‹ กลับ
โอวาทสูตร ที่ ๓
เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค · ข้อ 495 · สํ.นิ. ๑๖/๕๔๘๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙๕] พ. ดูกรกัสสป ก็เป็นความจริงอย่างนั้น ครั้งก่อน ภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นเถระ เป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือ การอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณ แห่งความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และกล่าว สรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้มีความปรารถนา น้อย และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย เป็นผู้สันโดษ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ เป็นผู้สงัดจากหมู่ และกล่าวสรรเสริญ คุณแห่งความสงัดจากหมู่ เป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่ง ความไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เป็นผู้ปรารภความเพียร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการ ปรารภความเพียร บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุใดเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร และ กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาต เป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้ ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็น วัตร เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรง ไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความ เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย เป็นผู้สันโดษ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความ สันโดษ เป็นผู้สงัดจากหมู่ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่ เป็น ผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เป็นผู้ ปรารภความเพียร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร ภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์เธอให้นั่งด้วยคำว่า มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างรุ่งเรือง หนอ ใคร่ต่อการศึกษาแท้ มาเถิดภิกษุ นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่ง ดูกรกัสสป เมื่อภิกษุทั้งหลายกระทำสักการะอย่างนั้น ภิกษุใหม่ๆ พากันคิดเห็นว่า ทราบว่า ภิกษุรูปที่ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่า เป็นวัตร เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ... เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ... เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร ... เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย... เป็นผู้สันโดษ... เป็น ผู้ชอบสงัดจากหมู่... เป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ... เป็นผู้ปรารภความเพียร และ กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์ เธอให้นั่งด้วยคำว่า มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างรุ่งเรืองหนอ ใคร่ต่อการ ศึกษาแท้ มาเถิดท่าน นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่ง ภิกษุใหม่ๆ เหล่านั้นก็ปฏิบัติ เพื่อความเป็นอย่างนั้น การปฏิบัติตามของพวกเธอนั้น เป็นการอำนวยประโยชน์ สุขชั่วกาลนาน ฯ
เทียบรายประโยค (8 ประโยค)
sn16.8:2.2 #
ตถา หิ ปน กสฺสป ปุพฺเพ เถรา ภิกฺขู อารญฺญิกา เจว อเหสุํ อารญฺญิกตฺตสฺส จ วณฺณวาทิโน ปิณฺฑปาติกา เจว อเหสุํ ปิณฺฑปาติกตฺตสฺส จ วณฺณวาทิโน ปํสุกูลิกา เจว อเหสุํ ปํสุกูลิกตฺตสฺส จ วณฺณวาทิโน เตจีวริกา เจว อเหสุํ เตจีวริกตฺตสฺส จ วณฺณวาทิโน อปฺปิจฺฉา เจว อเหสุํ อปฺปิจฺฉตาย จ วณฺณวาทิโน สนฺตุฏฺฐา เจว อเหสุํ สนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาทิโน ปวิวิตฺตา เจว อเหสุํ ปวิเวกสฺส จ วณฺณวาทิโน อสํสฏฺฐา เจว อเหสุํ อสํสคฺคสฺส จ วณฺณวาทิโน อารทฺธวิริยา เจว อเหสุํ วิริยารมฺภสฺส จ วณฺณวาทิโน ฯ✎ ร่าง
“Tathā hi pana, kassapa, pubbe therā bhikkhū āraññikā ceva ahesuṁ āraññikattassa ca vaṇṇavādino, piṇḍapātikā ceva ahesuṁ piṇḍapātikattassa ca vaṇṇavādino, paṁsukūlikā ceva ahesuṁ paṁsukūlikattassa ca vaṇṇavādino, tecīvarikā ceva ahesuṁ tecīvarikattassa ca vaṇṇavādino, appicchā ceva ahesuṁ appicchatāya ca vaṇṇavādino, santuṭṭhā ceva ahesuṁ santuṭṭhiyā ca vaṇṇavādino, pavivittā ceva ahesuṁ pavivekassa ca vaṇṇavādino, asaṁsaṭṭhā ceva ahesuṁ asaṁsaggassa ca vaṇṇavādino, āraddhavīriyā ceva ahesuṁ vīriyārambhassa ca vaṇṇavādino.
“Kassapa, that’s because formerly the senior mendicants lived in the wilderness, ate only almsfood, wore rag robes, and owned just three robes; and they praised these things. They were of few wishes, content, secluded, aloof, and energetic; and they praised these things.
sn16.8:3.1 #
ตตฺร โย โหติ ภิกฺขุ อารญฺญิโก เจว อารญฺญิกตฺตสฺส จ วณฺณวาที ปิณฺฑปาติโก เจว ปิณฺฑปาติกตฺตสฺส จ วณฺณวาที ปํสุกูลิโก เจว ปํสุกูลิกตฺตสฺส จ วณฺณวาที เตจีวริโก เจว เตจีวริกตฺตสฺส จ วณฺณวาที อปฺปิจฺโฉ เจว อปฺปิจฺฉตาย จ วณฺณวาที สนฺตุฏฺโฐ เจว สนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที ปวิวิตฺโต เจว ปวิเวกสฺส จ วณฺณวาที @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. อนุสาสนนฺติ ฯ อสํสฏฺโฐ เจว อสํสคฺคสฺส จ วณฺณวาที อารทฺธวิริโย เจว วิริยารมฺภสฺส จ วณฺณวาที ตํ เถรา ภิกฺขู อาสเนน นิมนฺเตนฺติ✎ ร่าง
Tatra yo hoti bhikkhu āraññiko ceva āraññikattassa ca vaṇṇavādī, piṇḍapātiko ceva piṇḍapātikattassa ca vaṇṇavādī, paṁsukūliko ceva paṁsukūlikattassa ca vaṇṇavādī, tecīvariko ceva tecīvarikattassa ca vaṇṇavādī, appiccho ceva appicchatāya ca vaṇṇavādī, santuṭṭho ceva santuṭṭhiyā ca vaṇṇavādī, pavivitto ceva pavivekassa ca vaṇṇavādī, asaṁsaṭṭho ceva asaṁsaggassa ca vaṇṇavādī, āraddhavīriyo ceva vīriyārambhassa ca vaṇṇavādī, taṁ therā bhikkhū āsanena nimantenti:
The senior mendicants invite such a mendicant to a seat, saying:
อ้างอิงสยามรัฐ 16.247
sn16.8:3.2 #
เอหิ ภิกฺขุ โก นามายํ ภิกฺขุ ภทฺทโก วตายํ ภิกฺขุ สิกฺขากาโม วตายํ ภิกฺขุ เอหิ ภิกฺขุ อิทํ อาสนํ นิสีทาหีติ ฯ✎ ร่าง
‘ehi, bhikkhu, ko nāmāyaṁ bhikkhu, bhaddako vatāyaṁ bhikkhu, sikkhākāmo vatāyaṁ bhikkhu; ehi, bhikkhu, idaṁ āsanaṁ nisīdāhī’ti.
‘Welcome, mendicant! What is this mendicant’s name? This mendicant is good-natured; he really wants to train. Please, mendicant, here, take a seat.’
sn16.8:4.1 #
ตตฺร กสฺสป นวานํ ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tatra, kassapa, navānaṁ bhikkhūnaṁ evaṁ hoti:
Then the junior mendicants think:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 24.187
sn16.8:4.2 #
โย กิร โส โหติ ภิกฺขุ อารญฺญิโก เจว อารญฺญิกตฺตสฺส จ วณฺณวาที ปิณฺฑปาติโก เจว ... ปํสุกูลิโก เจว ... เตจีวริโก เจว ... อปฺปิจฺโฉ เจว ... สนฺตุฏฺโฐ เจว ... ปวิวิตฺโต เจว ... อสํสฏฺโฐ เจว ... อารทฺธวิริโย เจว วิริยารมฺภสฺส จ วณฺณวาที ตํ เถรา ภิกฺขู อาสเนน นิมนฺเตนฺติ✎ ร่าง
‘yo kira so hoti bhikkhu āraññiko ceva āraññikattassa ca vaṇṇavādī, piṇḍapātiko ceva …pe… paṁsukūliko ceva … tecīvariko ceva … appiccho ceva … santuṭṭho ceva … pavivitto ceva … asaṁsaṭṭho ceva … āraddhavīriyo ceva vīriyārambhassa ca vaṇṇavādī, taṁ therā bhikkhū āsanena nimantenti—
‘It seems that when a mendicant lives in the wilderness … and is energetic, and praises these things, senior mendicants invite them to a seat …’
sn16.8:4.3 #
เอหิ ภิกฺขุ โก นามายํ ภิกฺขุ ภทฺทโก วตายํ ภิกฺขุ สิกฺขากาโม วตายํ ภิกฺขุ เอหิ ภิกฺขุ อิทํ อาสนํ นิสีทาหีติ✎ ร่าง
ehi, bhikkhu, ko nāmāyaṁ bhikkhu, bhaddako vatāyaṁ bhikkhu, sikkhākāmo vatāyaṁ bhikkhu; ehi, bhikkhu, idaṁ āsanaṁ nisīdāhī’ti.
sn16.8:4.4 #
เต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชนฺติ✎ ร่าง
Te tathattāya paṭipajjanti;
They practice accordingly.
sn16.8:4.5 #
เตสนฺตํ โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ฯ✎ ร่าง
tesaṁ taṁ hoti dīgharattaṁ hitāya sukhāya.
That is for their lasting welfare and happiness.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน