‹ กลับ
อัญญติตถิยสูตร
เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค · ข้อ 76 · สํ.นิ. ๑๖/๗๘๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๖] ดูกรอานนท์ สมัยหนึ่ง เราอยู่ที่เวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน ใกล้ กรุงราชคฤห์นี้แหละ ครั้งนั้นแล อานนท์ ในเวลาเช้า เรานุ่งแล้ว ถือบาตรและ จีวรเข้าไปสู่กรุงราชคฤห์เพื่อบิณฑบาต ดูกรอานนท์ เรานั้นได้คิดดังนี้ว่า เวลานี้ ยังเช้าเกินไปที่จะเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ อย่ากระนั้นเลย เราพึงเข้าไปยัง อารามของพวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์เถิด ครั้งนั้นแล อานนท์ เราได้เข้าไปยัง อารามของพวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์ ครั้นแล้ว ได้สนทนาปราศรัยกับปริพาชก- *อัญญเดียรถีย์เหล่านั้น ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง ดูกรอานนท์ พอเรานั่งเรียบร้อยแล้ว พวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์ เหล่านั้นได้กล่าวกะเราดังนี้ว่า ท่านพระโคดม มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งเป็นผู้กล่าว กรรมย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ตนทำเอง อนึ่ง มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง เป็นผู้กล่าว กรรมย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ผู้อื่นทำให้ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งเป็นผู้กล่าวกรรม ย่อมบัญญัติว่า ทุกข์ตนทำเองด้วย ผู้อื่นทำให้ด้วย อนึ่ง มีสมณพราหมณ์พวก- *หนึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมย่อมบัญญัติว่า ทุกข์เกิดเอง เพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเอง กระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำ ในวาทะทั้ง ๔ นี้ ท่านพระโคดมกล่าวไว้อย่างไร บอกไว้ อย่างไร ข้าพเจ้าทั้งหลายพยากรณ์อย่างไร จึงจะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวตามที่ท่าน พระโคดมกล่าวแล้ว จะไม่กล่าวตู่ท่านพระโคดมด้วยคำไม่จริง และพึงพยากรณ์ธรรม สมควรแก่ธรรม ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ จะไม่พึงถึงฐานะอันวิญญูชนจะ ติเตียนได้ ดูกรอานนท์ เมื่อพวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์เหล่านั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ เราได้กล่าวกะพวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์เหล่านั้นดังนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย เรา กล่าวว่าทุกข์เป็นของอาศัยเหตุเกิดขึ้น ทุกข์อาศัยผัสสะเกิดขึ้น บุคคลผู้กล่าวดังนี้ จึงจะชื่อว่าเป็นผู้กล่าวตามที่เรากล่าวแล้ว ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง และพยากรณ์ ธรรมสมควรแก่ธรรม ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ ก็จะไม่พึงถึงฐานะอัน วิญญูชนจะติเตียนได้ ดูกรท่านทั้งหลาย ในวาทะทั้ง ๔ นั้น แม้ทุกข์ที่พวก- *สมณพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ตนทำเอง ก็ย่อมเกิดเพราะผัสสะ เป็นปัจจัย แม้ทุกข์ที่พวกสมณพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ผู้อื่นทำให้ ก็ย่อมเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย แม้ทุกข์ที่พวกสมณพราหมณ์ผู้กล่าวกรรมบัญญัติ ว่า ตนทำเองด้วย ผู้อื่นทำให้ด้วย ก็ย่อมเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย แม้ทุกข์ที่ พวกสมณพราหมณ์ผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า เกิดเอง เพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเอง กระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำ ก็ย่อมเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ดูกรท่านทั้งหลาย ในวาทะทั้ง ๔ นั้น พวกสมณพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ทุกข์ตนทำเอง เว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยทุกข์ดังนี้ มิใช่ฐานะที่จะมีได้ พวกสมณพราหมณ์ซึ่ง เป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ทุกข์ผู้อื่นทำให้ เว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยทุกข์ ดังนี้ ก็มิใช่ฐานะที่จะมีได้ แม้พวกสมณพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ทุกข์ตนทำเองด้วย ผู้อื่นทำให้ด้วย เว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยทุกข์ดังนี้ ก็มิใช่ ฐานะที่จะมีได้ ถึงพวกสมณพราหมณ์ซึ่งเป็นผู้กล่าวกรรมบัญญัติว่า ทุกข์เกิดเอง เพราะอาศัยการที่มิใช่ตนเองกระทำ มิใช่ผู้อื่นกระทำให้ เว้นผัสสะเสีย เขาย่อม เสวยทุกข์ดังนี้ ก็มิใช่ฐานะที่จะมีได้ ฯ
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
sn12.24:11.1 #
เอกมิทาหํ อานนฺท สมยํ อิเธว ราชคเห วิหรามิ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Ekamidāhaṁ, ānanda, samayaṁ idheva rājagahe viharāmi veḷuvane kalandakanivāpe.
Ānanda, this one time I was staying near Rājagaha, in the Bamboo Grove, the squirrels’ feeding ground.
sn12.24:11.2 #
อถ ขฺวาหํ อานนฺท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ๑- ปิณฺฑาย ปาวิสึ ฯ✎ ร่าง
Atha khvāhaṁ, ānanda, pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaramādāya rājagahaṁ piṇḍāya pāvisiṁ.
Then I robed up in the morning and, taking my bowl and robe, entered Rājagaha for alms.
sn12.24:11.3 #
ตสฺส มยฺหํ อานนฺท เอตทโหสิ✎ ร่าง
Tassa mayhaṁ, ānanda, etadahosi:
Then I thought:
sn12.24:11.4 #
อติปฺปโค โข ตาว ราชคเห ปิณฺฑาย จริตุํ✎ ร่าง
‘atippago kho tāva rājagahe piṇḍāya carituṁ.
‘It’s too early to wander for alms in Rājagaha.
sn12.24:11.5 #
ยนฺนูนาหํ เยน อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ อาราโม เตนุปสงฺกเมยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yannūnāhaṁ yena aññatitthiyānaṁ paribbājakānaṁ ārāmo tenupasaṅkameyyan’ti.
Why don’t I visit the monastery of the wanderers of other religions?’
sn12.24:12.1 #
อถ ขฺวาหํ อานนฺท เยน อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ อาราโม เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา เตหิ อญฺญติตฺถิเยหิ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ราชคเห ฯ ปริพฺพาชเกหิ สทฺธึ สมฺโมทึ✎ ร่าง
Atha khvāhaṁ, ānanda, yena aññatitthiyānaṁ paribbājakānaṁ ārāmo tenupasaṅkamiṁ; upasaṅkamitvā tehi aññatitthiyehi paribbājakehi saddhiṁ sammodiṁ.
Then I went to the monastery of the wanderers of other religions and exchanged greetings with the wanderers there.
อ้างอิงสยามรัฐ 16.42
sn12.24:12.2 #
สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข มํ อานนฺท เต อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Sammodanīyaṁ kathaṁ sāraṇīyaṁ vītisāretvā ekamantaṁ nisīdiṁ. Ekamantaṁ nisinnaṁ kho maṁ, ānanda, te aññatitthiyā paribbājakā etadavocuṁ:
When the greetings and polite conversation were over, I sat down to one side. …”
sn12.24:13.1 #
สนฺตาวุโส โคตม เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา สยํกตํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ✎ ร่าง
‘Santāvuso gotama, eke samaṇabrāhmaṇā kammavādā sayaṅkataṁ dukkhaṁ paññapenti.
(The wanderers asked the Buddha the very same questions, and he gave the same answers.)
อ้างอิงPTS 2.36 · พุทธชยันตี 14.56
sn12.24:21.13 #
upādānanirodhā bhavanirodho;
When grasping ceases, continued existence ceases.
sn12.24:13.2 #
สนฺติ ปนาวุโส โคตม เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา ปรกตํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ✎ ร่าง
Santi panāvuso gotama, eke samaṇabrāhmaṇā kammavādā paraṅkataṁ dukkhaṁ paññapenti.
sn12.24:13.3 #
สนฺตาวุโส โคตม เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ✎ ร่าง
Santāvuso gotama, eke samaṇabrāhmaṇā kammavādā sayaṅkatañca paraṅkatañca dukkhaṁ paññapenti.
sn12.24:13.4 #
สนฺติ ปนาวุโส โคตม เอเก สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ ฯ✎ ร่าง
Santi panāvuso gotama, eke samaṇabrāhmaṇā kammavādā asayaṅkāraṁ aparaṅkāraṁ adhiccasamuppannaṁ dukkhaṁ paññapenti.
sn12.24:13.5 #
อิธ โน อายสฺมา โคตโม กึวาที กิมกฺขายี✎ ร่าง
Idha no āyasmā gotamo kiṁvādī kimakkhāyī?
sn12.24:13.6 #
กถํ พฺยากรมานา จ มยํ วุตฺตวาทิโน เจว อายสฺมโต โคตมสฺส อสฺสาม น จ อายสฺมนฺตํ โคตมํ อภูเตน อพฺภาจิกฺเขยฺยาม ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากเรยฺยาม น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุปาโต คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺเฉยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ byākaramānā ca mayaṁ vuttavādino ceva āyasmato gotamassa assāma, na ca āyasmantaṁ gotamaṁ abhūtena abbhācikkheyyāma, dhammassa cānudhammaṁ byākareyyāma, na ca koci sahadhammiko vādānupāto gārayhaṁ ṭhānaṁ āgaccheyyā’ti?
sn12.24:14.1 #
เอวํ วุตฺตาหํ อานนฺท เต อญฺญติตฺถิเย ปริพฺพาชเก เอตทโวจํ✎ ร่าง
Evaṁ vuttāhaṁ, ānanda, te aññatitthiye paribbājake etadavocaṁ:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 24.33
sn12.24:14.2 #
ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ โข อาวุโส ทุกฺขํ วุตฺตํ มยา✎ ร่าง
‘paṭiccasamuppannaṁ kho, āvuso, dukkhaṁ vuttaṁ mayā.
sn12.24:14.3 #
กึ ปฏิจฺจ✎ ร่าง
Kiṁ paṭicca?
sn12.24:14.4 #
ผสฺสํ ปฏิจฺจ✎ ร่าง
Phassaṁ paṭicca.
sn12.24:14.5 #
อิติ วทํ วุตฺตวาที เจว เม อสฺส น จ มํ อภูเตน อพฺภาจิกฺเขยฺย ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากเรยฺย น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุปาโต คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺเฉยฺย ๑- ฯ✎ ร่าง
Iti vadaṁ vuttavādī ceva me assa, na ca maṁ abhūtena abbhācikkheyya, dhammassa cānudhammaṁ byākareyya, na ca koci sahadhammiko vādānupāto gārayhaṁ ṭhānaṁ āgaccheyyāti.
sn12.24:15.1 #
ตตฺราวุโส เย เต สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา สยํกตํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ ตทปิ ผสฺสปจฺจยา ฯ✎ ร่าง
Tatrāvuso, ye te samaṇabrāhmaṇā kammavādā sayaṅkataṁ dukkhaṁ paññapenti tadapi phassapaccayā.
อ้างอิงสยามรัฐ 16.43
sn12.24:15.2 #
เยปิ เต ฯเปฯ✎ ร่าง
Yepi te …pe…
sn12.24:15.3 #
เยปิ เต @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อิติสทฺโท ทิสฺสติ ฯ ฯเปฯ✎ ร่าง
yepi te …pe…
sn12.24:15.4 #
เยปิ เต สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ ตทปิ ผสฺสปจฺจยา ฯ✎ ร่าง
yepi te samaṇabrāhmaṇā kammavādā asayaṅkāraṁ aparaṅkāraṁ adhiccasamuppannaṁ dukkhaṁ paññapenti tadapi phassapaccayā.
sn12.24:16.1 #
ตตฺราวุโส เย เต สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา สยํกตํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ เต วต อญฺญตฺร ผสฺสา ปฏิสํเวทยนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Tatrāvuso, ye te samaṇabrāhmaṇā kammavādā sayaṅkataṁ dukkhaṁ paññapenti, te vata aññatra phassā paṭisaṁvedissantīti netaṁ ṭhānaṁ vijjati.
sn12.24:16.2 #
เยปิ เต ฯเปฯ✎ ร่าง
Yepi te …pe…
sn12.24:16.3 #
เยปิ เต ฯเปฯ✎ ร่าง
yepi te …pe…
sn12.24:16.4 #
เยปิ เต สมณพฺราหฺมณา กมฺมวาทา อสยํการํ อปรการํ อธิจฺจ สมุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ ปญฺญเปนฺติ เต วต อญฺญตฺร ผสฺสา ปฏิสํเวทยนฺตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
yepi te samaṇabrāhmaṇā kammavādā asayaṅkāraṁ aparaṅkāraṁ adhiccasamuppannaṁ dukkhaṁ paññapenti, te vata aññatra phassā paṭisaṁvedissantīti netaṁ ṭhānaṁ vijjatī’”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน