‹ กลับ
ปติพพตาวิมาน ที่ ๑
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 11 · ขุ.วิ. ๒๖/๒๗๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้วิมานอันมีนกกระเรียน นกยูงทอง นกดุเหว่าดำ และนกดุเหว่าขาว ซึ่งมีทิพยานุภาพเที่ยวส่งเสียง อย่างไพเราะอยู่รอบด้าน ในวิมานนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้หอมชื่นใจ วิจิตร ไปด้วยนานาประการ แวดล้อมไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา อนึ่ง หมู่ นางเทพอัปสรเหล่านี้มีฤทธิ์ นิรมิตรูปร่างขึ้นแปลกๆ กันเป็นอันมาก ฟ้อนรำขับร้องอยู่รอบข้าง ให้ท่านมีความร่าเริงอยู่ ดูกรนางเทพธิดาผู้มี อานุภาพอันยิ่งใหญ่ ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ จึงบรรลุ ความสำเร็จ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่าง ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้ พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นผู้มีสัจจะมั่นในสามี ไม่ ประพฤตินอกใจ มีความจงรักต่อสามี เหมือนกับมารดารักบุตร แม้ดิฉัน จะโกรธเคืองก็ไม่กล่าวถ้อยคำอันหยาบคาย ละทิ้งการพูดเท็จเสีย ดำรง มั่นอยู่ในความสัตย์ ยินดีในการให้ทาน ตามปกติชอบสงเคราะห์ผู้อื่น เช่นกับสงเคราะห์ตน มีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเป็นทาน โดยความเคารพ ด้วยความเป็นผู้ถือสัจจะมั่น เหตุนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณ ถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอัน เป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างบังเกิดแก่ดิฉัน ก็เพราะความเป็นผู้ถือ สัจจะมั่นในสามีเป็นเหตุนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอ บอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ. [๑๑] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้วิมานอันมีนกกระเรียน นกยูงทอง นกดุเหว่าดำ และนกดุเหว่าขาว ซึ่งมีทิพยานุภาพเที่ยวส่งเสียง อย่างไพเราะอยู่รอบด้าน ในวิมานนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้หอมชื่นใจ วิจิตร ไปด้วยนานาประการ แวดล้อมไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา อนึ่ง หมู่ นางเทพอัปสรเหล่านี้มีฤทธิ์ นิรมิตรูปร่างขึ้นแปลกๆ กันเป็นอันมาก ฟ้อนรำขับร้องอยู่รอบข้าง ให้ท่านมีความร่าเริงอยู่ ดูกรนางเทพธิดาผู้มี อานุภาพอันยิ่งใหญ่ ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ จึงบรรลุ ความสำเร็จ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่าง ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้ พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นผู้มีสัจจะมั่นในสามี ไม่ ประพฤตินอกใจ มีความจงรักต่อสามี เหมือนกับมารดารักบุตร แม้ดิฉัน จะโกรธเคืองก็ไม่กล่าวถ้อยคำอันหยาบคาย ละทิ้งการพูดเท็จเสีย ดำรง มั่นอยู่ในความสัตย์ ยินดีในการให้ทาน ตามปกติชอบสงเคราะห์ผู้อื่น เช่นกับสงเคราะห์ตน มีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเป็นทาน โดยความเคารพ ด้วยความเป็นผู้ถือสัจจะมั่น เหตุนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณ ถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอัน เป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างบังเกิดแก่ดิฉัน ก็เพราะความเป็นผู้ถือ สัจจะมั่นในสามีเป็นเหตุนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอ บอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ. [๑๑] พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้วิมานอันมีนกกระเรียน นกยูงทอง นกดุเหว่าดำ และนกดุเหว่าขาว ซึ่งมีทิพยานุภาพเที่ยวส่งเสียง อย่างไพเราะอยู่รอบด้าน ในวิมานนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้หอมชื่นใจ วิจิตร ไปด้วยนานาประการ แวดล้อมไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา อนึ่ง หมู่ นางเทพอัปสรเหล่านี้มีฤทธิ์ นิรมิตรูปร่างขึ้นแปลกๆ กันเป็นอันมาก ฟ้อนรำขับร้องอยู่รอบข้าง ให้ท่านมีความร่าเริงอยู่ ดูกรนางเทพธิดาผู้มี อานุภาพอันยิ่งใหญ่ ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ จึงบรรลุ ความสำเร็จ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่าง ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้ พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นผู้มีสัจจะมั่นในสามี ไม่ ประพฤตินอกใจ มีความจงรักต่อสามี เหมือนกับมารดารักบุตร แม้ดิฉัน จะโกรธเคืองก็ไม่กล่าวถ้อยคำอันหยาบคาย ละทิ้งการพูดเท็จเสีย ดำรง มั่นอยู่ในความสัตย์ ยินดีในการให้ทาน ตามปกติชอบสงเคราะห์ผู้อื่น เช่นกับสงเคราะห์ตน มีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเป็นทาน โดยความเคารพ ด้วยความเป็นผู้ถือสัจจะมั่น เหตุนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณ ถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอัน เป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างบังเกิดแก่ดิฉัน ก็เพราะความเป็นผู้ถือ สัจจะมั่นในสามีเป็นเหตุนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอ บอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ.
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
vv11:0.4 #
11. Paṭhamapatibbatāvimānavatthu
vv11:1.1 #
โกญฺจา มยุรา ทิวิยา จ หํสา✎ ร่าง
“Koñcā mayūrā diviyā ca haṁsā,
vv11:1.2 #
วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ✎ ร่าง
Vaggussarā kokilā sampatanti;
vv11:1.3 #
ปุปฺผาภิกิณฺณํ รมฺมมิทํ วิมานํ✎ ร่าง
Pupphābhikiṇṇaṁ rammamidaṁ vimānaṁ,
vv11:1.4 #
อเนกจิตฺตํ นรนาริเสวิตํ✎ ร่าง
Anekacittaṁ naranārisevitaṁ.
vv11:2.1 #
ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว✎ ร่าง
Tatthacchasi devi mahānubhāve,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.16 · ฉัฏฐสังคายนา 56.10
vv11:2.2 #
อิทฺธี วิกุพฺพนฺติ อเนกรูปา✎ ร่าง
Iddhī vikubbanti anekarūpā;
vv11:2.3 #
อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต✎ ร่าง
Imā ca te accharāyo samantato,
vv11:2.4 #
นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ✎ ร่าง
Naccanti gāyanti pamodayanti ca.
vv11:3.1 #
เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว✎ ร่าง
Deviddhipattāsi mahānubhāve,
vv11:3.2 #
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā kimakāsi puññaṁ;
vv11:3.3 #
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Kenāsi evaṁ jalitānubhāvā,
vv11:3.4 #
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca te sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv11:4.1 #
สา เทวตา อตฺตมนา✎ ร่าง
Sā devatā attamanā,
vv11:4.2 #
โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา✎ ร่าง
moggallānena pucchitā;
vv11:4.3 #
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ✎ ร่าง
Pañhaṁ puṭṭhā viyākāsi,
vv11:4.4 #
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ✎ ร่าง
yassa kammassidaṁ phalaṁ.
vv11:5.1 #
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา✎ ร่าง
“Ahaṁ manussesu manussabhūtā,
vv11:5.2 #
ปติพฺพตา อนญฺญมนา อโหสึ✎ ร่าง
Patibbatānaññamanā ahosiṁ;
vv11:5.3 #
มาตาว ปุตฺตํ อนุรกฺขมานา✎ ร่าง
Mātāva puttaṁ anurakkhamānā,
vv11:5.4 #
กุทฺธาปิหํ นปฺผรุสํ อโวจํ✎ ร่าง
Kuddhāpihaṁ nappharusaṁ avocaṁ.
vv11:6.1 #
สจฺเจ ฐิตา โมสวชฺชํ ปหาย✎ ร่าง
Sacce ṭhitā mosavajjaṁ pahāya,
vv11:6.2 #
ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา✎ ร่าง
Dāne ratā saṅgahitattabhāvā;
vv11:6.3 #
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา✎ ร่าง
Annañca pānañca pasannacittā,
vv11:6.4 #
สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ✎ ร่าง
Sakkacca dānaṁ vipulaṁ adāsiṁ.
vv11:7.1 #
เตน เมตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Tena metādiso vaṇṇo,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.22
vv11:7.2 #
เตน เม อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
tena me idha mijjhati;
vv11:7.3 #
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca me bhogā,
vv11:7.4 #
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
vv11:8.1 #
อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว✎ ร่าง
Akkhāmi te bhikkhu mahānubhāva,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.17
vv11:8.2 #
มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā yamakāsi puññaṁ;
vv11:8.3 #
เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Tenamhi evaṁ jalitānubhāvā,
vv11:8.4 #
วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca me sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv11:9.1 #
ปติพฺพตาวิมานํ เอกาทสมํ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamapatibbatāvimānaṁ ekādasamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน