เนื้อความทั้งข้อ
[๗๗๒] น. ดูกรน้องหญิงทั้งหลาย เปรียบเหมือนประทีปน้ำมันกำลัง
ติดไฟอยู่ มีน้ำมันก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไส้ก็ไม่เที่ยง แปรปรวน
ไปเป็นธรรมดา เปลวไฟก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา แสงสว่างก็ไม่
เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ดูกรน้องหญิงทั้งหลาย ผู้ใดกล่าวอย่างนี้ว่า
ประทีปน้ำมันที่กำลังติดไฟอยู่โน้น มีน้ำมันก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา
ไส้ก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา เปลวไฟก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็น
ธรรมดา แต่ว่าแสงสว่างของประทีปนั้นแล เที่ยง ยั่งยืน เป็นไปติดต่อ ไม่มี
ความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ผู้ที่กล่าวนั้นชื่อว่าพึงกล่าวชอบหรือหนอแล ฯ
ภิกษุณี. หามิได้ เจ้าข้า ฯ
น. นั่นเพราะเหตุไร ฯ
ภิกษุณี. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เพราะประทีปน้ำมันที่กำลังติดไฟอยู่โน้น
มีน้ำมันก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไส้ก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็น
ธรรมดา เปลวไฟก็ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา แสงสว่างของประทีปนั้น
ก็ต้องไม่เที่ยง แปรปรวนไปเป็นธรรมดา เช่นกัน ฯ
เสยฺยถาปิ ภคินิโย เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต เตลมฺปิ
อนิจฺจํ วิปริณามธมฺมํ วฏฺฏิปิ อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา อจฺจิปิ
อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา อาภาปิ อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา ฯ✎ ร่าง
Seyyathāpi, bhaginiyo, telappadīpassa jhāyato telampi aniccaṁ vipariṇāmadhammaṁ, vaṭṭipi aniccā vipariṇāmadhammā, accipi aniccā vipariṇāmadhammā, ābhāpi aniccā vipariṇāmadhammā.
Suppose there was an oil lamp burning. The oil, wick, flame, and light were all impermanent and perishable.
อ้างอิงPTS 3.274 · สยามรัฐ 14.491 · ฉัฏฐสังคายนา 14.327
โย
นุ โข ภคินิโย เอวํ วเทยฺย✎ ร่าง
Yo nu kho, bhaginiyo, evaṁ vadeyya:
Now, suppose someone was to say:
อมุสฺส เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต
เตลมฺปิ อนิจฺจํ วิปริณามธมฺมํ วฏฺฏิปิ อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา
อจฺจิปิ อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา✎ ร่าง
‘amussa telappadīpassa jhāyato telampi aniccaṁ vipariṇāmadhammaṁ, vaṭṭipi aniccā vipariṇāmadhammā, accipi aniccā vipariṇāmadhammā;
‘While this oil lamp is burning, the oil, the wick, and the flame are all impermanent and perishable.
ยา จ ขฺวสฺส อาภา สา
นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อวิปริณามธมฺมาติ✎ ร่าง
yā ca khvāssa ābhā sā niccā dhuvā sassatā avipariṇāmadhammā’ti;
But the light is permanent, lasting, eternal, and imperishable.’
สมฺมา นุ โข โส
ภคินิโย วทมาโน วเทยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
sammā nu kho so, bhaginiyo, vadamāno vadeyyā”ti?
Would they be speaking rightly?”
โน เหตํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“No hetaṁ, bhante”.
“No, sir.
ตํ กิสฺส
เหตุ ฯ✎ ร่าง
“Taṁ kissa hetu”?
Why is that?
อมุสฺส หิ ภนฺเต เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต เตลมฺปิ อนิจฺจํ
วิปริณามธมฺมํ วฏฺฏิปิ อนิจฺจา วิปริณามธมฺมา อจฺจิปิ อนิจฺจา
วิปริณามธมฺมา✎ ร่าง
“Amussa hi, bhante, telappadīpassa jhāyato telampi aniccaṁ vipariṇāmadhammaṁ, vaṭṭipi aniccā vipariṇāmadhammā, accipi aniccā vipariṇāmadhammā;
Because that oil lamp’s oil, wick, and flame are all impermanent and perishable,
ปเควสฺส อาภา อนิจฺจา วิปริณามธมฺมาติ ฯ✎ ร่าง
pagevassa ābhā aniccā vipariṇāmadhammā”ti.
let alone the light.”