เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก อสัตบุรุษเป็นผู้ทรงผ้า
บังสุกุลเป็นวัตร ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า เราเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ส่วน
ภิกษุอื่นเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร อสัตบุรุษนั้นจึงยกตน ข่ม
ผู้อื่น เพราะความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตรนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้นี้ก็คือ
อสัปปุริสธรรม ฯ
ส่วนสัตบุรุษแล ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า ธรรมคือ ความโลภ ความ
โกรธ ความหลง ย่อมไม่ถึงความหมดสิ้นไป เพราะความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุล
เป็นวัตร ถึงแม้ภิกษุไม่ใช่เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร แต่เป็นผู้ปฏิบัติธรรม
สมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติธรรมอันสมควร คนทั้งหลายก็ต้องบูชา
สรรเสริญเธอในที่นั้นๆ สัตบุรุษนั้นทำการปฏิบัติแต่ภายในเท่านั้น ไม่ยกตน ไม่
ข่มผู้อื่น เพราะความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตรนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้นี้ก็
คือ สัปปุริสธรรม ฯ
ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส ปํสุกูลิโก โหติ ฯ✎ ร่าง
Puna caparaṁ, bhikkhave, asappuriso paṁsukūliko hoti.
who is a rag robe wearer …
อ้างอิงPTS 3.41 · สยามรัฐ 14.139
โส
อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ✎ ร่าง
So iti paṭisañcikkhati:
อหํ โขมฺหิ ปํสุกูลิโก อิเม ปนญฺเญ ภิกฺขู
น ปํสุกูลิกาติ ฯ✎ ร่าง
‘ahaṁ khomhi paṁsukūliko, ime panaññe bhikkhū na paṁsukūlikā’ti.
โส เตน ปํสุกูลิกตฺเตน อตฺตานุกฺกํเสติ ปรํ
@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. อารญฺญิโก ฯ
วมฺเภติ✎ ร่าง
So tena paṁsukūlikattena attānukkaṁseti, paraṁ vambheti.
อยมฺปิ ภิกฺขเว อสปฺปุริสธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Ayampi, bhikkhave, asappurisadhammo.
สปฺปุริโส จ โข
ภิกฺขเว อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ✎ ร่าง
Sappuriso ca kho, bhikkhave, iti paṭisañcikkhati:
น โข ปํสุกูลิกตฺเตน โลภธมฺมา วา
ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ โทสธมฺมา วา ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ โมหธมฺมา วา
ปริกฺขยํ คจฺฉนฺติ✎ ร่าง
‘na kho paṁsukūlikattena lobhadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti, dosadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti, mohadhammā vā parikkhayaṁ gacchanti.
โน เจปิ ปํสุกูลิโก โหติ✎ ร่าง
No cepi paṁsukūliko hoti;
โส จ โหติ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน
สามีจิปฏิปนฺโน อนุธมฺมจารี โส ตตฺถ ปุชฺโช โส
ตตฺถ ปาสํโสติ ฯ✎ ร่าง
so ca hoti dhammānudhammappaṭipanno sāmīcippaṭipanno anudhammacārī, so tattha pujjo, so tattha pāsaṁso’ti.
โส ปฏิปทํเยว อนฺตรํ กริตฺวา เตน ปํสุกูลิกตฺเตน
เนวตฺตานุกฺกํเสติ น ปรํ วมฺเภติ✎ ร่าง
So paṭipadaṁyeva antaraṁ karitvā tena paṁsukūlikattena nevattānukkaṁseti, na paraṁ vambheti.
อยมฺปิ ภิกฺขเว สปฺปุริสธมฺโม ฯ✎ ร่าง
Ayampi, bhikkhave, sappurisadhammo.