‹ กลับ
เปสการิยวิมาน
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 17 · ขุ.วิ. ๒๖/๔๗๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๗] นางเปสการีเทพธิดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถา กึ่งคาถาความว่า วิมาน หลังนี้เป็นวิมานงามรุ่งเรือง มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานหลังนี้เกิดเพราะผล กรรมของเรา นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ ซึ่งเกิดประจำในวิมาน ก็เพราะกรรมของเรา สมเด็จอัมรินทราธิราช มีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาสองคาถากึ่งความว่า ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยบริวาร มีรัศมีกายแผ่ซ่านกว่าเทพเจ้าที่เกิด ก่อน พระจันทร์มีรัศมีสุกสะกาวยิ่งกว่าหมู่ดาวนักขัตฤกษ์ ฉันใด ท่าน ก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสรทั้งหมด โดยเชิงบริวาร ฉันนั้นเหมือน กัน แน่ะนางงามผู้มีพักตร์ควรพิศ ท่านมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพ ของเรานี้ เทพเจ้าชาวไตรทศรวมหมดทั้งพระอินทร์ พระพรหม ดูเหมือน จะไม่รู้สึกอิ่มในการดูท่าน? นางเทพธิดา อันสมเด็จอัมรินทราธิราชมีเทวโองการตรัสถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศ เนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาสองคาถาความว่า ขอเดชะ พระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉันถึงตระกูลเดิม ของหม่อมฉันว่า ท่านจุติมาจากภพไหนจึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อม ฉันได้จุติมาจากกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะ ที่อยู่ในนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดานายช่างหูก ผู้มีใจเลื่อมใสใน พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดย ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทอันได้สมาทานแล้ว ไม่ด่างพร้อย ได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรม ของสัมมาสัม- พุทธเจ้า เป็นผู้มีพระอนามัยดี. สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติ ของนางเทพธิดานั้น จึงตรัสคาถาถึ่งความว่า เราขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี ท่านเป็นผู้รุ่งเรือง ด้วยยศ มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อย่าง ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย เป็นผู้ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างบริบูรณ์ เป็นได้ สำเร็จอริยผล เป็นคนหมดโรค ควรที่จะได้ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าแน่นอน. ๑. ปิฐวิมานที่ ๑ ๒. ปิฐวิมานที่ ๒ ๓. ปิฐวิมานที่ ๓ ๔. ปิฐวิมานที่ ๔ ๕. กุญชรวิมาน ๖. นาวาวิมานที่ ๑ ๗. นาวาวิมานที่ ๒ ๘. นาวาวิมานที่ ๓ ๙. ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน ๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒ ๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒ ๑๕. อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน ๑๗. เปสการิยวิมาน. [๑๗] นางเปสการีเทพธิดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถา กึ่งคาถาความว่า วิมาน หลังนี้เป็นวิมานงามรุ่งเรือง มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานหลังนี้เกิดเพราะผล กรรมของเรา นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ ซึ่งเกิดประจำในวิมาน ก็เพราะกรรมของเรา สมเด็จอัมรินทราธิราช มีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาสองคาถากึ่งความว่า ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยบริวาร มีรัศมีกายแผ่ซ่านกว่าเทพเจ้าที่เกิด ก่อน พระจันทร์มีรัศมีสุกสะกาวยิ่งกว่าหมู่ดาวนักขัตฤกษ์ ฉันใด ท่าน ก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสรทั้งหมด โดยเชิงบริวาร ฉันนั้นเหมือน กัน แน่ะนางงามผู้มีพักตร์ควรพิศ ท่านมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพ ของเรานี้ เทพเจ้าชาวไตรทศรวมหมดทั้งพระอินทร์ พระพรหม ดูเหมือน จะไม่รู้สึกอิ่มในการดูท่าน? นางเทพธิดา อันสมเด็จอัมรินทราธิราชมีเทวโองการตรัสถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศ เนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาสองคาถาความว่า ขอเดชะ พระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉันถึงตระกูลเดิม ของหม่อมฉันว่า ท่านจุติมาจากภพไหนจึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อม ฉันได้จุติมาจากกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะ ที่อยู่ในนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดานายช่างหูก ผู้มีใจเลื่อมใสใน พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดย ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทอันได้สมาทานแล้ว ไม่ด่างพร้อย ได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรม ของสัมมาสัม- พุทธเจ้า เป็นผู้มีพระอนามัยดี. สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติ ของนางเทพธิดานั้น จึงตรัสคาถาถึ่งความว่า เราขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี ท่านเป็นผู้รุ่งเรือง ด้วยยศ มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อย่าง ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย เป็นผู้ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างบริบูรณ์ เป็นได้ สำเร็จอริยผล เป็นคนหมดโรค ควรที่จะได้ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าแน่นอน. ๑. ปิฐวิมานที่ ๑ ๒. ปิฐวิมานที่ ๒ ๓. ปิฐวิมานที่ ๓ ๔. ปิฐวิมานที่ ๔ ๕. กุญชรวิมาน ๖. นาวาวิมานที่ ๑ ๗. นาวาวิมานที่ ๒ ๘. นาวาวิมานที่ ๓ ๙. ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน ๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒ ๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒ ๑๕. อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน ๑๗. เปสการิยวิมาน. [๑๗] นางเปสการีเทพธิดาชมวิมานของตนเองด้วยคาถา กึ่งคาถาความว่า วิมาน หลังนี้เป็นวิมานงามรุ่งเรือง มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใหญ่โต สะอาดสะอ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้ทองคำ วิมานหลังนี้เกิดเพราะผล กรรมของเรา นางเทพอัปสรตั้งแสนเหล่านี้ ซึ่งเกิดประจำในวิมาน ก็เพราะกรรมของเรา สมเด็จอัมรินทราธิราช มีเทวโองการตรัสถามด้วยคาถาสองคาถากึ่งความว่า ท่านเป็นผู้เพรียบพร้อมไปด้วยบริวาร มีรัศมีกายแผ่ซ่านกว่าเทพเจ้าที่เกิด ก่อน พระจันทร์มีรัศมีสุกสะกาวยิ่งกว่าหมู่ดาวนักขัตฤกษ์ ฉันใด ท่าน ก็รุ่งเรืองสุกใสกว่านางเทพอัปสรทั้งหมด โดยเชิงบริวาร ฉันนั้นเหมือน กัน แน่ะนางงามผู้มีพักตร์ควรพิศ ท่านมาจากภพไหน จึงได้มาเกิดที่ภพ ของเรานี้ เทพเจ้าชาวไตรทศรวมหมดทั้งพระอินทร์ พระพรหม ดูเหมือน จะไม่รู้สึกอิ่มในการดูท่าน? นางเทพธิดา อันสมเด็จอัมรินทราธิราชมีเทวโองการตรัสถามอย่างนั้น เมื่อจะประกาศ เนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาสองคาถาความว่า ขอเดชะ พระองค์ผู้องอาจ พระองค์ตรัสถามหม่อมฉันถึงตระกูลเดิม ของหม่อมฉันว่า ท่านจุติมาจากภพไหนจึงได้มาเกิดที่ภพของเรานี้ หม่อม ฉันได้จุติมาจากกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นบุรีของแคว้นกาสี เมื่อก่อนขณะ ที่อยู่ในนครนั้น หม่อมฉันเป็นธิดานายช่างหูก ผู้มีใจเลื่อมใสใน พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งหม่อมฉันได้ถึงแล้วโดย ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย มีสิกขาบทอันได้สมาทานแล้ว ไม่ด่างพร้อย ได้สำเร็จอริยผล เป็นผู้แน่นอนในทางที่จะตรัสรู้ซึ่งธรรม ของสัมมาสัม- พุทธเจ้า เป็นผู้มีพระอนามัยดี. สมเด็จอัมรินทราธิราช เมื่อจะทรงอนุโมทนาบุญสมบัติ ของนางเทพธิดานั้น จึงตรัสคาถาถึ่งความว่า เราขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้มาในที่นี้ได้โดยสวัสดี ท่านเป็นผู้รุ่งเรือง ด้วยยศ มีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อย่าง ใกล้ชิด ไม่มีความสงสัย เป็นผู้ตั้งอยู่ในสิกขาบทอย่างบริบูรณ์ เป็นได้ สำเร็จอริยผล เป็นคนหมดโรค ควรที่จะได้ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมา- สัมพุทธเจ้าแน่นอน. ๑. ปิฐวิมานที่ ๑ ๒. ปิฐวิมานที่ ๒ ๓. ปิฐวิมานที่ ๓ ๔. ปิฐวิมานที่ ๔ ๕. กุญชรวิมาน ๖. นาวาวิมานที่ ๑ ๗. นาวาวิมานที่ ๒ ๘. นาวาวิมานที่ ๓ ๙. ปทีปวิมาน ๑๐. ติลทักขิณาวิมาน ๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ๑๒. ปติพพตาวิมานที่ ๒ ๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ๑๔. สุณิสาวิมานที่ ๒ ๑๕. อุตตราวิมาน ๑๖. สิริมาวิมาน ๑๗. เปสการิยวิมาน.
เทียบรายประโยค (43 ประโยค)
vv17:0.4 #
17. Kesakārīvimānavatthu
vv17:1.1 #
อิทํ วิมานํ รุจิรํ ปภสฺสรํ✎ ร่าง
“Idaṁ vimānaṁ ruciraṁ pabhassaraṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.25 · ฉัฏฐสังคายนา 56.15
vv17:1.2 #
เวฬุริยตฺถมฺภํ สตตํ สุนิมฺมลํ✎ ร่าง
Veḷuriyathambhaṁ satataṁ sunimmitaṁ;
vv17:1.3 #
สุวณฺณรุกฺเขหิ สมนฺตโมตฺถตํ✎ ร่าง
Suvaṇṇarukkhehi samantamotthataṁ,
vv17:1.4 #
ฐานํ มมํ กมฺมวิปากสมฺภวํ✎ ร่าง
Ṭhānaṁ mamaṁ kammavipākasambhavaṁ.
vv17:2.1 #
ตตฺรูปปนฺนา ปุริมจฺฉรา อิมา✎ ร่าง
Tatrūpapannā purimaccharā imā,
vv17:2.2 #
สตํ สหสฺสานิ สเกน กมฺมุนา✎ ร่าง
Sataṁ sahassāni sakena kammunā;
vv17:2.3 #
ตุวํสิ อชฺฌูปคตา ยสสฺสินี✎ ร่าง
Tuvaṁsi ajjhupagatā yasassinī,
vv17:2.4 #
โอภาสยํ ติฏฺฐสิ ปุพฺพเทวตา✎ ร่าง
Obhāsayaṁ tiṭṭhasi pubbadevatā.
vv17:3.1 #
สสี อธิคฺคยฺห ยถา วิโรจติ✎ ร่าง
Sasī adhiggayha yathā virocati,
vv17:3.2 #
นกฺขตฺตราชาริว ตารกาคณํ✎ ร่าง
Nakkhattarājāriva tārakāgaṇaṁ;
vv17:3.3 #
ตเถว ตฺวํ อจฺฉราสงฺคณํ อิมํ✎ ร่าง
Tatheva tvaṁ accharāsaṅgaṇaṁ imaṁ,
vv17:3.4 #
ททฺทลฺลมานา ยสสา วิโรจสิ✎ ร่าง
Daddallamānā yasasā virocasi.
vv17:4.1 #
กุโต นุ อาคมฺม อโนมทสฺสเน✎ ร่าง
Kuto nu āgamma anomadassane,
vv17:4.2 #
อุปปนฺนา ตฺวํ ภวนํ มมํ อิทํ✎ ร่าง
Upapannā tvaṁ bhavanaṁ mamaṁ idaṁ;
vv17:4.3 #
พฺรหฺมํว เทวา ติทสา สหินฺทกา✎ ร่าง
Brahmaṁva devā tidasā sahindakā,
vv17:4.4 #
สพฺเพ น ตปฺปามเส ทสฺสเนน ตนฺติ ฯ✎ ร่าง
Sabbe na tappāmase dassanena tan”ti.
vv17:5.1 #
ยเมตํ สกฺก อนุปุจฺฉเส มมํ✎ ร่าง
“Yametaṁ sakka anupucchase mamaṁ,
vv17:5.2 #
กุโต จุตา อิธ อาคตา ตุวํ✎ ร่าง
‘Kuto cutā tvaṁ idha āgatā’ti;
vv17:5.3 #
พาราณสี นาม ปุรตฺถิ กาสินํ✎ ร่าง
Bārāṇasī nāma puratthi kāsinaṁ,
vv17:5.4 #
ตตฺถ ปุเร อโหสึ เปสการิกา✎ ร่าง
Tattha ahosiṁ pure kesakārikā.
vv17:6.1 #
พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานสา✎ ร่าง
Buddhe ca dhamme ca pasannamānasā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.26
vv17:6.2 #
สงฺเฆ จ เอกนฺตคตา อสํสยา✎ ร่าง
Saṅghe ca ekantagatā asaṁsayā;
vv17:6.3 #
อขณฺฑสิกฺขาปทา อาคตปฺผลา✎ ร่าง
Akhaṇḍasikkhāpadā āgatapphalā,
vv17:6.4 #
สมฺโพธิธมฺเม นิยตา อนามยาติ✎ ร่าง
Sambodhidhamme niyatā anāmayā”ti.
vv17:7.1 #
ตนฺตฺยาภินนฺทามเส สฺวาคตญฺจ เต✎ ร่าง
“Tantyābhinandāmase svāgatañca te,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.34
vv17:7.2 #
ธมฺเมน จ ตฺวํ ยสสา วิโรจสิ✎ ร่าง
Dhammena ca tvaṁ yasasā virocasi;
vv17:7.3 #
พุทฺเธ จ ธมฺเม จ ปสนฺนมานเส✎ ร่าง
Buddhe ca dhamme ca pasannamānase,
vv17:7.4 #
สงฺเฆ จ เอกนฺตคเต อสํสเย✎ ร่าง
Saṅghe ca ekantagate asaṁsaye;
vv17:7.5 #
อขณฺฑสิกฺขาปเท อาคตปฺผเล✎ ร่าง
Akhaṇḍasikkhāpade āgatapphale,
vv17:7.6 #
สมฺโพธิธมฺเม นิยเต อนามเยติ ฯ✎ ร่าง
Sambodhidhamme niyate anāmaye”ti.
vv17:8.1 #
เปสการิยวิมานํ สตฺตรสมํ ฯ อ✎ ร่าง
Kesakārīvimānaṁ sattarasamaṁ.
vv17:9.1 #
ุทฺทานํ✎ ร่าง
Tassuddānaṁ
vv17:10.1 #
ปญฺจ ปีฐา ตโย นาวา ป✎ ร่าง
Pañca pīṭhā tayo nāvā,
vv17:10.2 #
ทีปา ติลทกฺขิณา เทฺว✎ ร่าง
dīpatiladakkhiṇā dve;
vv17:10.3 #
ปตี เทฺว สุณิสา อุตฺตรา✎ ร่าง
Pati dve suṇisā uttarā,
vv17:10.4 #
สิริมา เปสการิกา✎ ร่าง
sirimā kesakārikā;
vv17:10.5 #
วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaggo tena pavuccatīti.
vv17:11.1 #
อิตฺถีวิมาเน วคฺโค ปฐโ✎ ร่าง
Itthivimāne paṭhamo vaggo.
vv18:0.1 #
ม ฯ ทุ✎ ร่าง
Vimānavatthu
vv18:0.2 #
ติโย✎ ร่าง
Itthivimāna
vv18:0.3 #
จิตฺตลตาวคฺโค✎ ร่าง
Cittalatāvagga
vv18:0.4 #
1. Dāsivimānavatthu
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน