa vattassa samucchedo hoti so tesaṁ antimapuriso hoti.
mn83:16.24 #
ตนฺตาหํ ตาต กุมาร เอวํ วทามิ✎ ร่าง
Taṁ tāhaṁ, tāta kumāra, evaṁ vadāmi:
mn83:16.25 #
เยน เม อิทํ กลฺยาณํ วตฺตํ นิหิตํ อนุปฺปวตฺเตยฺยาสิ มา โข เม ตฺวํ อนฺติมปุริโส อโหสีติ ฯ✎ ร่าง
“yena me idaṁ kalyāṇaṁ vattaṁ nihitaṁ anuppavatteyyāsi, mā kho me tvaṁ antimapuriso ahosī”’ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๓ — มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน