เนื้อความทั้งข้อ
[๗๓๙] ครั้งนั้นแล พอล่วงราตรีนั้นไปแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสกะ
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ล่วงปฐมยามไปแล้ว มีเทวบุตรตน
หนึ่ง มีรัศมีงาม ส่องพระวิหารเชตวันให้สว่างทั่ว เข้ามาหาเรายังที่อยู่ อภิวาท
เราแล้ว ได้ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอยืนเรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวกะเราด้วย
คาถานี้ว่า
พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์ อันสงฆ์ผู้แสวงบุญอยู่อาศัยแล้ว
อันพระองค์ผู้เป็นธรรมราชาประทับอยู่ เป็นที่เกิดปีติแก่ข้าพระองค์
สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรม ๕ อย่างนี้ คือ กรรม ๑
วิชชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอุดม ๑ ไม่ใช่บริสุทธิ์ด้วยโคตร
หรือด้วยทรัพย์ เพราะฉะนั้นแล บุคคลผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็น
ประโยชน์ของตน พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย จะบริสุทธิ์
ในธรรมนั้นได้ด้วยอาการนี้ พระสารีบุตรนั้นแล ย่อมบริสุทธิ์
ได้ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วยความสงบ ความจริง ภิกษุผู้
ถึงฝั่งแล้วจะอย่างยิ่งก็เท่าพระสารีบุตรนี้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวบุตรนั้นได้กล่าวดังนี้แล้ว รู้ว่าพระศาสดาทรงพอ
พระทัย จึงอภิวาทเรา แล้วกระทำประทักษิณ หายตัวไป ณ ที่นั้นแล ฯ
อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā tassā rattiyā accayena bhikkhū āmantesi:
Then, when the night had passed, the Buddha told the mendicants all that had happened.
อิมํ ภิกฺขเว รตฺตึ อญฺญตโร เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย
รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ
เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
“imaṁ, bhikkhave, rattiṁ aññataro devaputto abhikkantāya rattiyā abhikkantavaṇṇo kevalakappaṁ jetavanaṁ obhāsetvā yenāhaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā maṁ abhivādetvā ekamantaṁ aṭṭhāsi.
เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส เทวปุตฺโต มํ อิมาหิ คาถาหิ อชฺฌภาสิ✎ ร่าง
Ekamantaṁ ṭhito kho so devaputto maṁ gāthāhi ajjhabhāsi:
อิทํ หิตํ เชตวนํ✎ ร่าง
‘Idañhi taṁ jetavanaṁ,
อิสสงฺฆนิเสวิตํ✎ ร่าง
isisaṅghanisevitaṁ;
อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน✎ ร่าง
Āvutthaṁ dhammarājena,
ปีติสญฺชนนํ มม✎ ร่าง
pītisañjananaṁ mama.
กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺมา ๒- จ✎ ร่าง
Kammaṁ vijjā ca dhammo ca,
สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ✎ ร่าง
sīlaṁ jīvitamuttamaṁ;
เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ✎ ร่าง
Etena maccā sujjhanti,
น โคตฺเตน น ธเนน วา✎ ร่าง
na gottena dhanena vā.
ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส✎ ร่าง
Tasmā hi paṇḍito poso,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 14.315
สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน✎ ร่าง
sampassaṁ atthamattano;
โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ✎ ร่าง
Yoniso vicine dhammaṁ,
เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ✎ ร่าง
evaṁ tattha visujjhati.
สารีปุตฺโตว ปญฺญาย✎ ร่าง
Sāriputtova paññāya,
สีเลน อุปสเมน จ✎ ร่าง
sīlena upasamena ca;
โย หิ ๓- ปารคโต ภิกฺขุ✎ ร่าง
Yopi pāraṅgato bhikkhu,
เอตาวปรโม สิยาติ ฯ✎ ร่าง
etāvaparamo siyā’ti.
อิทมโวจ ภิกฺขเว โส เทวปุตฺโต✎ ร่าง
Idamavoca, bhikkhave, so devaputto.
อ้างอิงPTS 3.263
สมนุญฺโญ เม สตฺถาติ มํ
อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ✎ ร่าง
‘Samanuñño me satthā’ti maṁ abhivādetvā padakkhiṇaṁ katvā tatthevantaradhāyī”ti.