‹ กลับ
โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร
เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ · ข้อ 569 · ม.อุ. ๑๔/๗๔๙๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๖๙] ครั้งนั้นแล ท่านพระโลมสกังคิยะ พอล่วงราตรีนั้นไปแล้ว จึงเก็บเสนาสนะ ถือบาตรจีวรมุ่งจาริกไปยังพระนครสาวัตถี เมื่อจาริกไปโดย ลำดับ ถึงพระนครสาวัตถี ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สมัยหนึ่ง ข้าพระองค์อยู่ที่พระวิหารนิโครธาราม เขตพระนครกบิลพัสดุ์ ในสักกชนบท ขณะนั้น ล่วงปฐมยามไปแล้ว เทวบุตรตนหนึ่ง มีรัศมีงามยิ่ง ส่องพระวิหารนิโครธารามให้สว่างทั่ว เข้าไปหา ข้าพระองค์ยังที่อยู่ แล้วได้ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอยืนเรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวกะข้าพระองค์ดังนี้ว่า ดูกรภิกษุ ท่านทรงจำอุเทศและวิภังค์ของบุคคลผู้มี ราตรีหนึ่งเจริญได้ไหม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเทวบุตรนั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ ข้าพระองค์ได้กล่าวกะเทวบุตรนั้นดังนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เราทรงจำไม่ได้ ก็ ท่านทรงจำได้หรือ เทวบุตรนั้นกล่าวว่า ดูกรภิกษุ แม้ข้าพเจ้าก็ทรงจำไม่ได้ และท่านทรงจำคาถาแสดงราตรีหนึ่งเจริญได้ไหม ข้าพระองค์ตอบว่า ดูกรท่านผู้มี อายุ เราทรงจำไม่ได้ ก็ท่านทรงจำได้หรือ เทวบุตรนั้นกล่าวว่า ดูกรภิกษุ ข้าพเจ้าทรงจำได้ ข้าพระองค์ถามว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ ท่านทรงจำได้อย่างไรเล่า เทวบุตรนั้นกล่าวว่า ดูกรภิกษุ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปัณฑุ- *กัมพลศิลาอาสน์ ที่ควงไม้ปาริจฉัตตกะ ในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอุเทศและวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญแก่เทวดาชั้น ดาวดึงส์ว่า บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงแล้ว ฯลฯ พระมุนีผู้สงบย่อม เรียกบุคคล...นั้นแลว่า ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ฯ ดูกรภิกษุ ข้าพเจ้าทรงจำคาถาแสดงราตรีเจริญได้อย่างนี้แล ท่านจงร่ำ เรียน และทรงจำอุเทศและวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญเถิด เพราะอุเทศและ วิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่ง พรหมจรรย์ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เทวบุตรนั้นกล่าวดังนี้แล้ว จึงหายไป ณ ที่นั้นเอง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดแสดงอุเทศ และวิภังค์ของบุคคลผู้มีราตรีหนึ่งเจริญแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ
เทียบรายประโยค (28 ประโยค)
mn134:5.1 #
อถ โข อายสฺมา โลมสกงฺคิโย ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย เยน สาวตฺถี เตน จาริกํ ปกฺกามิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā lomasakaṅgiyo tassā rattiyā accayena senāsanaṁ saṁsāmetvā pattacīvaramādāya yena sāvatthi tena cārikaṁ pakkāmi.
Then Lomasakaṅgiya set his lodgings in order and, taking his bowl and robe, set out for Sāvatthī.
อ้างอิงPTS 3.201 · สยามรัฐ 14.371
mn134:5.2 #
อนุปุพฺเพน จาริกญฺจรมาโน เยน สาวตฺถี เชตวนํ อนาถปิณฺฑิกสฺสาราโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา โลมสกงฺคิโย ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Anupubbena cārikaṁ caramāno yena sāvatthi jetavanaṁ anāthapiṇḍikassa ārāmo yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno kho āyasmā lomasakaṅgiyo bhagavantaṁ etadavoca:
Eventually he came to Sāvatthī and Jeta’s Grove. He went up to the Buddha, bowed, sat down to one side, and told him what had happened. Then he added:
mn134:5.3 #
เอกมิทาหํ ภนฺเต สมยํ สกฺเกสุ วิหรามิ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม✎ ร่าง
“Ekamidāhaṁ, bhante, samayaṁ sakkesu viharāmi kapilavatthusmiṁ nigrodhārāme.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.247
mn134:5.4 #
อถ โข ภนฺเต อญฺญตโร เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ นิโคฺรธารามํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิโต โข ภนฺเต โส เทวปุตฺโต มํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhante, aññataro devaputto abhikkantāya rattiyā abhikkantavaṇṇo kevalakappaṁ nigrodhārāmaṁ obhāsetvā yenāhaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā ekamantaṁ aṭṭhāsi. Ekamantaṁ ṭhito kho, bhante, so devaputto maṁ etadavoca:
mn134:5.5 #
ธาเรสิ ตฺวํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจาติ✎ ร่าง
‘dhāresi tvaṁ, bhikkhu, bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañcā’ti?
mn134:5.6 #
เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต ตํ เทวปุตฺตํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Evaṁ vutte, ahaṁ, bhante, taṁ devaputtaṁ etadavocaṁ:
mn134:5.7 #
น โข อหํ อาวุโส ธาเรมิ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ✎ ร่าง
‘na kho ahaṁ, āvuso, dhāremi bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca.
mn134:5.8 #
ตฺวํ ปนาวุโส ธาเรสิ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจาติ✎ ร่าง
Tvaṁ panāvuso, dhāresi bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañcā’ti?
mn134:5.9 #
อหมฺปิ โข ภิกฺขุ น ธาเรมิ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ✎ ร่าง
‘Ahampi kho, bhikkhu, na dhāremi bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca.
mn134:5.10 #
ธาเรสิ ปน ตฺวํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺติโย คาถาติ✎ ร่าง
Dhāresi pana tvaṁ, bhikkhu, bhaddekarattiyo gāthā’ti?
mn134:5.11 #
น โข อหํ อาวุโส ธาเรมิ ภทฺเทกรตฺติโย คาถา✎ ร่าง
‘Na kho ahaṁ, āvuso, dhāremi bhaddekarattiyo gāthā.
mn134:5.12 #
ตฺวํ ปนาวุโส ธาเรสิ ภทฺเทกรตฺติโย คาถาติ✎ ร่าง
Tvaṁ panāvuso, dhāresi bhaddekarattiyo gāthā’ti?
mn134:5.13 #
ธาเรมิ โข อหํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺติโย คาถาติ✎ ร่าง
‘Dhāremi kho ahaṁ, bhikkhu, bhaddekarattiyo gāthā’ti.
mn134:5.14 #
ยถากถํ ปน ตฺวํ อาวุโส ธาเรสิ ภทฺเทกรตฺติโย คาถาติ✎ ร่าง
‘Yathā kathaṁ pana tvaṁ, āvuso, dhāresi bhaddekarattiyo gāthā’ti?
mn134:5.15 #
เอกมิทํ ภิกฺขุ สมยํ ภควา เทเวสุ ตาวตึเสสุ วิหรติ ปาริจฺฉตฺตกมูเล ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ✎ ร่าง
‘Ekamidaṁ, bhikkhu, samayaṁ bhagavā devesu tāvatiṁsesu viharati pāricchattakamūle paṇḍukambalasilāyaṁ.
mn134:5.16 #
ตตฺร โข ภควา เทวานํ ตาวตึสานํ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ อภาสิ✎ ร่าง
Tatra kho bhagavā devānaṁ tāvatiṁsānaṁ bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca abhāsi:
mn134:5.17 #
อตีตํ นานฺวาคเมยฺย ฯ✎ ร่าง
“Atītaṁ nānvāgameyya,
mn134:5.18 #
เปฯ✎ ร่าง
…pe…
mn134:5.19 #
ตํ เว ภทฺเทกรตฺโตติ✎ ร่าง
Taṁ ve bhaddekarattoti,
mn134:5.20 #
สนฺโต อาจิกฺขเต มุนีติ✎ ร่าง
santo ācikkhate munī”ti.
mn134:5.21 #
เอวํ โข อหํ ภิกฺขุ ธาเรมิ ภทฺเทกรตฺติโย คาถา✎ ร่าง
Evaṁ kho ahaṁ, bhikkhu, dhāremi bhaddekarattiyo gāthā.
อ้างอิงสยามรัฐ 14.372
mn134:5.22 #
อุคฺคณฺหาหิ ตฺวํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ✎ ร่าง
Uggaṇhāhi tvaṁ, bhikkhu, bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca;
mn134:5.23 #
ปริยาปุณาหิ ตฺวํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ✎ ร่าง
pariyāpuṇāhi tvaṁ, bhikkhu, bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca;
mn134:5.24 #
ธาเรหิ ตฺวํ ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ✎ ร่าง
dhārehi tvaṁ, bhikkhu, bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca.
mn134:5.25 #
อตฺถสญฺหิโต ภิกฺขุ ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทโส จ วิภงฺโค จ อาทิพฺรหฺมจริยโกติ ฯ✎ ร่าง
Atthasaṁhito, bhikkhu, bhaddekarattassa uddeso ca vibhaṅgo ca ādibrahmacariyako’ti.
mn134:5.26 #
อิทมโวจ ภนฺเต โส เทวปุตฺโต✎ ร่าง
Idamavoca, bhante, so devaputto.
mn134:5.27 #
อิทํ วตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ✎ ร่าง
Idaṁ vatvā tatthevantaradhāyi.
mn134:5.28 #
สาธุ เม ภนฺเต ภควา ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ เทเสตูติ ฯ✎ ร่าง
Sādhu me, bhante, bhagavā bhaddekarattassa uddesañca vibhaṅgañca desetū”ti.
“Sir, please teach me the summary recital and the analysis of the one who has one fine night.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๔ — มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน