สิยา อญฺเญนปิ ปริยาเยน ฯเปฯ✎ ร่าง
‘Siyā aññenapi …pe…
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
“‘Could there be another way?’ …
กถญฺจ สิยา✎ ร่าง
kathañca siyā?
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
And how could there be?
ยงฺกิญฺจิ
ทุกฺขํ สมฺโภติ สพฺพํ ตณฺหาปจฺจยาติ อยเมกานุปสฺสนา✎ ร่าง
Yaṁ kiñci dukkhaṁ sambhoti sabbaṁ taṇhāpaccayāti, ayamekānupassanā.
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
‘All the suffering that originates is caused by craving’: this is one contemplation.
ตณฺหาย
เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา นตฺถิ ทุกฺขสฺส สมฺภโวติ อยํ ทุติยานุปสฺสนา✎ ร่าง
Taṇhāya tveva asesavirāganirodhā natthi dukkhassa sambhavoti, ayaṁ dutiyānupassanā.
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
‘When craving has faded away and ceased with no residue left behind, there is no origination of suffering’: this is the second contemplation.
เอวํ สมฺมาทฺวยตานุปสฺสิโน ฯเปฯ✎ ร่าง
Evaṁ sammā …pe…
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
When a mendicant meditates in this way they can expect enlightenment or non-return.”
อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา✎ ร่าง
athāparaṁ etadavoca satthā:
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
Then the Teacher went on to say:
ตณฺหาทุติโย ปุริโส✎ ร่าง
“Taṇhādutiyo puriso,
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
“Craving is a person’s partner
อ้างอิงสยามรัฐ 25.478 · พุทธชยันตี 25.232
ทีฆมทฺธาน สํสรํ✎ ร่าง
Dīghamaddhāna saṁsaraṁ;
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
as they transmigrate on this long journey.
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ✎ ร่าง
Itthabhāvaññathābhāvaṁ,
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
They go from this state to another,
สํสารํ นาติวตฺตติ ฯ✎ ร่าง
Saṁsāraṁ nātivattati.
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
but don’t escape transmigration.
เอตมาทีนวํ ญตฺวา✎ ร่าง
Etamādīnavaṁ ñatvā,
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
Knowing this danger,
ตณฺหา ๑- ทุกฺขสฺส สมฺภวํ✎ ร่าง
Taṇhaṁ dukkhassa sambhavaṁ;
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
that craving is the cause of suffering—
วีตตโณฺห อนาทาโน✎ ร่าง
Vītataṇho anādāno,
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
rid of craving, free of grasping,
สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ ฯ✎ ร่าง
Sato bhikkhu paribbajeti.
ภิกษุรู้โทษนี้ว่า ตัณหาเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นผู้ มีตัณหาปราศจากไปแล้ว ไม่ถือมั่น มีสติ พึงเว้นรอบ ฯ🤖 AI จับคู่
a mendicant would wander mindful.”