เนื้อความทั้งข้อ
[๗๘๓] น. ดูกรน้องหญิงทั้งหลาย พวกท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็น
ไฉน จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯ
น. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข ฯ
ภิกษุณี. เป็นทุกข์ เจ้าข้า ฯ
น. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือ
ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเรา นั่นอัตตาของเรา ฯ
ภิกษุณี. ไม่ควรเลย เจ้าข้า ฯ
น. ดูกรน้องหญิงทั้งหลาย พวกท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน โสต
เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯลฯ
น. ฆานะเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯลฯ
น. ชิวหาเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯลฯ
น. กายเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯลฯ
น. มโนเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิกษุณี. ไม่เที่ยง เจ้าข้า ฯ
น. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข ฯ
ภิกษุณี. เป็นทุกข์ เจ้าข้า ฯ
น. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือ
ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเรา นั่นอัตตาของเรา ฯ
ภิกษุณี. ไม่ควรเลย เจ้าข้า ฯ
น. นั่นเพราะเหตุไร ฯ
ภิกษุณี. เพราะเมื่อก่อน พวกดิฉันมิได้เห็นข้อนั้นดีด้วยปัญญาชอบ
ตามความเป็นจริงว่า อายตนะภายใน ๖ ของเรา ไม่เที่ยง แม้เพราะเหตุนี้ เจ้าข้า ฯ
น. ดูกรน้องหญิงทั้งหลาย ถูกละๆ พระอริยสาวกผู้เห็นเรื่องนี้ด้วย
ปัญญาชอบ ตามความเป็นจริง ย่อมมีความเห็นอย่างนี้แล ฯ
ตํ กึ มญฺญถ ภคินิโย จกฺขุ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ
วาติ ฯ✎ ร่าง
“Taṁ kiṁ maññatha, bhaginiyo, cakkhu niccaṁ vā aniccaṁ vā”ti?
อ้างอิงสยามรัฐ 14.496 · ฉัฏฐสังคายนา 14.330
อนิจฺจํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“Aniccaṁ, bhante”.
ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ ฯ✎ ร่าง
“Yaṁ panāniccaṁ dukkhaṁ vā taṁ sukhaṁ vā”ti?
ทุกฺขํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“Dukkhaṁ, bhante”.
ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ กลฺลํ นุ ตํ
สมนุปสฺสิตุํ✎ ร่าง
“Yaṁ panāniccaṁ dukkhaṁ vipariṇāmadhammaṁ, kallaṁ nu taṁ samanupassituṁ:
เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ ฯ✎ ร่าง
‘etaṁ mama, esohamasmi, eso me attā’”ti?
โน
@เชิงอรรถ: ๑ ปิณฺฑาย ปาวิสิ: สาวตฺถิยํ ปิณฺฑายาติ นฏฺฐา ภเวยฺยุํ ฯ ๒ โป. ม. อทฺทสํสุ ฯ
เหตํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“No hetaṁ, bhante”.
ตํ กึ มญฺญถ ภคินิโย โสตํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ
วาติ ฯ✎ ร่าง
“Taṁ kiṁ maññatha, bhaginiyo, sotaṁ niccaṁ vā aniccaṁ vā”ti?
อนิจฺจํ ภนฺเต ฯเปฯ✎ ร่าง
“Aniccaṁ, bhante …pe…
ฆานํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ✎ ร่าง
ghānaṁ niccaṁ vā aniccaṁ vā”ti?
อนิจฺจํ ภนฺเต ฯเปฯ✎ ร่าง
“Aniccaṁ, bhante …
ชิวฺหา นิจฺจา วา อนิจฺจา วาติ ฯ อนิจฺจา
ภนฺเต ฯเปฯ✎ ร่าง
jivhā …
กาโย นิจฺโจ วา อนิจฺโจ วาติ ฯ อนิจฺโจ
ภนฺเต ฯเปฯ✎ ร่าง
kāyo …
มโน นิจฺโจ วา อนิจฺโจ วาติ ฯ✎ ร่าง
mano nicco vā anicco vā”ti?
อนิจฺโจ
ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“Anicco, bhante”.
ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ ฯ✎ ร่าง
“Yaṁ panāniccaṁ dukkhaṁ vā taṁ sukhaṁ vā”ti?
ทุกฺขํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“Dukkhaṁ, bhante”.
ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ✎ ร่าง
“Yaṁ panāniccaṁ dukkhaṁ vipariṇāmadhammaṁ, kallaṁ nu taṁ samanupassituṁ:
เอตํ
มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ ฯ✎ ร่าง
‘etaṁ mama, esohamasmi, eso me attā’”ti?
โน เหตํ ภนฺเต ฯ✎ ร่าง
“No hetaṁ, bhante”.
ตํ
กิสฺส เหตุ ฯ✎ ร่าง
“Taṁ kissa hetu”?
ปุพฺเพว โน เหตํ ภนฺเต ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย
สุทิฏฺฐํ✎ ร่าง
“Pubbeva no etaṁ, bhante, yathābhūtaṁ sammappaññāya sudiṭṭhaṁ:
อิติปิ เม ฉ อชฺฌตฺติกา อายตนา อนิจฺจาติ ฯ✎ ร่าง
‘itipime cha ajjhattikā āyatanā aniccā’”ti.
สาธุ
สาธุ ภคินิโย✎ ร่าง
“Sādhu sādhu, bhaginiyo.
เอวํ เหตํ ภคินิโย โหติ อริยสาวกสฺส ยถาภูตํ
สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต ฯ✎ ร่าง
Evañhetaṁ, bhaginiyo, hoti ariyasāvakassa yathābhūtaṁ sammappaññāya passato.