เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘] ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า
ท่านผู้แวดล้อมด้วยหมู่นางเทพนารี เที่ยวชมไปโดยรอบในสวนจิตตลดา-
วันอันน่ารื่นรมย์ ประดุจท้าวสักกเทวาธิราช ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว
เหมือนดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไร อิฐผล
ย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร ประการหนึ่ง โภคสมบัติ
ต่างๆ อันเป็นเครื่องปลื้มใจ ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกร
นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็น
มนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านเป็นผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองเช่นนี้ และมี
รัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เพราะบุญกรรมอะไร?
นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลื้มใจ จึง
ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ครั้งเมื่อดิฉันเกิดเป็น
มนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นทาสีหญิงรับใช้ในตระกูลแห่งชนอื่น
ดิฉันนั้นเป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดม ผู้มีพระจักษุและพระเกียรติยศ
เมื่อดิฉันรักษาศีล ทำมนสิการในกรรมฐานอยู่ ๑๖ ปี กรรมฐานกล่าวคือ
โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการได้สำเร็จแก่ดิฉัน ด้วยอานุภาพแห่งการ
มนสิการนั้น การออกไปจากกิเลสได้เกิดมีแก่ดิฉัน ในศาสนาของพระ
สมณโคดมผู้ทรงพระคุณคงที่ เพราะมีมนสิการมั่นอยู่ในจิตว่า แม้ถึง
ร่างกายนี้จะแตกทำลายไปก็ตามที การที่จะหยุดความเพียรในการเจริญ
กรรมฐานนี้ เป็นอันไม่มีเป็นอันขาด ขอท่านจงดูผลแห่งความเพียร
เป็นเหตุก้าวไปสู่คุณเบื้องหน้า กล่าวคือความสวัสดี ความเกษม
ความปราศจากเสี้ยนหนามคือกิเลส สภาวะที่หาเครื่องยึดเหนี่ยวมิได้
ความซื่อตรง และองค์อริยมรรค ที่สัตบุรุษทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้า
เป็นต้นประกาศแล้ว อันเป็นอุปนิสัยสืบเนื่องมาจากการรักษาสิกขาบท ๕
ประการของดิฉันนั้น อันเป็นเหตุให้บรรลุซึ่งผลอันนี้ ดิฉันเป็นที่โปรด
ปรานและคุ้นเคยกับท้าวสักกเทวราช เทพบุตรอันมีนามว่าอาลัมพะ
คัคคมะ ภีมะ สาธุวาที ปสังสิยะ โปกขรา และสุผัสสะ และเหล่า
เทพธิดาน้อยๆ อันมีนามว่า วีณา โมกขา นันทา สุนันทา โสณทินนา
สุจิมหิตา อาลัมพุสา มิสสเกสี และนางบุณฑริกา ได้ทำการบำเรอ
ปลุกปลื้มแก่ดิฉัน ด้วยดนตรีทิพย์มีประมาณได้หกหมื่น และนางเทพ
กัญญาเหล่านี้ คือ นางเอนิปัสสา นางสุปัสสา นางสุภัททา นางมุทุกาวที
ผู้ประเสริฐกว่า นางเทพอัปสรทั้งหลาย และนางเทพกัญญาเหล่าอื่นผู้บำรุง
บำเรอ นางเทพอัปสรทั้งหลายเหล่านั้น ได้เข้ามาสู่ที่ใกล้ชิดตามกาล
อันควร สนองเสนอดิฉันด้วยวาจาที่น่ายินดีว่า เอาเถอะ พวกดิฉันจัก
ฟ้อนรำ ขับร้อง จักยังท่านให้รื่นรมย์ ดังนี้ ฐานะที่ดิฉันได้รับในบัดนี้
ย่อมไม่มีแก่ผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ ฐานะที่หาความโศกมิได้ น่าเพลิดเพลิน
น่ารื่นรมย์ เป็นอุทยานใหญ่ของเทวดาชาวไตรทศเช่นนี้ ย่อมเกิดมีสำหรับ
ผู้มีบุญเท่านั้น ผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ ย่อมไม่มีความสุขทั้งในโลกนี้และโลก
หน้า ส่วนผู้มีบุญอันได้บำเพ็ญแล้ว ย่อมมีความสุขทั้งในโลกนี้และโลก
หน้า อันบุคคลผู้ปรารถนา เพื่อสถิตร่วมกับเทวดาชาวไตรเทศเหล่านั้น
ควรจะบำเพ็ญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าผู้มีบุญอันก่อสร้างไว้แล้ว ย่อม
เพรียบพร้อมด้วยโภคสมบัติ ร่าเริงบันเทิงอยู่ในสวรรค์.
อปิ สกฺโกว เทวินฺโท✎ ร่าง
“Api sakkova devindo,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.27 · ฉัฏฐสังคายนา 56.16 · พุทธชยันตี 26.36
รมฺเม จิตฺตลตาวเน✎ ร่าง
ramme cittalatāvane;
สมนฺตา อนุปริยาสิ✎ ร่าง
Samantā anupariyāsi,
นารีคณปุรกฺขตา✎ ร่าง
nārīgaṇapurakkhatā;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา✎ ร่าง
Obhāsentī disā sabbā,
โอสธี วิย ตารกา✎ ร่าง
osadhī viya tārakā.
เกน เตตาทิโส วณฺโณ✎ ร่าง
Kena tetādiso vaṇṇo,
เกน เต อิธมิชฺฌติ✎ ร่าง
kena te idha mijjhati;
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา✎ ร่าง
Uppajjanti ca te bhogā,
เย เกจิ มนโส ปิยา✎ ร่าง
ye keci manaso piyā.
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว✎ ร่าง
Pucchāmi taṁ devi mahānubhāve,
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ✎ ร่าง
Manussabhūtā kimakāsi puññaṁ;
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา✎ ร่าง
Kenāsi evaṁ jalitānubhāvā,
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ✎ ร่าง
Vaṇṇo ca te sabbadisā pabhāsatī”ti.
สา เทวตา อตฺตมนา✎ ร่าง
Sā devatā attamanā,
โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา✎ ร่าง
moggallānena pucchitā;
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ✎ ร่าง
Pañhaṁ puṭṭhā viyākāsi,
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ✎ ร่าง
yassa kammassidaṁ phalaṁ.
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา✎ ร่าง
“Ahaṁ manussesu manussabhūtā,
ทาสี อโหสึ ปรเปสฺสิยา กุเล✎ ร่าง
Dāsī ahosiṁ parapessiyā kule.
อุปาสิกา จกฺขุมโต✎ ร่าง
Upāsikā cakkhumato,
โคตมสฺส ยสสฺสิโน✎ ร่าง
gotamassa yasassino;
ตสฺสา เม นิกฺกโม อาสิ✎ ร่าง
Tassā me nikkamo āsi,
สาสเน ตสฺส ตาทิโน✎ ร่าง
sāsane tassa tādino.
กามํ ภิชฺชตุ ยํ กาโย✎ ร่าง
Kāmaṁ bhijjatuyaṁ kāyo,
เนว อตฺเถตฺถ สนฺถนํ✎ ร่าง
neva atthettha saṇṭhanaṁ;
สิกฺขาปทานํ ปญฺจนฺนํ✎ ร่าง
Sikkhāpadānaṁ pañcannaṁ,
มคฺโค โสวตฺถิโก สิโว✎ ร่าง
maggo sovatthiko sivo.
อกณฺฏโก อคหโน✎ ร่าง
Akaṇṭako agahano,
อุชุ สพฺภิ ปเวทิโต✎ ร่าง
uju sabbhi pavedito;
นิกฺกมสฺส ผลํ ปสฺส✎ ร่าง
Nikkamassa phalaṁ passa,
ยถิทํ ปาปุณิตฺถิกา✎ ร่าง
yathidaṁ pāpuṇitthikā.
อามนฺตนิกา รญฺโญมฺหิ✎ ร่าง
Āmantanikā raññomhi,
สกฺกสฺส วสวตฺติโน✎ ร่าง
sakkassa vasavattino;
สฏฺฐิ ตุริยสหสฺสานิ✎ ร่าง
Saṭṭhi tūriyasahassāni,
ปฏิโพธํ กโรนฺติ เม✎ ร่าง
paṭibodhaṁ karonti me.
อาลมฺโพ คคฺคโม ภีโม✎ ร่าง
Ālambo gaggaro bhīmo,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.28
สาธุวาทิ ปสํสิโย✎ ร่าง
sādhuvādī ca saṁsayo;
โปกฺขโร จ สุผสฺโส จ✎ ร่าง
Pokkharo ca suphasso ca,
วีณาโมกฺขา จ นาริโย✎ ร่าง
viṇāmokkhā ca nāriyo.
นนฺทา เจว สุนนฺทา จ✎ ร่าง
Nandā ceva sunandā ca,
โสณทินฺนา สุจิมฺหิตา✎ ร่าง
soṇadinnā sucimhitā;
อาลมฺพุสา มิสฺสเกสี✎ ร่าง
Alambusā missakesī ca,
ปุณฺฑรีกาติ ทารุณี✎ ร่าง
puṇḍarīkāti dāruṇī.
เอนิปสฺสา สุปสฺสา จ✎ ร่าง
Eṇīphassā suphassā ca,
สุภทฺทา มุทุกาวที✎ ร่าง
subhaddā muduvādinī;
เอตา อญฺญา จ เสยฺยาเส✎ ร่าง
Etā caññā ca seyyāse,
อจฺฉรานํ ปโพธิกา✎ ร่าง
accharānaṁ pabodhikā.
ตา มํ กาเลนุปาคนฺตฺวา✎ ร่าง
Tā maṁ kālenupāgantvā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.17 · พุทธชยันตี 26.38
อภิภาสนฺติ เทวตา✎ ร่าง
abhibhāsanti devatā;
หนฺท นจฺจาม คายาม✎ ร่าง
Handa naccāma gāyāma,
หนฺท ตํ รมยามเส✎ ร่าง
handa taṁ ramayāmase.
นยิทํ อกตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Nayidaṁ akatapuññānaṁ,
กตปุญฺญานเมวิทํ✎ ร่าง
katapuññānamevidaṁ;
อโสกํ นนฺทนํ รมฺมํ✎ ร่าง
Asokaṁ nandanaṁ rammaṁ,
ติทสานํ มหาวนํ✎ ร่าง
tidasānaṁ mahāvanaṁ.
สุขํ อกตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Sukhaṁ akatapuññānaṁ,
อิธ นตฺถิ ปรตฺถ จ✎ ร่าง
idha natthi parattha ca;
สุขญฺจ กตปุญฺญานํ✎ ร่าง
Sukhañca katapuññānaṁ,
อิธ เจว ปรตฺถ จ✎ ร่าง
idha ceva parattha ca.
เตสํ สหพฺยกามานํ✎ ร่าง
Tesaṁ sahabyakāmānaṁ,
กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ✎ ร่าง
kattabbaṁ kusalaṁ bahuṁ;
กตปุญฺญา หิ โมทนฺติ✎ ร่าง
Katapuññā hi modanti,
สคฺเค โภคสมงฺคิโนติ ฯ✎ ร่าง
sagge bhogasamaṅgino”ti.
ทาสีวิมานํ ปฐมํ ฯ✎ ร่าง
Dāsivimānaṁ paṭhamaṁ.