เนื้อความทั้งข้อ
[๕๓๕] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระ
ผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นชลาพุชะ ... ของพวกครุฑที่เป็น
สังเสทชะ ... ของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำกรรมทั้งสอง
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ มีอายุยืน มีวรรณะ
งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีป และอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกครุฑที่เป็นอุปปาติกะ.
๑. สุทธกสูตร ๓. ทวยการีสูตร ๔ สูตร
๒. หรติสูตร ๔. ทานูปการสูตร ๔๐ สูตร.
สาวตฺถี ฯ✎ ร่าง
Sāvatthinidānaṁ.
At Sāvatthī.
อ้างอิงPTS 3.249 · สยามรัฐ 17.308 · พุทธชยันตี 15.502
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ
เอตทโวจ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinno kho so bhikkhu bhagavantaṁ etadavoca:
Seated to one side, that mendicant said to the Buddha:
โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ
กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ชลาพุชานํ สุปณฺณานํ ฯเปฯ✎ ร่าง
“ko nu kho, bhante, hetu, ko paccayo, yena midhekacco kāyassa bhedā paraṁ maraṇā jalābujānaṁ supaṇṇānaṁ …pe…
“Sir, what is the cause, what is the reason why someone, when their body breaks up, after death, is reborn in the company of the womb-born phoenixes …
สํเสทชานํ
สุปณฺณานํ ฯ✎ ร่าง
saṁsedajānaṁ supaṇṇānaṁ …pe…
moisture-born phoenixes …
อุปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ✎ ร่าง
opapātikānaṁ supaṇṇānaṁ sahabyataṁ upapajjatī”ti?
or spontaneously-born phoenixes?”
อิธ ภิกฺขุ เอกจฺโจ กาเยน ทฺวยการี โหติ วาจาย ทฺวยการี มนสา
ทฺวยการี✎ ร่าง
“Idha, bhikkhu, ekacco kāyena dvayakārī hoti, vācāya dvayakārī, manasā dvayakārī.
ตสฺส สุตํ โหติ✎ ร่าง
Tassa sutaṁ hoti:
อุปปาติกา สุปณฺณา ทีฆายุกา
วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ✎ ร่าง
‘opapātikā supaṇṇā dīghāyukā vaṇṇavanto sukhabahulā’ti.
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti:
อโห วตาหํ กายสฺส
เภทา ปรํ มรณา อุปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘aho vatāhaṁ kāyassa bhedā paraṁ maraṇā opapātikānaṁ supaṇṇānaṁ sahabyataṁ upapajjeyyan’ti.
โส อนฺนํ เทติ✎ ร่าง
So annaṁ deti …pe…
ปานํ เทติ วตฺถํ เทติ ยานํ เทติ มาลํ เทติ คนฺธํ
เทติ วิเลปนํ เทติ เสยฺยํ เทติ อาวสถํ เทติ✎ ร่าง
pānaṁ deti …pe…
ปทีเปยฺยํ เทติ ฯ✎ ร่าง
padīpeyyaṁ deti.
โส
กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อุปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ
อุปปชฺชติ ฯ✎ ร่าง
So kāyassa bhedā paraṁ maraṇā opapātikānaṁ supaṇṇānaṁ sahabyataṁ upapajjati.
อยํ โข ภิกฺขุ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส
เภทา ปรํ มรณา อุปปาติกานํ สุปณฺณานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ
(เอวํ ๑- ปิณฺฑิเกน✎ ร่าง
Ayaṁ kho, bhikkhu, hetu, ayaṁ paccayo, yena midhekacco kāyassa bhedā paraṁ maraṇā opapātikānaṁ supaṇṇānaṁ sahabyataṁ upapajjatī”ti.
ฉจตฺตาฬ✎ ร่าง
Chacattālīsamaṁ.
—
(Evaṁ piṇḍakena chacattālīsaṁ suttantā honti.)
(Tell all in full.)
—
Suddhikaṁ haranti ceva,
ีสํ✎ ร่าง
Dānūpakārā tālīsaṁ,
สุตฺตนฺตา โหนฺติ) ฯ✎ ร่าง
supaṇṇe suppakāsitāti.
สุปณฺณสํยุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ต✎ ร่าง
Supaṇṇasaṁyuttaṁ samattaṁ.
The Linked Discourses on phoenixes are complete.
สฺสุทฺทานํ
สุทฺธกํ หรติ ๒- เจว ทฺวยการี จตุโรปิ ๓- จ
ทานูปการา จตฺตาโร ๔- สุปณฺเณหิ ๕- สุปฺปกาสิตาติ✎ ร่าง
Saṁyutta Nikāya 31.1
Linked Discourses 31.1
ฯ
----------
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปิณฺฑเกน ฉ จตฺตาฬีส ฯ ๒ โป. วิหรนฺติ ฯ ยุ. หรนฺติ ฯ ๓ ยุ. จตุโร จ ฯ@๔ ยุ. ทานุปการ จ จตฺตาโร ฯ ๕ ม. สุปณฺเณ ฯ ยุ. สุปณฺณา ฯ
คนฺธพฺพ✎ ร่าง
1. Gandhabbavagga
1. Centaurs
กายสํยุตฺตํ✎ ร่าง
Suddhikasutta
Plain Version