เนื้อความทั้งข้อ
[๘๐] ก็สมัยนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงพระประสงค์จะถวาย
บิณฑบาตแก่ท่านพระมหากัสสปะ จึงทรงนิรมิตเพศเป็นนายช่างหูกทอหูกอยู่
นางอสุรกัญญาชื่อว่าสุชาดากรอด้ายหลอดอยู่ ครั้งนั้นแล ท่านพระมหากัสสปะเที่ยว
ไปบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ตามลำดับตรอก เข้าไปถึงนิเวศน์ของท้าวสักกะ-
*จอมเทพ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงเห็นท่านพระมหากัสสปะมาแต่ไกล ครั้นแล้ว
เสด็จออกจากเรือนทรงต้อนรับ ทรงรับบาตรจากมือ เสด็จเข้าไปสู่เรือน ทรงคด
ข้าวออกจากหม้อใส่เต็มบาตร แล้วทรงถวายแด่ท่านพระมหากัสสปะ บิณฑบาตนั้น
มีสูปะและพยัญชนะเป็นอันมาก ครั้งนั้นแล ท่านพระมหากัสสปะคิดว่า สัตว์นี้
เป็นใครหนอแล มีอิทธานุภาพเห็นปานนี้ ครั้งนั้นแล ท่านพระมหากัสสปะ
มีความคิดว่าท้าวสักกะจอมเทพหรือหนอแล ท่านพระมหากัสสปะทราบดังนี้แล้ว
ได้กล่าวกะท้าวสักกะจอมเทพว่า ดูกรท้าวโกสีย์ มหาบพิตรทำกรรมนี้แล้วแล
มหาบพิตรอย่าได้ทำกรรมเห็นปานนี้แม้อีก ท้าวสักกะจอมเทพตรัสว่า ข้าแต่ท่าน
พระมหากัสสปะผู้เจริญ แม้ข้าพเจ้าก็ต้องการบุญ แม้ข้าพเจ้าก็พึงทำเพราะบุญ
ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพทรงอภิวาทท่านพระมหากัสสปะ ทรงทำประทักษิณ
แล้ว เหาะขึ้นสู่เวหาส เปล่งอุทาน ๓ ครั้งในอากาศว่า
โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่ง เราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป
โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่ง เราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป
โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่งเราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป ฯ
เตน โข ปน สมเยน สกฺโก เทวานมินฺโท อายสฺมโต
มหากสฺสปสฺส ปิณฺฑปาตํ ทาตุกาโม โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sakko devānamindo āyasmato mahākassapassa piṇḍapātaṁ dātukāmo hoti.
Now at that time Sakka, lord of gods, wished to give alms to Mahākassapa.
อ้างอิงPTS 30 · สยามรัฐ 25.116
เปสการกวณฺณํ ๑-
อภินิมฺมินิตฺวา ตนฺตํ วินาติ ฯ สุชาตา ๒- อสุรกญฺญา ตสรํ ๓- ปูเรติ ฯ✎ ร่าง
Pesakāravaṇṇaṁ abhinimminitvā tantaṁ vināti. Sujā asurakaññā tasaraṁ pūreti.
Having manifested in the appearance of an embroiderer, he worked the loom while the titan maiden Sujā fed the shuttle.
อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป ราชคเห สปทานํ ปิณฺฑาย
จรมาโน เยน สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā mahākassapo rājagahe sapadānaṁ piṇḍāya caramāno yena sakkassa devānamindassa nivesanaṁ tenupasaṅkami.
Then, as Mahākassapa wandered indiscriminately for almsfood in Rājagaha, he approached Sakka’s house.
อทฺทสา โข สกฺโก เทวานมินฺโท อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปํ ทูรโตว
อาคจฺฉนฺตํ✎ ร่าง
Addasā kho sakko devānamindo āyasmantaṁ mahākassapaṁ dūratova āgacchantaṁ.
Seeing Mahākassapa coming off in the distance,
ทิสฺวาน ฆรา นิกฺขมิตฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา หตฺถโต
ปตฺตํ คเหตฺวา ฆรํ ปวิสิตฺวา ฆฏิยา โอทนํ อุทฺธริตฺวา ปตฺตํ
ปูเรตฺวา อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส อทาสิ ๔- ฯ✎ ร่าง
Disvāna gharā nikkhamitvā paccuggantvā hatthato pattaṁ gahetvā gharaṁ pavisitvā ghaṭiyā odanaṁ uddharitvā pattaṁ pūretvā āyasmato mahākassapassa adāsi.
Sakka came out of his house, greeted him, and took the bowl from his hand. He re-entered the house and filled the bowl with rice from the pot.
โส อโหสิ
ปิณฺฑปาโต อเนกสูโป อเนกพฺยญฺชโน✎ ร่าง
So ahosi piṇḍapāto anekasūpo anekabyañjano anekarasabyañjano.
That almsfood had many tasty soups and sauces.