‹ กลับ
ติลทักขิณวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 10 · ขุ.วิ. ๒๖/๒๔๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรืองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้ เพราะบุญ อะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอัน เป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกร นางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญ อะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยัง เป็นอยู่ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกาย ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ในชาติก่อน ครั้งดิฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ- จากกิเลสธุลี มีน้ำพระหฤทัยใสสะอาดยิ่ง ดิฉันมีความเลื่อมใสขึ้น อันมิได้ตั้งไว้เดิม ได้ถวายเมล็ดงาเป็นทาน แก่พระพุทธเจ้าผู้พระทัก- ขิไณยบุคคลด้วยมือตนเอง ด้วยการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมี ผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง โภคทรัพย์ ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้เมล็ด งาเป็นทานนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญ คือ ถวายเมล็ดงาเป็นทานอันใดไว้ เพราะการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ. [๑๐] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรืองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้ เพราะบุญ อะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอัน เป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกร นางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญ อะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยัง เป็นอยู่ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกาย ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ในชาติก่อน ครั้งดิฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ- จากกิเลสธุลี มีน้ำพระหฤทัยใสสะอาดยิ่ง ดิฉันมีความเลื่อมใสขึ้น อันมิได้ตั้งไว้เดิม ได้ถวายเมล็ดงาเป็นทาน แก่พระพุทธเจ้าผู้พระทัก- ขิไณยบุคคลด้วยมือตนเอง ด้วยการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมี ผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง โภคทรัพย์ ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้เมล็ด งาเป็นทานนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญ คือ ถวายเมล็ดงาเป็นทานอันใดไว้ เพราะการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ. [๑๐] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรืองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้ เพราะบุญ อะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอัน เป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกร นางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญ อะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยัง เป็นอยู่ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกาย ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ในชาติก่อน ครั้งดิฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ- จากกิเลสธุลี มีน้ำพระหฤทัยใสสะอาดยิ่ง ดิฉันมีความเลื่อมใสขึ้น อันมิได้ตั้งไว้เดิม ได้ถวายเมล็ดงาเป็นทาน แก่พระพุทธเจ้าผู้พระทัก- ขิไณยบุคคลด้วยมือตนเอง ด้วยการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมี ผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง โภคทรัพย์ ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้เมล็ด งาเป็นทานนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญ คือ ถวายเมล็ดงาเป็นทานอันใดไว้ เพราะการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
vv10:0.4 #
10. Tiladakkhiṇavimānavatthu
vv10:1.1 #
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน✎ ร่าง
“Abhikkantena vaṇṇena,
vv10:1.2 #
ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต✎ ร่าง
yā tvaṁ tiṭṭhasi devate;
vv10:1.3 #
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา✎ ร่าง
Obhāsentī disā sabbā,
vv10:1.4 #
โอสธี วิย ตารกา✎ ร่าง
osadhī viya tārakā.
vv10:2.1 #
เกน เตตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Kena tetādiso vaṇṇo,
vv10:2.2 #
เกน เต อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
kena te idha mijjhati;
vv10:2.3 #
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca te bhogā,
vv10:2.4 #
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
vv10:3.1 #
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว✎ ร่าง
Pucchāmi taṁ devi mahānubhāve,
vv10:3.2 #
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā kimakāsi puññaṁ;
vv10:3.3 #
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Kenāsi evaṁ jalitānubhāvā,
vv10:3.4 #
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca te sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv10:4.1 #
สา เทวตา อตฺตมนา✎ ร่าง
Sā devatā attamanā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.15
vv10:4.2 #
โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา✎ ร่าง
moggallānena pucchitā;
vv10:4.3 #
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ✎ ร่าง
Pañhaṁ puṭṭhā viyākāsi,
vv10:4.4 #
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ✎ ร่าง
yassa kammassidaṁ phalaṁ.
vv10:5.1 #
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา✎ ร่าง
“Ahaṁ manussesu manussabhūtā,
vv10:5.2 #
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก✎ ร่าง
Purimāya jātiyā manussaloke.
vv10:6.1 #
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ✎ ร่าง
Addasaṁ virajaṁ buddhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.20
vv10:6.2 #
วิปฺปสนฺนมนาวิลํ✎ ร่าง
vippasannamanāvilaṁ;
vv10:6.3 #
อาสชฺช ทานํ อทาสึ✎ ร่าง
Āsajja dānaṁ adāsiṁ,
vv10:6.4 #
อกามา ติลทกฺขิณํ✎ ร่าง
akāmā tiladakkhiṇaṁ;
vv10:6.5 #
ทกฺขิเณยฺยสฺส พุทฺธสฺส✎ ร่าง
Dakkhiṇeyyassa buddhassa,
vv10:6.6 #
ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ✎ ร่าง
pasannā sehi pāṇibhi.
vv10:7.1 #
เตน เมตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Tena metādiso vaṇṇo,
vv10:7.2 #
เตน เม อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
tena me idha mijjhati;
vv10:7.3 #
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca me bhogā,
vv10:7.4 #
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
vv10:8.1 #
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว✎ ร่าง
Akkhāmi te bhikkhu mahānubhāva,
vv10:8.2 #
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā yamakāsi puññaṁ;
vv10:8.3 #
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Tenamhi evaṁ jalitānubhāvā,
vv10:8.4 #
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca me sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv10:9.1 #
ติลทกฺขิณวิมานํ ทสมํ ฯ✎ ร่าง
Tiladakkhiṇavimānaṁ dasamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน