‹ กลับ
เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร
เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ · ข้อ 231 · ม.อุ. ๑๔/๒๘๙๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๓๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กราบ- *ทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมบรรยายนี้ พระผู้มีพระภาค ตรัสโดยย่อ มิได้ทรงจำแนกเนื้อความโดยพิสดาร ข้าพระองค์ทราบเนื้อความได้ โดยพิสดารอย่างนี้ ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวจีวรโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอะไร ตรัสแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเสพจีวรเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป จีวรเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพจีวรเช่นใด อกุศล- *ธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง จีวรเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่พระผู้มี พระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวจีวรโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวบิณฑบาตโดย ส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรง อาศัยอะไรตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรา กล่าวบิณฑบาตโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวเสนาสนะโดย ส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาค ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรา กล่าวเสนาสนะโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวบ้านโดย ส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาค ทรงอาศัยอะไรตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวบ้านโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวนิคมโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอะไร ตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวนิคม โดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาค ทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวนครโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอะไร ตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวนครโดย ส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรง อาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวชนบทโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอะไร ตรัสแล้ว ฯลฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวชนบท โดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาค ทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ตรัสแล้ว ฯ ข้อที่พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวบุคคลโดยส่วน ๒ คือ ที่ควรเสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยอะไร ตรัสแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเสพบุคคลเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง กุศลธรรมย่อมเสื่อมไป บุคคลเช่นนี้ไม่ควรเสพ และเมื่อเสพบุคคลเช่นใด อกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป กุศลธรรมย่อมเจริญยิ่ง บุคคลเช่นนี้ควรเสพ ข้อที่ พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เรากล่าวบุคคลโดยส่วน ๒ คือ ที่ควร เสพอย่าง ๑ ที่ไม่ควรเสพอย่าง ๑ นั่น พระผู้มีพระภาคทรงอาศัยเนื้อความดังนี้ ตรัสแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมบรรยายที่พระผู้มีพระภาคตรัสโดยย่อ มิได้ ทรงจำแนกเนื้อความโดยพิสดารนี้แล ข้าพระองค์ทราบเนื้อความได้โดยพิสดาร อย่างนี้ ฯ
เทียบรายประโยค (35 ประโยค)
mn114:40.1 #
เอวํ วุตฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, āyasmā sāriputto bhagavantaṁ etadavoca:
When he said this, Venerable Sāriputta said to the Buddha:
อ้างอิงPTS 3.59 · พุทธชยันตี 12.190
mn114:40.2 #
อิมสฺส โข อหํ ภนฺเต ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภตฺตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ✎ ร่าง
“imassa kho ahaṁ, bhante, bhagavatā saṅkhittena bhāsitassa, vitthārena atthaṁ avibhattassa, evaṁ vitthārena atthaṁ ājānāmi.
“Sir, this is how I understand the detailed meaning of the Buddha’s brief statement.
mn114:41.1 #
จีวรํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Cīvaraṁpāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
‘I say that there are two kinds of robes …
mn114:41.2 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
mn114:41.3 #
อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา✎ ร่าง
iti kho panetaṁ vuttaṁ bhagavatā.
mn114:41.4 #
กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Kiñcetaṁ paṭicca vuttaṁ?
mn114:41.5 #
ยถารูปํ ภนฺเต จีวรํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เอวรูปํ จีวรํ น เสวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
Yathārūpaṁ, bhante, cīvaraṁ sevato akusalā dhammā abhivaḍḍhanti, kusalā dhammā parihāyanti evarūpaṁ cīvaraṁ na sevitabbaṁ;
mn114:41.6 #
ยถารูปญฺจ โข ภนฺเต จีวรํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เอวรูปํ จีวรํ เสวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
yathārūpañca kho, bhante, cīvaraṁ sevato akusalā dhammā parihāyanti, kusalā dhammā abhivaḍḍhanti evarūpaṁ cīvaraṁ sevitabbaṁ.
mn114:41.7 #
จีวรํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Cīvaraṁpāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
mn114:41.8 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
mn114:41.9 #
อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
iti yaṁ taṁ vuttaṁ bhagavatā idametaṁ paṭicca vuttaṁ.
mn114:42.1 #
เปฯ✎ ร่าง
Piṇḍapātaṁpāhaṁ, sāriputta …pe…
almsfood …
อ้างอิงสยามรัฐ 14.163
mn114:42.2 #
เอวรูโป ปิณฺฑปาโต น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo piṇḍapāto na sevitabbo …
mn114:42.3 #
เอวรูโป ปิณฺฑปาโต เสวิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
evarūpo piṇḍapāto sevitabbo …
mn114:43.1 #
เปฯ✎ ร่าง
senāsanaṁpāhaṁ, sāriputta …pe…
lodging …
mn114:43.2 #
เอวรูปํ เสนาสนํ น เสวิตพฺพํ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpaṁ senāsanaṁ na sevitabbaṁ …
mn114:43.3 #
เอวรูปํ เสนาสนํ เสวิตพฺพํ ฯ✎ ร่าง
evarūpaṁ senāsanaṁ sevitabbaṁ …
mn114:44.1 #
เปฯ✎ ร่าง
gāmampāhaṁ, sāriputta …pe…
village …
mn114:45.1 #
เอวรูโป คาโม น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo gāmo na sevitabbo …
mn114:45.2 #
เอวรูโป คาโม เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo gāmo sevitabbo …
mn114:45.3 #
เอวรูโป นิคโม น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo nigamo na sevitabbo …
town …
mn114:45.4 #
เอวรูโป นิคโม เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo nigamo sevitabbo …
mn114:46.1 #
เอวรูปํ นครํ น เสวิตพฺพํ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpaṁ nagaraṁ na sevitabbaṁ …
city …
mn114:46.2 #
เอวรูปํ นครํ เสวิตพฺพํ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpaṁ nagaraṁ sevitabbaṁ …
mn114:47.1 #
เอวรูโป ชนปโท น เสวิตพฺโพ ฯเปฯ เอวรูโป ชนปโท เสวิตพฺโพ ฯเปฯ✎ ร่าง
evarūpo janapado na sevitabbo …
country …
mn114:48.1 #
ปุคฺคลํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Puggalaṁpāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
individual:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.106
mn114:48.2 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
that which you should cultivate, and that which you should not cultivate.’
mn114:48.3 #
อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ภควตา✎ ร่าง
iti kho panetaṁ vuttaṁ bhagavatā.
That’s what the Buddha said,
mn114:48.4 #
กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Kiñcetaṁ paṭicca vuttaṁ?
but why did he say it?
mn114:48.5 #
ยถารูปํ ภนฺเต ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ เอวรูโป ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
Yathārūpaṁ, bhante, puggalaṁ sevato akusalā dhammā abhivaḍḍhanti, kusalā dhammā parihāyanti evarūpo puggalo na sevitabbo;
You should not cultivate the kind of individual who causes unskillful qualities to grow while skillful qualities decline.
mn114:48.6 #
ยถารูปญฺจ โข ภนฺเต ปุคฺคลํ เสวโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ฯ✎ ร่าง
yathārūpañca kho, bhante, puggalaṁ sevato akusalā dhammā parihāyanti, kusalā dhammā abhivaḍḍhanti evarūpo puggalo sevitabbo.
And you should cultivate the kind of individual who causes unskillful qualities to decline while skillful qualities grow.
mn114:48.7 #
ปุคฺคลํปหํ สารีปุตฺต ทุวิเธน วทามิ✎ ร่าง
‘Puggalaṁpāhaṁ, sāriputta, duvidhena vadāmi—
‘I say that there are two kinds of individual:
mn114:48.8 #
เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติ✎ ร่าง
sevitabbampi, asevitabbampī’ti—
those who you should cultivate, and those who you should not cultivate.’
mn114:48.9 #
อิติ ยนฺตํ วุตฺตํ ภควตา อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
iti yaṁ taṁ vuttaṁ bhagavatā idametaṁ paṭicca vuttanti.
That’s what the Buddha said, and this is why he said it.
mn114:49.1 #
อิมสฺส โข อหํ ภนฺเต ๑- สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภตฺตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามีติ ฯ✎ ร่าง
Imassa kho ahaṁ, bhante, bhagavatā saṅkhittena bhāsitassa, vitthārena atthaṁ avibhattassa evaṁ vitthārena atthaṁ ājānāmī”ti.
Sir, that’s how I understand the detailed meaning of the Buddha’s brief statement.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน