‹ กลับ
สมจิตตวรรค
เล่ม ๒๐ — อังคุตตรนิกาย เอกก–ทุก–ติกนิบาต · ข้อ 281 · อํ.เอก. ๒๐/๑๖๑๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๘๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถีสมัยนั้นแล ท่านพระ สารีบุตรอยู่ที่ปราสาทของนางวิสาขา มิคารมารดาในบุพพาราม ใกล้พระนคร สาวัตถี ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูกรผู้มีอายุ ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นตอบรับท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลที่มีสังโยชน์ในภายใน และบุคคลที่มี สังโยชน์ในภายนอก ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้น ตอบรับท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลที่มีสังโยชน์ในภายในเป็นไฉน ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวมแล้วในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยใน โทษเพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เมื่อแตกกายตายไป ภิกษุนั้นย่อมเข้าถึงหมู่เทพหมู่ใดหมู่หนึ่ง ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เป็นอาคามี กลับมาสู่ความเป็นผู้เช่นนี้ นี้เรียกว่าบุคคลผู้มีสังโยชน์ในภายใน เป็นอาคามี กลับมาสู่ความเป็นผู้เช่นนี้ ฯ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีสังโยชน์ในภายนอกเป็นไฉน ภิกษุใน พระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวมแล้วในพระปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วย อาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ใน สิกขาบททั้งหลาย ภิกษุนั้นย่อมบรรลุเจโตวิมุติอันสงบอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อแตก กายตายไป ย่อมเข้าถึงหมู่เทพหมู่ใดหมู่หนึ่ง ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เป็น อนาคามีไม่กลับมาสู่ความเป็นผู้เช่นนี้ นี้เรียกว่า บุคคลผู้มีสังโยชน์ในภายนอก เป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่ความเป็นผู้เช่นนี้ ฯ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีศีล สำรวมแล้วใน ปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษเพียง เล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ภิกษุนั้นย่อมปฏิบัติเพื่อความ หน่าย เพื่อคลาย เพื่อความดับกามทั้งหลาย ย่อมปฏิบัติเพื่อความหน่าย เพื่อ คลาย เพื่อความดับภพทั้งหลาย ย่อมปฏิบัติเพื่อสิ้นตัณหา เพื่อสิ้นความโลภ ภิกษุนั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงหมู่เทพหมู่ใดหมู่หนึ่ง ครั้นจุติจากอัตภาพ นั้นแล้ว เป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่ความเป็นผู้เช่นนี้ ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย นี้เรียกว่า บุคคลมีสังโยชน์ในภายนอก เป็นอนาคามี ไม่กลับมาสู่ความเป็นผู้ เช่นนี้ ฯ ครั้งนั้นแล เทวดาที่มีจิตเสมอกันมากองค์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระสารีบุตรนั่น กำลังเทศนาถึงบุคคลที่มีสังโยชน์ในภายใน และบุคคลที่มีสังโยชน์ในภายนอก แก่ภิกษุทั้งหลาย อยู่ที่ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดาในบุพพาราม ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ บริษัทร่าเริง ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคจงทรง พระกรุณา เสด็จไปหาท่านพระสารีบุตรจนถึงที่อยู่เถิด พระผู้มีพระภาคทรงรับคำ อาราธนาด้วยดุษณีภาพ ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงหายจากพระเชตวันวิหาร ไปปรากฏเฉพาะหน้าท่านพระสารีบุตร ที่ปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดาใน บุพพาราม เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้หรือคู้แขนที่เหยียดฉะนั้น พระผู้มี- *พระภาคประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้ แม้ท่านพระสารีบุตรก็ได้ถวายบังคมพระ ผู้มีพระภาค แล้วนั่งลง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัส กะท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรสารีบุตร เทวดาที่มีจิตเสมอกันมากองค์เข้าไปหาเรา จนถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วบอกว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระสารีบุตรกำลังเทศนาถึงบุคคลที่มีสังโยชน์ในภายใน และบุคคลที่มีสังโยชน์ในภายนอก แก่ภิกษุทั้งหลาย อยู่ที่ปราสาทของนาง วิสาขามิคารมารดาในบุพพาราม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บริษัทร่าเริง ขอประทาน พระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคทรงพระกรุณาเสด็จไปหาท่านพระสารีบุตรจนถึง ที่อยู่เถิด ดูกรสารีบุตร ก็เทวดาเหล่านั้นยืนอยู่ในโอกาสแม้เท่าปลายเหล็กแหลม จดลง ๑๐ องค์บ้าง ๒๐ องค์บ้าง ๓๐ องค์บ้าง ๔๐ องค์บ้าง ๕๐ องค์บ้าง ๖๐ องค์บ้าง แต่ก็ไม่เบียดกันและกัน ดูกรสารีบุตร ก็เธอพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า จิตอย่างนั้น ซึ่งเป็นเหตุให้เทวดาเหล่านั้นยืนอยู่ได้ในโอกาสแม้เท่าปลายเหล็ก แหลมจดลง ๑๐ องค์บ้าง ... ๖๐ องค์บ้าง เป็นจิตอันเทวดาเหล่านั้นอบรมแล้ว ในภพนั้นแน่นอน ดูกรสารีบุตร ก็ข้อนั้นเธอไม่ควรเห็นเช่นนี้ ดูกรสารีบุตร ก็จิตอย่างนั้น ซึ่งเป็นเหตุให้เทวดาเหล่านั้นยืนอยู่ได้ในโอกาสแม้เท่าปลายเหล็ก แหลมจดลง ๑๐ องค์บ้าง ฯลฯ แต่ก็ไม่เบียดกันและกัน เทวดาเหล่านั้นได้อบรม แล้วในศาสนานี้เอง เพราะฉะนั้นแหละสารีบุตร เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จักเป็น ผู้มีอินทรีย์สงบ มีใจระงับอยู่ เธอควรศึกษาเช่นนี้แหละ สารีบุตร กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมของผู้มีอินทรีย์สงบ มีใจระงับ จักสงบระงับ เพราะฉะนั้น แหละ สารีบุตร เธอพึงศึกษาว่า จักนำกายและจิตที่สงบระงับแล้วเท่านั้นเข้าไป ในพรหมจารีทั้งหลาย ดูกรสารีบุตร เธอควรศึกษาเช่นนี้แหละ ดูกรสารีบุตร พวกอัญญเดียรถีย์ปริพาชกที่ไม่ได้ฟังธรรมบรรยายนี้ ได้พากันฉิบหายเสียแล้ว ฯ
เทียบรายประโยค (13 ประโยค)
an2.35:1.1 #
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สารีปุตฺโต สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท ฯ ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขโวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อชฺฌตฺตสญฺโญชนญฺจ อาวุโส ปุคฺคลํ เทเสสฺสามิ พหิทฺธาสญฺโญชนญฺจ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ กตโม จาวุโส อชฺฌตฺตสญฺโญชโน ปุคฺคโล อิธาวุโส ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ โส กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ โส ตโต จุโต อาคามี โหติ อาคนฺตา อิตฺถตฺตํ อยํ วุจฺจตาวุโส อชฺฌตฺตสญฺโญชโน ปุคฺคโล อาคามี อาคนฺตา อิตฺถตฺตํ ฯ {๒๘๑.๑} กตโม จาวุโส พหิทฺธาสญฺโญชโน ปุคฺคโล อิธาวุโส ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ โส อญฺญตรํ สนฺตํ เจโตวิมุตฺตึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ โส กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ โส ตโต จุโต อนาคามี โหติ อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ อยํ วุจฺจตาวุโส พหิทฺธาสญฺโญชโน ปุคฺคโล อนาคามี อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ ฯ ปุน จ ปรํ อาวุโส ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ โส กามานํเยว นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ โส ภวานํเยว นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ โส ตณฺหกฺขยาย ปฏิปนฺโน โหติ โส โลภกฺขาย ปฏิปนฺโน โหติ โส กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อญฺญตรํ เทวนิกายํ อุปปชฺชติ โส ตโต จุโต อนาคามี โหติ อนาคนฺตา อิตฺถตฺตํ อยํ วุจฺจตาวุโส พหิทฺธาสญฺโญชโน ปุคฺคโล อนาคามี อนาคนฺตา อิตฺถตฺตนฺติ ฯ อถโข สมฺพหุลา สมจิตฺตา เทวตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ตา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ🤖 AI จับคู่
Atha kho anāthapiṇḍiko gahapati yena bhagavā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā bhagavantaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno kho anāthapiṇḍiko gahapati bhagavantaṁ etadavoca:
Then the householder Anāthapiṇḍika went up to the Buddha, bowed, sat down to one side, and said to the Buddha,
อ้างอิงPTS 1.63.1
an2.35:1.2 #
ุํ เอโส ภนฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสา🤖 AI จับคู่
“kati nu kho, bhante, loke dakkhiṇeyyā, kattha ca dānaṁ dātabban”ti?
“How many in the world are worthy of a religious donation? And where should a gift be given?”
an2.35:1.3 #
เท ภิกฺขู🤖 AI จับคู่
“Dve kho, gahapati, loke dakkhiṇeyyā—
“Householder, there are two in the world who are worthy of a religious donation:
an2.35:1.4 #
sekho ca asekho ca.
the trainee and the adept.
an2.35:1.5 #
นํ อชฺฌตฺตสญฺโญชนญฺจ ปุคฺคลํ เทเสติ พห🤖 AI จับคู่
Ime kho, gahapati, dve loke dakkhiṇeyyā, ettha ca dānaṁ dātabban”ti.
These two in the world are worthy of a religious donation, and that’s where you should give a gift.”
an2.35:2.1 #
ิทฺธาสญฺโญชนญฺจ หฏฺฐา ภนฺเต ปริสา สาธุ ภนฺเต ภควา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Idamavoca bhagavā.
That is what the Buddha said.
an2.35:2.2 #
อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ {๒๘๑.๒} อถโข ภควา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว เชตวเน อนฺตรหิโต ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปมุเข ๑- ปาตุรโหสิ ฯ นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน ฯ {๒๘๑.๓} อายสฺมาปิ โข สารีปุตฺโต ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ อิธ สารีปุตฺต สมฺพหุลา สมจิตฺตา เทวตา เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ เอกมนฺตํ ฐิตา โข สารีปุตฺโต ตา เทวตา มํ เอตทโวจ🤖 AI จับคู่
Idaṁ vatvāna sugato athāparaṁ etadavoca satthā:
Then the Holy One, the Teacher, went on to say:
an2.35:3.1 #
“Sekho asekho ca imasmiṁ loke,
“In this world, the trainee and the adept,
an2.35:3.2 #
ุํ เอโส ภนฺ🤖 AI จับคู่
Āhuneyyā yajamānānaṁ honti;
are worthy of offerings dedicated to the gods.
an2.35:3.3 #
เต อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพาราเม @เชิงอรรถ: ๑ ม. สมฺมุเข ฯ มิคารมาตุปาสาเท ภิกฺขูนํ อชฺฌตฺตสญฺโญชนญฺจ ปุคฺคลํ เทเสติ พหิทฺธาสญฺโญชนญฺจ หฏฺฐา ภนฺเต ปริสา สาธุ ภนฺเต ภควา เยน🤖 AI จับคู่
Te ujjubhūtā kāyena,
They are sincere in body,
an2.35:3.4 #
ายสฺมา สารีปุตฺโต🤖 AI จับคู่
Vācāya uda cetasā;
speech, and mind.
an2.35:3.5 #
เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ ตา โข ปน สารีปุตฺต🤖 AI จับคู่
Khettaṁ taṁ yajamānānaṁ,
This is the field for sponsors of sacrifice—
an2.35:3.6 #
เทวตา ทสปิ หุตฺวา วีสติมฺปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาฬีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา สฏฺฐิมฺปิ หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺติ {๒๘๑.๔} สิยา โข ปน เต ๑- สารีปุตฺต เอวมสฺส ตตฺถ นูน ตาสํ เทวตานํ ตถาจิตฺตํ ภาวิตํ เยน ตา เทวตา ทสปิ หุตฺวา วีสติมฺปิ หุตฺวา ตึสมฺปิ หุตฺวา จตฺตาฬีสมฺปิ หุตฺวา ปญฺญาสมฺปิ หุตฺวา สฏฺฐิมฺปิ หุตฺวา อารคฺคโกฏินิตุทนมตฺเตปิ ติฏฺฐนฺติ น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตีติ น โข ปเนตํ สารีปุตฺต เอวํ ทฏฺฐพฺพํ อิเธว🤖 AI จับคู่
Ettha dinnaṁ mahapphalan”ti.
what’s given here is very fruitful.”
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๐ — อังคุตตรนิกาย เอกก–ทุก–ติกนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน