เนื้อความทั้งข้อ
[๙๗] บุตรของเรา ละสรีระอันคร่ำคร่าของตนไป เหมือนงูลอกคราบฉะนั้น
เมื่อสรีระแห่งบุตรของเรา ใช้สอยไม่ได้ ละไปแล้ว มีกาละอันกระทำ
แล้วอย่างนี้ บุตรของเราเมื่อญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไรของ
ญาติทั้งหลาย เพราะฉะนั้น เราจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา คติของเขามี
อย่างไร เขาได้ไปสู่คตินั้น.
นางพราหมณีกล่าวว่า
บุตรของดิฉัน ดิฉันไม่ได้เชิญมา มาแล้วจากปรโลก ดิฉันไม่ได้อนุญาต
ให้ไป ก็ไปแล้วจากมนุษยโลกนี้ เขามาอย่างไร เขาก็ไปอย่างนั้น
ทำไมจะต้องไปร่ำไรในการไปจากโลกนี้ของเขาเล่า บุตรของดิฉันเมื่อ
พวกญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไรของหมู่ญาติ เพราะฉะนั้น
ดิฉันจึงไม่ร้องไห้ถึงบุตรนั้น คติของเขามีอย่างไร เขาได้ไปสู่คตินั้นแล้ว.
น้องสาวกล่าวว่า
ถ้าดิฉันร้องไห้ ก็จะเป็นผู้ซูบผอม ผลอะไรจะพึงมีแก่ดิฉัน ในการ
ร้องไห้นั้น ความไม่สบายใจก็จะพึงมีแก่ญาติและมิตรสหายทั้งหลายโดย
ยิ่ง พี่ชายของดิฉันอันญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไรของญาติ
ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่ร้องไห้ถึงพี่ชายของดิฉันนั้น คติ
ของเขามีอย่างไร เขาได้ไปสู่คตินั้นแล้ว.
ส่วนภรรยาของเขากล่าวว่า
ผู้ใดเศร้าโศกถึงคนที่ล่วงลับไปแล้ว ผู้นั้นก็เปรียบเหมือนทารกร้องไห้ถึง
พระจันทร์ อันลอยอยู่ในอากาศฉะนั้น สามีของดิฉันอันญาติเผาอยู่
ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไรของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่ร้องไห้
ถึงเขา คติของเขามีอย่างไร เขาได้ไปแล้วสู่คตินั้น.
ส่วนนางทาสีกล่าวว่า
ข้าแต่ท่านผู้เป็นว่านเครือแห่งพรหม หม้อน้ำอันแตกแล้วพึงประสานให้
ติดอีกไม่ได้ ฉันใด ผู้ใดเศร้าโศกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้นั้นก็เปรียบ
เหมือนฉันนั้น นายของดิฉันอันพวกญาติเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความ
ร่ำไรของญาติทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่ร้องไห้ถึงท่าน คติของ
ท่านมีอย่างไร ท่านได้ไปสู่คตินั้นแล้ว.
๑. เขตตูปมาเปตวัตถุ ๒. สูกรเปตวัตถุ
๓. ปูติมุขเปตวัตถุ ๔. ปิฏฐธีตลิกเปตวัตถุ
๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปตวัตถุ
๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ ๘. โคณเปตวัตถุ
๙. มหาเปสการเปตวัตถุ ๑๐. ขลาตยเปตวัตถุ
๑๑. นาคเปตวัตถุ ๑๒. อุรคเปตวัตถุ.
ท่านพระสารีบุตรเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า
อุรโคว ตจํ ชิณฺณํ✎ ร่าง
“Uragova tacaṁ jiṇṇaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.169
หิตฺวา คจฺฉติ สนฺตนุํ✎ ร่าง
hitvā gacchati saṁ tanuṁ;
เอวํ สรีเร นิพฺโภเค✎ ร่าง
Evaṁ sarīre nibbhoge,
เปเต กาลกเต สติ✎ ร่าง
pete kālaṅkate sati.
ฑยฺหมาโน น ชานาติ✎ ร่าง
Ḍayhamāno na jānāti,
ญาตีนํ ปริเทวิตํ✎ ร่าง
ñātīnaṁ paridevitaṁ;
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ✎ ร่าง
Tasmā etaṁ na rodāmi,
คโต โส ตสฺส ยา คติ✎ ร่าง
gato so tassa yā gati”.
อนพฺภิโต ตโต อาคา✎ ร่าง
“Anabbhito tato āgā,
นานุญฺญาโต อิโต คโต✎ ร่าง
nānuññāto ito gato;
ยถาคโต ตถา คโต✎ ร่าง
Yathāgato tathā gato,
ตตฺถ กา ปริเทวนา✎ ร่าง
tattha kā paridevanā.
ฑยฺหมาโน น ชานาติ✎ ร่าง
Ḍayhamāno na jānāti,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 56.100 · พุทธชยันตี 27.20
ญาตีนํ ปริเทวิตํ✎ ร่าง
ñātīnaṁ paridevitaṁ;
ตสฺมา เอตํ น โรทามิ✎ ร่าง
Tasmā etaṁ na rodāmi,
คโต โส ตสฺส ยา คติ ๒- ฯ✎ ร่าง
gato so tassa yā gati”.
สเจ โรเท กิสา อสฺสํ✎ ร่าง
“Sace rode kisā assaṁ,
ตตฺถ เม กึ ผลํ สิยา✎ ร่าง
tattha me kiṁ phalaṁ siyā;
ญาติมิตฺตสุหชฺชานํ✎ ร่าง
Ñātimittasuhajjānaṁ,
ภิยฺโย โน อรตี สิยา✎ ร่าง
bhiyyo no aratī siyā.
ฑยฺหมาโน น ชานาติ✎ ร่าง
Ḍayhamāno na jānāti,
ญาตีนํ ปริเทวิตํ✎ ร่าง
ñātīnaṁ paridevitaṁ;
ตสฺมา เอตํ น โรทามิ✎ ร่าง
Tasmā etaṁ na rodāmi,
คโต โส ตสฺส ยา คติ ๒- ฯ✎ ร่าง
gato so tassa yā gati”.
ยถาปิ ทารโก จนฺทํ✎ ร่าง
“Yathāpi dārako candaṁ,
คจฺฉนฺตํ อนุโรทติ✎ ร่าง
gacchantamanurodati;
เอวํ สมฺปทเมเวตํ✎ ร่าง
Evaṁ sampadamevetaṁ,
โย เปตํ อนุโสจติ✎ ร่าง
yo petamanusocati.
ฑยฺหมาโน น ชานาติ✎ ร่าง
Ḍayhamāno na jānāti,
ญาตีนํ ปริเทวิตํ✎ ร่าง
ñātīnaṁ paridevitaṁ;
ตสฺมา เอตํ น โรทามิ✎ ร่าง
Tasmā etaṁ na rodāmi,
คโต โส ตสฺส ยา คติ ๒- ฯ✎ ร่าง
gato so tassa yā gati”.
ยถาปิ พฺรเหฺม อุทกุมฺโภ✎ ร่าง
“Yathāpi brahme udakumbho,
ภินฺโน อปฺปฏิสนฺธิโย✎ ร่าง
bhinno appaṭisandhiyo;
เอวํ สมฺปทเมเวตํ✎ ร่าง
Evaṁ sampadamevetaṁ,
โย เปตํ อนุโสจติ✎ ร่าง
yo petamanusocati.
ฑยฺหมาโน น ชานาติ✎ ร่าง
Ḍayhamāno na jānāti,
อ้างอิงสยามรัฐ 26.170
ญาตีนํ ปริเทวิตํ✎ ร่าง
ñātīnaṁ paridevitaṁ;
ตสฺมา เอตํ น โรทามิ✎ ร่าง
Tasmā etaṁ na rodāmi,
คโต โส ตสฺส ยา คตีติ ฯ✎ ร่าง
gato so tassa yā gatī”ti.
อุรคเปตวตฺถุ ทฺวาทสมํ ฯ✎ ร่าง
Uragapetavatthu dvādasamaṁ.
อุทฺทานํ ๑-
เขตฺตูปมา ๒- วณฺณา ทุเว ธีตลีกํ ติโรกุฑฺฑํ
ปุตฺตขาทิกา โคณคูถํ ปาสาทํ นาโครค ทฺวาทสา
เต วตฺถูนิ วคฺเค ปฐเม อุทฺทานํ ๓- ฯ
อุรควคฺโค ปฐโม ฯ✎ ร่าง
Uragavaggo paṭhamo.
—
Khettañca sūkaraṁ pūti,
—
piṭṭhaṁ cāpi tirokuṭṭaṁ;
—
Tathā khallāṭiyaṁ nāgaṁ,
—
1. Saṁsāramocakapetivatthu