เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาป-
*สถาน ใกล้พระนครราชคฤห์ ก็สมัยนั้นแล ในพระนครราชคฤห์ มีบุรุษเป็น
โรคเรื้อนชื่อว่าสุปปพุทธะ เป็นมนุษย์ขัดสน กำพร้า ยากไร้ ก็สมัย
นั้นแล พระผู้มีพระภาคแวดล้อมไปด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ประทับนั่งแสดงธรรมอยู่
สุปปพุทธกุฏฐิได้เห็นหมู่มหาชนประชุมกันแต่ที่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้มีความดำริ
ว่าหมู่มหาชนจะแบ่งของควรเคี้ยว หรือของควรบริโภคอะไรๆ ให้ในที่นี้แน่แท้
ไฉนหนอ เราพึงเข้าไปหาหมู่มหาชน เราพึงได้ของควรเคี้ยวหรือควรบริโภคใน
หมู่มหาชนนี้เป็นแน่ ลำดับนั้นแล สุปปพุทธกุฏฐิได้เข้าไปหาหมู่มหาชนนั้นแล้ว
ได้เห็นพระผู้มีพระภาคแวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ประทับนั่งแสดงธรรมอยู่
ครั้นแล้วได้มีความดำริว่า หมู่มหาชนคงไม่แบ่งของควรเคี้ยวหรือของควรบริโภค
อะไรๆ ให้ในที่นี้ พระสมณะโคดมนี้ทรงแสดงธรรมอยู่ในบริษัท ถ้ากระไร แม้
เราก็พึงฟังธรรม เขานั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งในบริษัทนั้นเอง ด้วยคิดว่า
แม้เราก็จักฟังธรรม ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดใจของบริษัททุก
หมู่เหล่าด้วยพระทัยแล้ว ได้ทรงกระทำไว้ในพระทัยว่า ในบริษัทนี้ ใครหนอ
แลควรจะรู้แจ้งธรรม พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นสุปปพุทธกุฏฐินั่งอยู่ในบริษัทนั้น
ครั้นแล้วได้ทรงพระดำริว่า ในบริษัทนี้ บุรุษนี้แลควรจะรู้แจ้งธรรม พระองค์
ทรงปรารภสุปปพุทธกุฏฐิตรัสอนุปุพพิกถาคือ ทานกถา ศีลกถา สัคคกถา
โทษแห่งกามอันต่ำทรามเศร้าหมอง และทรงประกาศอานิสงส์ในเนกขัมมะ เมื่อใด
พระผู้มีพระภาคได้ทรงทราบว่าสุปปพุทธกุฏฐิมีจิตควร อ่อน ปราศจากนิวรณ์
เฟื่องฟู ผ่องใส เมื่อนั้น พระองค์ทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้า
ทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ธรรม-
*จักษุปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแก่สุปปพุทธกุฏฐิในที่นั่งนั้นแลว่า
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับเป็นธรรมดา
เหมือนผ้าที่สะอาดปราศจากมลทิน ควรรับน้ำย้อมด้วยดีฉะนั้น ฯ
เอวมฺเม สุตํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ me sutaṁ—
So I have heard.
อ้างอิงสยามรัฐ 25.146 · ฉัฏฐสังคายนา 47.124
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. เอวํ ปิโย ฯ ๒ โป. ม. ยุ. เอวเมตํ อานนฺทาติ ปาฐตฺตยํ นตฺถิ ฯ@๓ โป. ม. เย วาปิ ฯ
เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
ekaṁ samayaṁ bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
At one time the Buddha was staying near Rājagaha, in the Bamboo Grove, the squirrels’ feeding ground.
เตน โข ปน สมเยน ราชคเห
สุปฺปพุทฺโธ นาม กุฏฺฐี✎ ร่าง
Tena kho pana samayena rājagahe suppabuddho nāma kuṭṭhī ahosi—
At that time in Rājagaha there was a leper called Suppabuddha.
มนุสฺสทลิทฺโท อโหสิ มนุสฺสกปโณ
มนุสฺสวราโก ฯ✎ ร่าง
manussadaliddo, manussakapaṇo, manussavarāko.
He was a poor person, destitute, and pitiful.
เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย
ปริวุโต ธมฺมํ เทเสนฺโต นิสินฺโน โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhagavā mahatiyā parisāya parivuto dhammaṁ desento nisinno hoti.
Now, at that time the Buddha was teaching Dhamma, surrounded by a large assembly.
อทฺทสา โข สุปฺปพุทฺโธ
กุฏฺฐี✎ ร่าง
Addasā kho suppabuddho kuṭṭhī taṁ mahājanakāyaṁ dūratova sannipatitaṁ.
Suppabuddha saw the crowd seated off in the distance
—
Disvānassa etadahosi:
and thought,
—
“nissaṁsayaṁ kho ettha kiñci khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā bhājīyati.
“Surely some fresh and cooked foods will be distributed there.
—
Yannūnāhaṁ yena so mahājanakāyo tenupasaṅkameyyaṁ.
Why don’t I approach the crowd?
—
Appeva nāmettha kiñci khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā labheyyan”ti.
Hopefully I’ll get something to eat.”
—
Atha kho suppabuddho kuṭṭhī yena so mahājanakāyo tenupasaṅkami.
So he approached the crowd
อ้างอิงพุทธชยันตี 24.224
—
Addasā kho suppabuddho kuṭṭhī bhagavantaṁ mahatiyā parisāya parivutaṁ dhammaṁ desentaṁ nisinnaṁ.
where he saw the Buddha teaching Dhamma, surrounded by a large assembly.