เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๓] ดูกรสารีบุตร ก็บุคคลชื่อว่าได้ตรัสรู้ธรรมแล้วเป็นไฉน ดูกร
สารีบุตร บุคคลเห็นด้วยปัญญาโดยชอบตามความเป็นจริงว่า นี้คือขันธปัญจกที่
เกิดแล้ว ครั้นเห็นเช่นนั้นแล้ว ย่อมหลุดพ้นเพราะความหน่าย เพราะคลายความ
กำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นซึ่งขันธปัญจกที่เกิดแล้ว ย่อมเห็นด้วย
ปัญญาโดยชอบตามความเป็นจริงว่า ขันธปัญจกนี้เกิดเพราะอาหารนั้น ครั้นเห็น
เช่นนั้นแล้ว ย่อมหลุดพ้นเพราะความหน่าย เพราะคลายความกำหนัด เพราะ
ความดับ เพราะความไม่ถือมั่นซึ่งขันธปัญจกที่เกิดแล้วเพราะอาหาร ย่อมเห็น
ด้วยปัญญาโดยชอบตามความเป็นจริงว่า สิ่งใดเกิดแล้ว สิ่งนั้นมีความดับเป็น
ธรรมดา เพราะความดับแห่งอาหารนั้น ครั้นเห็นเช่นนั้นแล้ว ย่อมหลุดพ้นเพราะ
ความหน่าย เพราะคลายความกำหนัด เพราะความดับ เพราะไม่ถือมั่นซึ่งขันธ-
*ปัญจกที่มีความดับเป็นธรรมดา ดูกรสารีบุตร บุคคลได้ชื่อว่าตรัสรู้ธรรมแล้ว
ด้วยอาการอย่างนี้แล คำที่อชิตมาณพกล่าวไว้ในอชิตปัญหาในปรายนวรรคว่า
ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ บุคคลที่ได้ตรัสรู้ธรรมแล้ว และบุคคลที่
ยังเป็นเสขะบุคคลอยู่เหล่าใด มีอยู่มากในศาสนานี้ พระองค์
ผู้มีปัญญาอันข้าพเจ้าถามแล้ว ขอได้โปรดตรัสบอกความ
ประพฤติของบุคคลทั้งสองพวกนั้น แก่ข้าพเจ้า ดังนี้ ฯ
ดูกรสารีบุตร เธอพึงเห็นเนื้อความของคำที่กล่าวโดยย่อนี้ โดยพิสดาร
ได้อย่างนี้แล ฯ
กถญฺจ สารีปุตฺต สงฺขาตธมฺโม โหติ ฯ✎ ร่าง
Kathañca, sāriputta, saṅkhātadhammo hoti?
อ้างอิงPTS 2.50 · สยามรัฐ 16.59 · พุทธชยันตี 14.78
ภูตมิทนฺติ
สารีปุตฺต ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ✎ ร่าง
Bhūtamidanti, sāriputta, yathābhūtaṁ sammappaññāya passati.
ภูตมิทนฺติ ยถาภูตํ
สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา ภูตสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา
วิมุตฺโต โหติ✎ ร่าง
Bhūtamidanti yathābhūtaṁ sammappaññāya disvā bhūtassa nibbidā virāgā nirodhā anupādā vimutto hoti.
ตทาหารา สมฺภวนฺติ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย
ปสฺสติ✎ ร่าง
Tadāhārasambhavanti yathābhūtaṁ sammappaññāya passati.
ตทาหารา สมฺภวนฺติ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา
อาหารสมฺภวสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ✎ ร่าง
Tadāhārasambhavanti yathābhūtaṁ sammappaññāya disvā āhārasambhavassa nibbidā virāgā nirodhā anupādā vimutto hoti.
ตทาหารนิโรธา ยํ ภูตํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย
ปสฺสติ✎ ร่าง
Tadāhāranirodhā yaṁ bhūtaṁ taṁ nirodhadhammanti yathābhūtaṁ sammappaññāya passati.
ตทาหารนิโรธา ยํ ภูตํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ ยถาภูตํ
สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา นิโรธธมฺมสฺส นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา
อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tadāhāranirodhā yaṁ bhūtaṁ taṁ nirodhadhammanti yathābhūtaṁ sammappaññā disvā nirodhadhammassa nibbidā virāgā nirodhā anupādā vimutto hoti.
เอวํ โข สารีปุตฺต สงฺขาตธมฺโม
โหติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ kho, sāriputta, saṅkhātadhammo hoti.
อิติ โข สารีปุตฺต ยํ ตํ วุตฺตํ ปารายเน อชิตปเญฺห✎ ร่าง
Iti kho, sāriputta, yaṁ taṁ vuttaṁ pārāyane ajitapañhe:
เย จ สงฺขาตธมฺมาเส✎ ร่าง
‘Ye ca saṅkhātadhammāse,
เย จ เสกฺขา ปุถู อิธ✎ ร่าง
ye ca sekkhā puthū idha;
เตสมฺเม นิปโก อิริยํ✎ ร่าง
Tesaṁ me nipako iriyaṁ,
ปุฏฺโฐ จ พฺรูหิ มาริสาติ✎ ร่าง
puṭṭho pabrūhi mārisā’ti.
อิมสฺส โข สารีปุตฺต สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺโถ
ทฏฺฐพฺโพติ ฯ✎ ร่าง
Imassa kho, sāriputta, saṅkhittena bhāsitassa evaṁ vitthārena attho daṭṭhabbo”ti.
This is how to understand the detailed meaning of what was said in brief.”
—
Saṁyutta Nikāya 12.32
Linked Discourses 12.32
—
4. Kaḷārakhattiyavagga
4. Kaḷāra the Aristocrat