‹ กลับ
อัญญติตถิยสูตร
เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค · ข้อ 78 · สํ.นิ. ๑๖/๗๘๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๘] ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าว่าชน เหล่าอื่นจะพึงถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ชราและมรณะมีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ชราและมรณะมีชาติ เป็นเหตุ มีชาติเป็นที่ตั้งขึ้น มีชาติเป็นกำเนิด มีชาติเป็นแดนเกิด ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึงถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ก็ชาติเล่า มี อะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ชาติมีภพ เป็นเหตุ มีภพเป็นที่ตั้งขึ้น มีภพเป็นกำเนิด มีภพเป็นแดนเกิด ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึงถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ก็ภพเล่ามีอะไร เป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ภพมี อุปาทานเป็นเหตุ มีอุปาทานเป็นที่ตั้งขึ้น มีอุปาทานเป็นกำเนิด มีอุปาทานเป็น แดนเกิด ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึงถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ก็อุปาทานเล่า มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็น กำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์ อย่างนี้ว่า อุปาทานมีตัณหาเป็นเหตุ มีตัณหาเป็นที่ตั้งขึ้น มีตัณหาเป็นกำเนิด มี ตัณหาเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึงถามข้าพระองค์ อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ก็ตัณหาเล่า มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไร เป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึง พยากรณ์อย่างนี้ว่า ตัณหามีเวทนาเป็นเหตุ มีเวทนาเป็นที่ตั้งขึ้น มีเวทนาเป็น กำเนิด มีเวทนาเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึง ถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท่านอานนท์ ก็เวทนาเล่า มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็น ที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ ถูกถาม อย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย เวทนามีผัสสะเป็นเหตุ มีผัสสะเป็นที่ตั้งขึ้น มีผัสสะเป็นกำเนิด มีผัสสะเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ถ้าว่าชนเหล่าอื่นพึงถามข้าพระองค์ว่า ท่านอานนท์ ก็ผัสสะเล่า มีอะไร เป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ดังนี้ ข้าพระองค์ ถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ผัสสะ มีสฬายตนะเป็นเหตุ มีสฬายตนะเป็นที่ตั้งขึ้น มีสฬายตนะเป็นกำเนิด มี สฬายตนะเป็นแดนเกิด ดูกรท่านทั้งหลาย ก็เพราะผัสสายตนะ ๖ นั่นแหละดับ ด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ ผัสสะจึงดับ เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ เพราะ เวทนาดับ ตัณหาจึงดับ เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชราและมรณะโสกปริเทวทุกข- *โทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการ อย่างนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามแล้วอย่างนี้ พึงพยากรณ์อย่างนี้ ดังนี้แล ฯ
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
sn12.24:18.2 #
สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
“Sace maṁ, bhante, evaṁ puccheyyuṁ:
“Sir, suppose they were to ask me:
sn12.24:18.3 #
ชรามรณํ อาวุโส อานนฺท กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘jarāmaraṇaṁ, āvuso ānanda, kiṁnidānaṁ kiṁsamudayaṁ kiṁjātikaṁ kiṁpabhavan’ti?
‘Reverend Ānanda, what is the source, origin, birthplace, and inception of old age and death?’
sn12.24:18.4 #
เอวํ ปุฏฺโฐ ๑- อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ:
I’d answer like this:
sn12.24:18.5 #
ชรามรณํ โข อาวุโส ชาตินิทานํ ชาติสมุทยํ ชาติชาติกํ ชาติปฺปภวนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘jarāmaraṇaṁ kho, āvuso, jātinidānaṁ jātisamudayaṁ jātijātikaṁ jātipabhavan’ti.
‘Reverends, rebirth is the source, origin, birthplace, and inception of old age and death.’
sn12.24:18.6 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ.
That’s how I’d answer such a question.
sn12.24:19.1 #
สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Sace maṁ, bhante, evaṁ puccheyyuṁ:
Suppose they were to ask me:
อ้างอิงPTS 2.37 · สยามรัฐ 16.44 · พุทธชยันตี 14.58
sn12.24:19.2 #
ชาติ ปนาวุโส อานนฺท กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวาติ ฯ✎ ร่าง
‘jāti panāvuso ānanda, kiṁnidānā kiṁsamudayā kiṁjātikā kiṁpabhavā’ti?
‘What is the source of rebirth?’
sn12.24:19.3 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ:
I’d answer like this:
sn12.24:19.4 #
ชาติ โข อาวุโส ภวนิทานา ภวสมุทยา ภวชาติกา ภวปฺปภวาติ ฯ✎ ร่าง
‘jāti kho, āvuso, bhavanidānā bhavasamudayā bhavajātikā bhavappabhavā’ti.
‘Continued existence is the source of rebirth.’
sn12.24:19.5 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปุฏฺโฐหํ ฯ ยุ. ปุฏฺฐาหมฺภนฺเต ฯ เอวมุปริปิ ฯ พฺยากเรยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ.
That’s how I’d answer such a question.
sn12.24:20.1 #
สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Sace maṁ, bhante, evaṁ puccheyyuṁ:
Suppose they were to ask me:
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 24.34
sn12.24:20.2 #
ภโว ปนาวุโส อานนฺท กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโวติ ฯ✎ ร่าง
‘bhavo panāvuso ānanda, kiṁnidāno kiṁsamudayo kiṁjātiko kiṁpabhavo’ti?
‘What is the source of continued existence?’
sn12.24:20.3 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ:
I’d answer like this:
sn12.24:20.4 #
ภโว โข อาวุโส อุปาทานนิทาโน อุปาทานสมุทโย อุปาทานชาติโก อุปาทานปฺปภโวติ ฯ✎ ร่าง
‘bhavo kho, āvuso, upādānanidāno upādānasamudayo upādānajātiko upādānappabhavo’ti.
‘Grasping is the source of continued existence.’
sn12.24:20.5 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ.
That’s how I’d answer such a question.
sn12.24:21.1 #
สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
Sace maṁ, bhante, evaṁ puccheyyuṁ—
Suppose they were to ask me:
sn12.24:21.2 #
อุปาทานํ ปนาวุโส ฯเปฯ✎ ร่าง
upādānaṁ panāvuso …pe…
‘What is the source of grasping?’ …
sn12.24:21.3 #
ตณฺหา ปนาวุโส ฯเปฯ✎ ร่าง
taṇhā panāvuso …pe…
craving …
sn12.24:21.4 #
เวทนา ปนาวุโส ฯเปฯ✎ ร่าง
vedanā panāvuso …pe…
feeling …
sn12.24:21.5 #
สเจ มํ ภนฺเต เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ✎ ร่าง
sace maṁ, bhante, evaṁ puccheyyuṁ:
Suppose they were to ask me:
sn12.24:21.6 #
ผสฺโส ปนาวุโส อานนฺท กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโวติ ฯ✎ ร่าง
‘phasso panāvuso ānanda, kiṁnidāno kiṁsamudayo kiṁjātiko kiṁpabhavo’ti?
‘What is the source of contact?’
sn12.24:21.7 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยํ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyaṁ:
I’d answer like this:
sn12.24:21.8 #
ผสฺโส โข อาวุโส สฬายตนนิทาโน สฬายตนสมุทโย สฬายตนชาติโก สฬายตนปฺปภโว✎ ร่าง
‘phasso kho, āvuso, saḷāyatananidāno saḷāyatanasamudayo saḷāyatanajātiko saḷāyatanappabhavo’ti.
‘The six sense fields are the source, origin, birthplace, and inception of contact.’
sn12.24:21.9 #
ฉนฺนํ เตฺวว อาวุโส ผสฺสายตนานํ อเสสวิราคนิโรธา ผสฺสนิโรโธ✎ ร่าง
‘Channaṁ tveva, āvuso, phassāyatanānaṁ asesavirāganirodhā phassanirodho;
‘When the six fields of contact fade away and cease no residue left behind, contact ceases.
sn12.24:21.10 #
ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ✎ ร่าง
phassanirodhā vedanānirodho;
When contact ceases, feeling ceases.
sn12.24:21.11 #
เวทนานิโรธา ตณฺหานิโรโธ✎ ร่าง
vedanānirodhā taṇhānirodho;
When feeling ceases, craving ceases.
sn12.24:21.12 #
ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธ✎ ร่าง
taṇhānirodhā upādānanirodho;
When craving ceases, grasping ceases.
sn12.24:21.14 #
ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ✎ ร่าง
bhavanirodhā jātinirodho;
When continued existence ceases, rebirth ceases.
sn12.24:21.15 #
ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ ฯ✎ ร่าง
jātinirodhā jarāmaraṇaṁ sokaparidevadukkhadomanassupāyāsā nirujjhanti.
When rebirth ceases, old age and death, sorrow, lamentation, pain, sadness, and distress cease.
sn12.24:21.16 #
เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ ฯ✎ ร่าง
Evametassa kevalassa dukkhakkhandhassa nirodho hotī’ti.
That is how this entire mass of suffering ceases.’
sn12.24:21.17 #
เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ puṭṭhohaṁ, bhante, evaṁ byākareyyan”ti.
That’s how I’d answer such a question.”
sn12.24:21.18 #
จตุตฺถํ ฯ✎ ร่าง
Catutthaṁ.
sn12.25:0.1 #
Saṁyutta Nikāya 12.25
Linked Discourses 12.25
sn12.25:0.2 #
3. Dasabalavagga
3. The Ten Powers
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑๖ — สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน