‹ กลับ
นาวาวิมาน ที่ ๓
เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา · ข้อ 8 · ขุ.วิ. ๒๖/๑๘๕ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่น ในสระโบกขรณีเก็บดอกประทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็น สง่าอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่ง ทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพ มาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร นางเทพธิดานั้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถามแล้วมีใจยินดี ได้ทูล ตอบปัญหาแห่งผลกรรมที่ตรัสซักถามว่าในชาติก่อน ครั้งเมื่อหม่อมฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปกระหาย น้ำเหน็ดเหนื่อยมาจึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน ผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดย ขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมี น้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง) มีหมู่ไม้จันทน์ และ มะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ที่อยู่และ หมู่ไม้ของผู้นั้น มีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ น้ำเย็นสนิท แม่น้ำ ทั้งหลายที่ทรายมูล ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้น หมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยมากมาย มีผล ดกดื่นออกดอกชูสล้าง ก็เกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้น เขาได้วิมานดี เยี่ยมงามนักหนาเช่นนั้น ว่ากันโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผล เช่นนี้ หม่อมฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดเนรมิตมาให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ งดงามเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญนั้น หม่อม ฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้ เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่ หม่อมฉันเพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกาย ของหม่อมฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น คือ หม่อมฉันขมีขมันถวายน้ำแก่พระพุทธเจ้า. [๘] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่น ในสระโบกขรณีเก็บดอกประทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็น สง่าอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่ง ทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพ มาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร นางเทพธิดานั้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถามแล้วมีใจยินดี ได้ทูล ตอบปัญหาแห่งผลกรรมที่ตรัสซักถามว่าในชาติก่อน ครั้งเมื่อหม่อมฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปกระหาย น้ำเหน็ดเหนื่อยมาจึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน ผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดย ขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมี น้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง) มีหมู่ไม้จันทน์ และ มะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ที่อยู่และ หมู่ไม้ของผู้นั้น มีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ น้ำเย็นสนิท แม่น้ำ ทั้งหลายที่ทรายมูล ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้น หมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยมากมาย มีผล ดกดื่นออกดอกชูสล้าง ก็เกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้น เขาได้วิมานดี เยี่ยมงามนักหนาเช่นนั้น ว่ากันโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผล เช่นนี้ หม่อมฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดเนรมิตมาให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ งดงามเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญนั้น หม่อม ฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้ เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่ หม่อมฉันเพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกาย ของหม่อมฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น คือ หม่อมฉันขมีขมันถวายน้ำแก่พระพุทธเจ้า. [๘] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่น ในสระโบกขรณีเก็บดอกประทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็น สง่าอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่ง ทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพ มาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร นางเทพธิดานั้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถามแล้วมีใจยินดี ได้ทูล ตอบปัญหาแห่งผลกรรมที่ตรัสซักถามว่าในชาติก่อน ครั้งเมื่อหม่อมฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปกระหาย น้ำเหน็ดเหนื่อยมาจึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน ผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดย ขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมี น้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง) มีหมู่ไม้จันทน์ และ มะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ที่อยู่และ หมู่ไม้ของผู้นั้น มีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ น้ำเย็นสนิท แม่น้ำ ทั้งหลายที่ทรายมูล ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้น หมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยมากมาย มีผล ดกดื่นออกดอกชูสล้าง ก็เกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้น เขาได้วิมานดี เยี่ยมงามนักหนาเช่นนั้น ว่ากันโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผล เช่นนี้ หม่อมฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดเนรมิตมาให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ งดงามเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญนั้น หม่อม ฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้ เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่ หม่อมฉันเพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกาย ของหม่อมฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น คือ หม่อมฉันขมีขมันถวายน้ำแก่พระพุทธเจ้า.
เทียบรายประโยค (55 ประโยค)
vv8:0.1 #
Vimānavatthu
vv8:0.2 #
Itthivimāna
vv8:0.3 #
Pīṭhavagga
vv8:0.4 #
8. Tatiyanāvāvimānavatthu
vv8:1.1 #
สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ🤖 AI จับคู่
“Suvaṇṇacchadanaṁ nāvaṁ,
vv8:1.2 #
นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ🤖 AI จับคู่
Nāri āruyha tiṭṭhasi;
vv8:1.3 #
โอคาฬฺหสิ ๑- โปกฺขรณึ🤖 AI จับคู่
Ogāhasi pokkharaṇiṁ,
vv8:1.4 #
ปทุมํ ๒- ฉินฺทสิ ปาณินา🤖 AI จับคู่
Padmaṁ chindasi pāṇinā.
vv8:2.1 #
กูฏาคารา นิเวสา เต🤖 AI จับคู่
Kūṭāgārā nivesā te,
vv8:2.2 #
วิภตฺตา ภาคโส มิตา🤖 AI จับคู่
vibhattā bhāgaso mitā;
vv8:2.3 #
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ🤖 AI จับคู่
Daddallamānā ābhanti,
vv8:2.4 #
สมนฺตา จตุโร ทิสา🤖 AI จับคู่
samantā caturo disā.
vv8:3.1 #
เกน เตตาทิโส วณฺโณ🤖 AI จับคู่
Kena tetādiso vaṇṇo,
vv8:3.2 #
เกน เต อิธมิชฺฌติ🤖 AI จับคู่
kena te idha mijjhati;
vv8:3.3 #
อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา🤖 AI จับคู่
Uppajjanti ca te bhogā,
vv8:3.4 #
เย เกจิ มนโส ปิยา🤖 AI จับคู่
ye keci manaso piyā.
vv8:4.1 #
ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว🤖 AI จับคู่
Pucchāmi taṁ devi mahānubhāve,
vv8:4.2 #
มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ🤖 AI จับคู่
Manussabhūtā kimakāsi puññaṁ;
vv8:4.3 #
เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา🤖 AI จับคู่
Kenāsi evaṁ jalitānubhāvā,
vv8:4.4 #
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ🤖 AI จับคู่
Vaṇṇo ca te sabbadisā pabhāsatī”ti.
vv8:5.1 #
สา เทวตา อตฺตมนา🤖 AI จับคู่
Sā devatā attamanā,
vv8:5.2 #
สมฺพุทฺเธเนว ปุจฺฉิตา🤖 AI จับคู่
sambuddheneva pucchitā;
vv8:5.3 #
ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ🤖 AI จับคู่
Pañhaṁ puṭṭhā viyākāsi,
vv8:5.4 #
ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ🤖 AI จับคู่
yassa kammassidaṁ phalaṁ.
vv8:6.1 #
อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา🤖 AI จับคู่
“Ahaṁ manussesu manussabhūtā,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.12
vv8:6.2 #
ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก🤖 AI จับคู่
Purimāya jātiyā manussaloke;
vv8:6.3 #
ทิสฺวาน ภิกฺขู ตสิเต กิลนฺเต🤖 AI จับคู่
Disvāna bhikkhū tasite kilante,
vv8:6.4 #
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ🤖 AI จับคู่
Uṭṭhāya pātuṁ udakaṁ adāsiṁ.
vv8:7.1 #
โย เว กิลนฺตาน ปิปาสิตานํ🤖 AI จับคู่
Yo ve kilantāna pipāsitānaṁ,
vv8:7.2 #
อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ🤖 AI จับคู่
Uṭṭhāya pātuṁ udakaṁ dadāti;
vv8:7.3 #
สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช🤖 AI จับคู่
Sītodakā tassa bhavanti najjo,
vv8:7.4 #
ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา🤖 AI จับคู่
Pahūtamalyā bahupuṇḍarīkā.
vv8:8.1 #
ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา🤖 AI จับคู่
Taṁ āpagā anupariyanti sabbadā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 26.16
vv8:8.2 #
สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที🤖 AI จับคู่
Sītodakā vālukasanthatā nadī;
vv8:8.3 #
อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย🤖 AI จับคู่
Ambā ca sālā tilakā ca jambuyo,
vv8:8.4 #
อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา🤖 AI จับคู่
Uddālakā pāṭaliyo ca phullā.
vv8:9.1 #
ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ🤖 AI จับคู่
Taṁ bhūmibhāgehi upetarūpaṁ,
vv8:9.2 #
วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ🤖 AI จับคู่
Vimānaseṭṭhaṁ bhusa sobhamānaṁ;
vv8:9.3 #
ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก🤖 AI จับคู่
Tassīdha kammassa ayaṁ vipāko,
vv8:9.4 #
เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ลภนฺติ🤖 AI จับคู่
Etādisaṁ puññakatā labhanti.
vv8:10.1 #
กูฏาคารา นิเวสา เม🤖 AI จับคู่
Kūṭāgārā nivesā me,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.8
vv8:10.2 #
วิภตฺตา ภาคโส มิตา🤖 AI จับคู่
vibhattā bhāgaso mitā;
vv8:10.3 #
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ🤖 AI จับคู่
Daddallamānā ābhanti,
vv8:10.4 #
สมนฺตา จตุโร ทิสา🤖 AI จับคู่
samantā caturo disā.
vv8:11.1 #
เตน เมตาทิโส วณฺโณ🤖 AI จับคู่
Tena metādiso vaṇṇo,
vv8:11.2 #
เตน เม อิธมิชฺฌติ🤖 AI จับคู่
tena me idha mijjhati;
vv8:11.3 #
อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา🤖 AI จับคู่
Uppajjanti ca me bhogā,
vv8:11.4 #
เย เกจิ มนโส ปิยา🤖 AI จับคู่
ye keci manaso piyā.
vv8:12.1 #
เตน ปาณิ กา🤖 AI จับคู่
Akkhāmi te buddha mahānubhāva,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.13
vv8:12.2 #
มทโท |๑๐๖.๒๕๗| เตน ปาณิ มธุสฺสโว เตน เม พฺรหฺมจริเยน ปุญฺญํ ปาณิ🤖 AI จับคู่
Manussabhūtā yamakāsi puññaṁ;
vv8:12.3 #
Tenamhi evaṁ jalitānubhāvā,
vv8:12.4 #
วณฺโณ ปสีทติ ทตฺวา อตฺตมโน โหติ ตํ ฆรํ วสโต สุขํ ฯ |๑๐๖.๒๘๖| ยสฺส ยาจนเก ทิสฺวา มุขวณฺโณ ปสีทติ ฯ ทตฺวา อตฺตมโน โหติ🤖 AI จับคู่
Vaṇṇo ca me sabbadisā pabhāsati;
vv8:12.5 #
Etassa kammassa phalaṁ mamedaṁ,
vv8:12.6 #
อติโรจติ ฯ |๑๐๖.๓๐๔| โอโลเกตฺวาน สมฺพุทฺโธ องฺกุรญฺจาปิ อินฺทกํ ทกฺขิเณ🤖 AI จับคู่
Atthāya buddho udakaṁ apāyī”ti.
vv8:13.1 #
ยฺยํ สมฺภาเวนฺโต ๑- อิทํ วจนมพฺรูวิ ๒- |๑๐๖.๓๐๕| มหาทานํ ตยา ทินฺนํ องฺกุร ทีฆมนฺตรํ อติทูเร นิสินฺโนสิ อาคจฺฉ มม สนฺติกํ ๓- (อิติ) ฯ |๑๐๖.๓๐๖| โจทิโต ภาวิตตฺเตน องฺกุโร อิทมพฺรูวิ กึ มยฺหํ เตน ทาเนน ทกฺขิเณยฺเยน สุญฺญตํ ฯ |๑๐๖.๓๐๗| อยํ โส อินฺทโก ยกฺโข ทชฺชา ทานํ ปริตฺตกํ อติโรจติ อเมฺหหิ จนฺโท ตารคเณ ยถา (อิติ) ฯ |๑๐๖.๓๐๘| อุชฺชงฺคเล ๔- ยถา เขตฺเต พีชํ พหุํปิ โรปิตํ น ผลํ วิปุลํ โหติ ๕- นปิ โตเสติ กสฺสกํ |๑๐๖.๓๐๙| ตเถว ทานํ พหุกํ ทุสฺสีเลสุ ปติฏฺฐิตํ น ผลํ วิปุลํ โหติ ๕- นปิ โตเสติ ทายกํ ฯ |๑๐๖.๓๑๐| ยถาปิ ภทฺทเก เขตฺเต พีชํ อปฺปมฺปิ โรปิตํ สมฺมาธารํ ปเวจฺฉนฺเต ผลํ โตเสติ กสฺสกํ |๑๐๖.๓๑๑| ตเถว สีลวนฺเตสุ คุณวนฺเตสุ ตาทิสุ อปฺปกํปิ กตํ การํ ปุญฺญํ โหติ มหปฺผลนฺติ ฯ |๑๐๖.๓๑๒| วิเจยฺย ทานํ ทาตพฺพํ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปภาเวนฺโต ฯ ๒ ม. วจนมพฺรวิ ฯ ๓ ม. สนฺติเกติ ฯ ๔ ยุ. อุชฺฌงฺคเล ฯ@๕ ม. น วิปุลผลํ โหติ ฯ ยุ. น วิปุลํ น ผลํ โหติ ฯ วิเจยฺย ทานํ ทตฺวาน สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา ฯ |๑๐๖.๓๑๓| วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสฏฺฐํ เย ทกฺขิเณยฺยา อิธ ชีวโลเก เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ พีชานิ วุตฺตานิ ยถา สุเขตฺเตติ ฯ องฺกุรเปตวตฺถุ นวมํ ฯ🤖 AI จับคู่
Tatiyanāvāvimānaṁ aṭṭhamaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๖ — ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ–เปตวัตถุ–เถรคาถา–เถรีคาถา
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน