‹ กลับ
กรรมสูตร ที่ ๑
เล่ม ๒๔ — อังคุตตรนิกาย ทสก–เอกาทสกนิบาต · ข้อ 194 · อํ.ทสก. ๒๔/๖๙๕๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่ง กรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแล อันสัตว์ผู้ทำพึงได้เสวยในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรมเวทนียะ) ในอัตภาพถัดไป (อุปปัชชเวทนียะ) หรือในอัตภาพต่อๆ ไป (อปราปรเวทนียะ) ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่สุดทุกข์ แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ในข้อนั้น ความวิบัติอันเป็นโทษแห่ง การงานทางกาย ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์ เป็นวิบาก ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง มีความตั้งใจ เป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ความวิบัติอันเป็นโทษแห่ง การงานทางใจ ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์ เป็นวิบาก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นแห่งโทษการงานทางกาย ๓ อย่าง มี ความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ผู้หยาบช้า มีมือชุ่มด้วยโลหิต ตั้งอยู่ ในการฆ่าและการทุบตี ไม่มีความเอ็นดูในสัตว์มีชีวิตทั้งปวง ๑ เป็นผู้ลักทรัพย์ คือถือเอาวัตถุอันเป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่น ซึ่งอยู่ในบ้าน หรืออยู่ในป่า ที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยจิตเป็นขโมย ๑ เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม คือ เป็นผู้ประพฤติล่วงในสตรีที่มารดารักษา บิดารักษา พี่ชายน้องชายรักษา พี่สาวน้องสาวรักษา ญาติรักษา ธรรมรักษา ผู้มีสามี ผู้มีอาชญาโดยรอบ โดยที่สุดแม้สตรีผู้มีบุรุษคล้องแล้วด้วยพวงมาลัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความ วิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์ เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้พูดเท็จ คือ เขาอยู่ในสภา ในบริษัท ในท่ามกลางญาติ ในท่ามกลางเสนา หรือในท่ามกลางแห่งราชสกุล ถูกผู้อื่นนำ ไปเป็นพยานซักถามว่า มาเถิดบุรุษผู้เจริญ ท่านรู้สิ่งใดจงพูดสิ่งนั้น บุคคลนั้น เมื่อไม่รู้กล่าวว่ารู้ หรือเมื่อรู้ก็กล่าวว่าไม่รู้ เมื่อไม่เห็นก็กล่าวว่าเห็น หรือเมื่อเห็น ก็กล่าวว่าไม่เห็น เป็นผู้กล่าวเท็จทั้งรู้ เพราะเหตุแห่งผู้อื่นบ้าง เพราะเหตุเห็นแก่ อามิสเล็กน้อยบ้าง ด้วยประการดังนี้ ๑ เป็นผู้พูดส่อเสียด คือ ฟังข้างนี้แล้วไป บอกข้างโน้น เพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือฟังข้างโน้นแล้วมาบอกข้างนี้ เพื่อทำลาย คนหมู่โน้น ยุยงคนทั้งหลายผู้สามัคคีกันให้แตกกัน หรือส่งเสริมคนทั้งหลาย ผู้แตกกันแล้ว ชอบความแยกกัน ยินดีความแยกกัน เพลิดเพลินในความแยกกัน กล่าวแต่คำที่ทำให้แยกกัน ๑ เป็นผู้พูดคำหยาบ คือ กล่าววาจาที่หยาบคาย กล้าแข็ง เดือดร้อนผู้อื่น เสียดสีผู้อื่น ใกล้ต่อความโกรธ ไม่เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑ เป็นผู้พูดเพ้อเจ้อ คือ กล่าวไม่ถูกกาล กล่าวไม่จริง กล่าวไม่อิงอรรถ ไม่อิงธรรม ไม่อิงวินัย กล่าววาจาที่ไม่มีหลักฐาน ไม่มีที่อ้างอิง ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ประกอบ ด้วยประโยชน์ โดยกาลอันไม่ควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษ แห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง มีความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มี ทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง มี ความตั้งใจเป็นอกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้อยากได้ของผู้อื่น คือ อยากได้วัตถุอัน เป็นเครื่องอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่นว่า ไฉนหนอวัตถุ อันเป็นเครื่องอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่นพึงเป็นของเรา ดังนี้ ๑ เป็นผู้มีจิตคิดปองร้าย คือ มีความดำริในใจอันชั่วร้ายว่า ขอสัตว์เหล่านี้ จงถูกฆ่า จงถูกทำลาย จงขาดสูญ จงพินาศ หรืออย่าได้เป็นแล้ว ดังนี้ ๑ เป็น ผู้มีความเห็นผิด คือ มีความเห็นอันวิปริตว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การเซ่น สรวงไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่บุคคลทำดีทำชั่วไม่มี โลกนี้ ไม่มี โลกหน้าไม่มี มารดาไม่มี บิดาไม่มี สัตว์ผู้เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณ- *พราหมณ์ผู้ดำเนินไปโดยชอบ ผู้ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และปรโลกให้แจ้งชัดด้วย ปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตาม ไม่มีในโลก ดังนี้ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็น อกุศล ย่อมมีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทาง วาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล หรือเพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็น โทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแก้วมณี ๔ เหลี่ยมที่บุคคลโยนขึ้น ข้างบน ตกลงมาทางเหลี่ยมใดๆ ก็ย่อมตั้งอยู่ตามเหลี่ยมที่ตั้งลงมานั้นนั่นเอง ฉันใด สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะ เหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็น อกุศล เพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมี ความตั้งใจเป็นอกุศล หรือเพราะเหตุแห่งความวิบัติอันเป็นโทษแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นอกุศล ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่งกรรมที่ สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ก็วิบากนั้นแล ย่อมเกิดในปัจจุบัน ในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพต่อๆ ไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้ว ย่อมไม่กล่าวการทำที่ สุดทุกข์แห่งกรรมที่สัตว์ตั้งใจกระทำสั่งสมขึ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในข้อนั้น สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง มีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง มีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อม มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง มีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล บางคนในโลกนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง ๑ ละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ไม่ถือเอาวัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์ เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่น อันอยู่ในบ้าน หรืออยู่ในป่า ที่เจ้าของมิได้ ให้ ด้วยจิตเป็นขโมย ๑ ละการประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการประพฤติผิด ในกาม ไม่ถึงความประพฤติล่วงในสตรีที่มารดารักษา บิดารักษา พี่ชายน้องชาย รักษา พี่สาวน้องสาวรักษา ญาติรักษา ธรรมรักษา มีสามี มีอาชญาโดยรอบ โดยที่สุดแม้สตรีที่บุรุษคล้องแล้วด้วยพวงมาลัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่ง การงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จ เขาอยู่ในสภา ในบริษัท ในท่ามกลางญาติ ในท่ามกลางอำมาตย์ หรือในท่ามกลางราชสกุล ถูกผู้อื่นนำไปเป็นพยานซักถามว่า มาเถิดบุรุษผู้เจริญ ท่านรู้สิ่งใดจงกล่าวสิ่งนั้น บุคคลนั้นเมื่อไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ หรือเมื่อรู้ก็บอกว่ารู้ เมื่อไม่เห็นก็บอกว่าไม่เห็น หรือเมื่อเห็นก็บอกว่าเห็น ไม่เป็นผู้พูดเท็จทั้งรู้ เพราะเหตุแห่งตนบ้าง เพราะเหตุ แห่งผู้อื่นบ้าง หรือเพราะเหตุเห็นแก่อามิสเล็กน้อยบ้าง ๑ ละคำส่อเสียด เว้น ขาดจากคำส่อเสียด ไม่ฟังข้างนี้แล้วไปบอกข้างโน้น เพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือ ฟังข้างโน้นแล้วไม่มาบอกข้างนี้ เพื่อทำลายคนหมู่โน้น เป็นผู้สมานคนที่แตกกัน แล้วบ้าง ส่งเสริมคนที่สามัคคีกันแล้ว ชอบคนที่พร้อมเพรียงกัน ยินดีในคนผู้ พร้อมเพรียงกัน เพลิดเพลินในคนผู้พร้อมเพรียงกัน กล่าววาจาที่ทำให้คนพร้อม เพรียงกัน ๑ ละคำหยาบ เว้นขาดจากคำหยาบ กล่าววาจาที่ไม่มีโทษ เพราะหู ชวนให้รัก จับใจ เป็นของชาวเมือง คนส่วนมากรักใคร่พอใจ ๑ ละคำเพ้อเจ้อ เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดถูกกาล พูดแต่คำที่เป็นจริง พูดอิงอรรถ อิงธรรม อิงวินัย พูดแต่คำที่มีหลักฐาน มีที่อ้างอิง มีที่กำหนด ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอันควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมี ความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจ เป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล บางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่อยากได้ของผู้อื่น ไม่อยากได้วัตถุอันเป็นอุปกรณ์แก่ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่นว่า ไฉนหนอ วัตถุที่เป็นอุปกรณ์แก่ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่นของบุคคลอื่นพึงเป็นของเรา ดังนี้ ๑ เป็นผู้ไม่มีจิต คิดปองร้าย ไม่มีความดำริในใจอันชั่วร้ายว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงเป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มี ความมุ่งร้ายกัน ไม่มีทุกข์ มีสุขรักษาตนเถิด ดังนี้ ๑ เป็นผู้มีความเห็นชอบ มีความเห็นไม่วิปริตว่า ทานที่ให้แล้วมีผล การเซ่นสรวงมีผล การบูชามีผล ผล วิบากแห่งกรรมที่บุคคลทำดีทำชั่วมีอยู่ โลกนี้มีอยู่ โลกหน้ามีอยู่ มารดามีอยู่ บิดามีอยู่ สัตว์ทั้งหลายผู้เป็นอุปปาติกะมีอยู่ สมณพราหมณ์ผู้ดำเนินไปโดยชอบ ผู้ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และโลกหน้าให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตามมีอยู่ในโลก ดังนี้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมบัติแห่งการงาน ทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ย่อมมีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก อย่างนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล หรือ เพราะเหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนแก้วมณี ๔ เหลี่ยม ที่บุคคลโยนขึ้น ข้างบน ตกลงมาทางเหลี่ยมใดๆ ก็ย่อมตั้งอยู่ตามเหลี่ยมที่ตั้งลงมานั้นเอง ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะ เหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางกาย ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล เพราะเหตุ แห่งสมบัติแห่งการงานทางวาจา ๔ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล หรือเพราะ เหตุแห่งสมบัติแห่งการงานทางใจ ๓ อย่าง อันมีความตั้งใจเป็นกุศล ฉันนั้น เหมือนกันแล ฯ
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
an10.215:1.1 #
นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา ๑- พฺยนฺติภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช ๒- วา อปเร วา ปริยาเย น เตฺววาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ วทามิ ตตฺร ภิกฺขเว ติวิธํ ๓- กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ ๔- อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ จตุพฺพิธํ ๕- วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ🤖 AI จับคู่
“Dasahi, bhikkhave, dhammehi samannāgatā upāsikā avisāradā agāraṁ ajjhāvasati.
“A laywoman living at home with these ten qualities is not self-assured.
อ้างอิงPTS 5.288 · ฉัฏฐสังคายนา 40.257 · พุทธชยันตี 23.532
an10.215:1.2 #
กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ🤖 AI จับคู่
Katamehi dasahi?
What ten?
an10.215:1.3 #
ปาณาติปาตี โหติ ลุทฺโธ โลหิตปาณี หตปหเต นิวิฏฺโฐ อทยาปนฺโน สพฺพปาณภูเตสุ🤖 AI จับคู่
Pāṇātipātinī hoti …
She kills living creatures. …
an10.215:1.4 #
อทินฺนาทายี โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ คามคตํ วา อรญฺญคตํ วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทาตา โหติ🤖 AI จับคู่
adinnādāyinī hoti …
an10.215:1.5 #
กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ ยา ตา มาตุรกฺขตา ปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สสามิกา สปริทณฺฑา อนฺตมโส @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. อปฏิสํเวทิตฺวา ฯ ๒ โป. ม. ยุ. อปปชฺชํ ฯ ๓-๕ โป. ม. ยุ. สพฺพตฺถ@ติวิธา จตุพฺพิธา ฯ ๔ โป. สพฺพตฺถ ... สโทสพฺยาปตฺติ ฯ มาลาคุณปริกฺขิตาปิ ตถารูปาสุ จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๔.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ🤖 AI จับคู่
kāmesumicchācārinī hoti …
an10.215:1.6 #
มุสาวาที โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคฺคโต วา ปูคมชฺฌคฺคโต วา ราชกุลมชฺฌคฺคโต วา อภินีโต สกฺขึ ปุฏฺโฐ เอหิ โภ ปุริส ยํ ชานาสิ ตํ วเทหีติ โส อชานํ วา อาห ชานามีติ ชานํ วา อาห น ชานามีติ อปสฺสํ วา อาห ปสฺสามีติ ปสฺสํ วา อาห น ปสฺสามีติ อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ🤖 AI จับคู่
musāvādinī hoti …
an10.215:1.7 #
ปิสุณวาโจ โหติ อิโต สุตฺวา อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย อมุตฺร วา สุตฺวา อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย อิติ สมคฺคานํ วา เภตฺตา ภินฺนานํ วา อนุปฺปทาตา วคฺคาราโม วคฺครโต วคฺคนนฺที วคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ🤖 AI จับคู่
pisuṇavācā hoti …
an10.215:1.8 #
ผรุสวาโจ โหติ ยา สา วาจา อณฺฑกา กกฺกสา ปรกฏุกา ปราภิสชฺชนี โกธสามนฺตา อสมาธิสํวตฺตนิกา ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ🤖 AI จับคู่
pharusavācā hoti …
an10.215:1.9 #
สมฺผปฺปลาปี โหติ อกาลวาที อภูตวาที อนตฺถวาที อธมฺมวาที อวินยวาที อนิธานวตึ วาจํ ภาสิตา โหติ กาเลน อนปเทสํ อปริยนฺตวตึ อนตฺถสญฺหิตํ เอวํ โข ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ฯ {๑๙๔.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ🤖 AI จับคู่
samphappalāpinī hoti …
an10.215:1.10 #
อภิชฺฌาลุ โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ ตํ อภิชฺฌิตา โหติ อโห วต ยํ ปรสฺส ตํ มม อสฺสาติ🤖 AI จับคู่
abhijjhālunī hoti …
an10.215:1.11 #
พฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป อิเม สตฺตา หญฺญนฺตุ วา วชฺฌนฺตุ วา อุจฺฉิชฺชนฺตุ วา วินสฺสนฺตุ วา มา วา อเหสุนฺติ🤖 AI จับคู่
byāpannacittā hoti …
an10.215:1.12 #
มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปริตฺตทสฺสโน นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ ยิฏฺฐํ นตฺถิ หุตํ นตฺถิ สุกตทุกฺกตานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก นตฺถิ อยํ โลโก นตฺถิ ปโร โลโก นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตา นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย🤖 AI จับคู่
micchādiṭṭhikā hoti ….
She has wrong view. …
an10.215:1.13 #
อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ {๑๙๔.๓} เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ อกุสลสญฺเจตนิกา ทุกฺขุทฺรยา ทุกฺขวิปากา โหติ ติวิธกายกมฺมนฺต- สนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธวจีกมฺมนฺตสนฺโ🤖 AI จับคู่
Imehi kho, bhikkhave, dasahi dhammehi samannāgatā upāsikā avisāradā agāraṁ ajjhāvasati.
A laywoman living at home with these ten qualities is not self-assured.
an10.215:2.1 #
ทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ ติวิธมโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ- อกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อปณฺณโก มณิ อุทฺธํ ขิตฺโต เยน เยเนว ปติฏฺฐาติ สุปติฏฺฐิตํเยว ปติฏฺฐาติ {๑๙๔.๔} เอวเมว โข ภิกฺขเว ติวิธกายกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติ- อกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธวจีกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ ติวิธมโนกมฺมนฺตสนฺโทสพฺยาปตฺติอกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ ฯ {๑๙๔.๕} นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา พฺยนฺติภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเย น เตฺววาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยํ วทามิ ตตฺร ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯ🤖 AI จับคู่
Dasahi, bhikkhave, dhammehi samannāgatā upāsikā visāradā agāraṁ ajjhāvasati.
A laywoman living at home with these ten qualities is self-assured.
an10.215:2.2 #
กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปาณาติปาตํ ปหาย🤖 AI จับคู่
Katamehi dasahi?
What ten?
an10.215:2.3 #
ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรติ อทินฺนาทานํ ปหาย🤖 AI จับคู่
Pāṇātipātā paṭiviratā hoti …
She doesn’t kill living creatures. …
an10.215:2.4 #
อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ คามคตํ วา อรญฺญคตํ วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ น อาทาตา โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารํ ปหาย🤖 AI จับคู่
adinnādānā paṭiviratā hoti …
an10.215:2.5 #
กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ ยา ตา มาตุรกฺขิตา ปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สสามิกา สปริทณฺฑา อนฺตมโส มาลาคุณปริกฺขิตาปิ ตถารูปาสุ น จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ กายกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ มุสาวาทํ ปหาย🤖 AI จับคู่
kāmesumicchācārā paṭiviratā hoti …
an10.215:2.6 #
มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคฺคโต วา ปูคมชฺฌคฺคโต วา ราชกุลมชฺฌคฺคโต วา อภินีโต สกฺขึ ปุฏฺโฐ เอหิ โภ ปุริส ยํ ชานาสิ ตํ วเทหีติ โส อชานํ วา อาห น ชานามีติ ชานํ วา อาห ชานามีติ อปสฺสํ วา อาห น ปสฺสามีติ ปสฺสํ วา อาห ปสฺสามีติ อิติ อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา น สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหติ ปิสุณวาจํ ปหาย🤖 AI จับคู่
musāvādā paṭiviratā hoti …
an10.215:2.7 #
ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ น อิโต สุตฺวา อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย อมุตฺร วา สุตฺวา น อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย อิติ ภินฺนานํ วา สนฺธาตา สหิตานํ วา อนุปฺปทาตา สมคฺคาราโม สมคฺครโต สมคฺคนนฺที สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ ผรุสํ วาจํ ปหาย🤖 AI จับคู่
pisuṇāya vācāya paṭiviratā hoti …
an10.215:2.8 #
ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนิยา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ สมฺผปฺปลาปํ ปหาย🤖 AI จับคู่
pharusāya vācāya paṭiviratā hoti …
an10.215:2.9 #
สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ กาลวาที ภูตวาที อตฺถวาที ธมฺมวาที วินยวาที นิธานวตึ วาจํ ภาสิตา โหติ กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสญฺหิตํ เอวํ โข ภิกฺขเว จตุพฺพิธํ วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ🤖 AI จับคู่
samphappalāpā paṭiviratā hoti …
an10.215:2.10 #
อนภิชฺฌาลุ โหติ ยนฺตํ ปรสฺส ปรวิตฺตูปกรณํ ตํ อนภิชฺฌิตา โหติ อโห วต ยํ ปรสฺส ตํ มม อสฺสาติ🤖 AI จับคู่
anabhijjhālunī hoti …
an10.215:2.11 #
อพฺยาปนฺนจิตฺโต โหติ อปฺปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป อิเม สตฺตา อเวรา อพฺยาปชฺฌา อนีฆา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ🤖 AI จับคู่
abyāpannacittā hoti …
an10.215:2.12 #
สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปริตฺตทสฺสโน อตฺถิ ทินฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐํ อตฺถิ หุตํ ฯเปฯ เย🤖 AI จับคู่
sammādiṭṭhikā hoti ….
She has right view. …
an10.215:2.13 #
อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ เอวํ โข ภิกฺขเว ติวิธํ มโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ กุสลสญฺเจตนิกา สุขุทฺรยา สุขวิปากา โหติ ติวิธกายกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธ- วจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ติวิธมโนกมฺมนฺตสมฺปตฺติ- กุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา ภิกฺขเว สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อปณฺณโก มณิ อุทฺธํ ขิตฺโต เยน เยเนว ปติฏฺฐาติ สุปติฏฺฐิตํเยว ปติฏฺฐาติ เอวเมว โข ภิกฺขเว ติวิธกายกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ จตุพฺพิธวจีกมฺมนฺตสมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ติวิธมโนกมฺมนฺต- สมฺปตฺติกุสลสญฺเจตนิกาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
Imehi kho, bhikkhave, dasahi dhammehi samannāgatā upāsikā visāradā agāraṁ ajjhāvasatī”ti.
A laywoman living at home with these ten qualities is self-assured.”
an10.215:2.14 #
Pañcamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๔ — อังคุตตรนิกาย ทสก–เอกาทสกนิบาต
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน