เนื้อความทั้งข้อ
[๔๘๔] ลำดับนั้น ท่านสมิทธิเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ
ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง ท่านสมิทธิครั้นนั่ง ณ
ที่ควรข้างหนึ่งแล้ว จึงได้กราบทูลว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท
มีความเพียร มีตนอันส่งไปแล้ว อยู่ในที่ใกล้พระองค์ ณ ที่นี้ พระเจ้าข้า
ข้าพระองค์อยู่ในที่ลับเร้น มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า เป็นลาภของ
เราดีแท้ที่เราได้พระอรหันต์ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ เป็นพระศาสดาของเรา เป็นลาภ
ของเราดีแท้ที่เราได้บวชในพระธรรมวินัยอันพระศาสดาตรัสดีแล้วอย่างนี้ เป็น
ลาภของเราดีแท้ที่เราได้เพื่อนพรหมจรรย์ อันมีศีลมีกัลยาณธรรม พระเจ้าข้า
ขณะนั้น ก็ได้มีเสียงดังน่ากลัว น่าหวาดเสียวประดุจแผ่นดินจะถล่ม เกิดขึ้นใน
ที่ใกล้ข้าพระองค์ ฯ
อถ โข อายสฺมา สมิทฺธิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ
อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ
@เชิงอรรถ: ๑ โป. สพฺรหฺมจารโย ฯ ยุ. สพฺรหฺมจาริโย ฯ
นิสินฺโน โข อายสฺมา สมิทฺธิ ภควนฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā samiddhi yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno āyasmā samiddhi bhagavantaṁ etadavoca:
Then Samiddhi went up to the Buddha, bowed, sat down to one side, and told him what had happened. The Buddha said,
อ้างอิงสยามรัฐ 15.175 · ฉัฏฐสังคายนา 23.141
อิธาหํ ภนฺเต
ภควโต อวิทูเร อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรามิ✎ ร่าง
“idhāhaṁ, bhante, bhagavato avidūre appamatto ātāpī pahitatto viharāmi.
ตสฺส
มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก
อุทปาทิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhante, rahogatassa paṭisallīnassa evaṁ cetaso parivitakko udapādi:
ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม✎ ร่าง
‘lābhā vata me, suladdhaṁ vata me,
ยสฺส เม สตฺถา
อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ล✎ ร่าง
yassa me satthā arahaṁ sammāsambuddho.
าภา วต เม สุลทฺธํ วต เม โยหํ
เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิโต✎ ร่าง
yvāhaṁ evaṁ svākkhāte dhammavinaye pabbajito.
ลาภา วต เม สุลทฺธํ
วต เม✎ ร่าง
Lābhā vata me, suladdhaṁ vata me,
ยสฺส เม สพฺรหฺมจาริโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมาติ✎ ร่าง
yassa me sabrahmacārino sīlavanto kalyāṇadhammā’ti.
ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต อวิทูเร มหาภยเภรวสทฺโท อโหสิ อปิสฺสุทํ
ปฐวี มญฺเญ อุทฺรียตีติ ฯ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, bhante, avidūre mahābhayabheravasaddo ahosi, apissudaṁ pathavī maññe undrīyatī”ti.