เนื้อความทั้งข้อ
[๑๑๘๔] เสียมของเราหล่นลงแล้ว และตาเบื้องขวาของเราก็เขม่นอยู่ริกๆ ต้นไม้
ทั้งหลายที่เคยมีผล ก็กลายเป็นไม่มีผล ทิศทั้งปวงก็ทำให้เราฟั่นเฟือน
ลุ่มหลง เมื่อเรากลับบ่ายหน้ามาสู่อาศรมในเวลาเย็น เมื่อพระอาทิตย์จะ
อัศดงคต ๓ สัตว์ร้ายก็ปรากฏยืนขวางทาง พระอาทิตย์ก็คล้อยลงต่ำ
และอาศรมก็ยังอยู่ไกลหนอ ก็มูลผลาผลอันใดที่เราจักนำไปแต่ป่านี้
พระเวสสันดรและลูกน้อยทั้งสองพึงเสวยมูลผลาผลนั้น โภชนะอื่นไม่มี
พระจอมกษัตริย์นั้นจักประทับอยู่ในบรรณศาลาพระองค์เดียว คงทรง
ปลอบประโลมให้ลูกน้อยทั้งสองผู้กระหายหิวให้ยินดี คอยทอดพระเนตร
ดูเราผู้ยังไม่มาถึงเป็นแน่แท้ ลูกน้อยทั้งสองของเราผู้กำพร้ายากไร้ ใน
เวลาเย็นอันเป็นเวลาดื่มนม จักคอยดื่มน้ำนม ดังลูกเนื้อที่กำลังดื่มนม
ฉะนั้น เป็นแน่แท้ ลูกน้อยทั้งสองของเราผู้กำพร้ายากไร้ ในเวลาเย็น
อันเป็นเวลาดื่มน้ำ ก็จักคอยดื่มน้ำ ดังลูกเนื้อที่กำลังกระหายน้ำ ฉะนั้น
เป็นแน่แท้ ลูกน้อยทั้งสองของเราผู้กำพร้ายากไร้ คงจะยืนคอยต้อนรับ
เรา เหมือนหนึ่งลูกโคอ่อนคอยชะแง้หาแม่ ฉะนั้น เป็นแน่แท้ ลูก
น้อยทั้งสองของเราผู้ยากไร้ คงจะยืนคอยต้อนรับเราเสมือนหนึ่งหงส์ซึ่ง
ตกอยู่ในเปือกตม ฉะนั้น เป็นแน่ ลูกน้อยทั้งสองของเราผู้ยากไร้ คง
จะคอยต้อนรับเราอยู่ในที่ใกล้ๆ อาศรม หนทางที่จะไปก็มีอยู่ทางเดียว
ทั้งเป็นทางเดินไปได้คนเดียว โดยข้างหนึ่งมีสระ อีกข้างหนึ่งมีบึง เรา
ไม่เห็นทางอื่นซึ่งเป็นทางไปยังอาศรมได้ ข้าแต่พระยามฤคราชผู้มีกำลัง
มากในป่าใหญ่ ดิฉันขอนอบน้อมต่อท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายเป็น
พี่น้องของดิฉันโดยธรรม ดิฉันขออ้อนวอน ขอท่านทั้งหลายจงให้
หนทางแก่ดิฉันเถิด ดิฉันเป็นภรรยาของพระราชบุตรผู้มีสิริ ผู้ถูกขับไล่
จากสีพีรัฐ ดิฉันมิได้ดูหมิ่นพระราชสวามีพระองค์นั้นเลย เหมือนดัง
นางสีดาคอยอนุวัตรตามพระรามราชสวามี ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายจง
หลีกทางให้ดิฉัน แล้วกลับไปพบลูกน้อยของท่านในเวลาออกหาอาหาร
ในเวลาเย็น ส่วนดิฉันก็จะพึงได้กลับไปพบเห็นลูกน้อยทั้งสอง คือ
พ่อชาลีและแม่กัณหาชินา อนึ่ง มูลมันผลไม้นี้ก็มีอยู่มาก และที่เป็น
ภักษาก็มีไม่น้อย ดิฉันขอแบ่งให้ท่านทั้งหลายกึ่งหนึ่ง ดิฉันอ้อนวอน
แล้ว ขอท่านทั้งหลายจงให้ทางแก่ดิฉันเถิด พระมารดาของเราทั้งหลาย
เป็นพระราชบุตรี และพระบิดาของเราทั้งหลายก็เป็นพระราชบุตร ท่าน
ทั้งหลายจึงชื่อว่าเป็นพี่น้องของดิฉันโดยธรรม ดิฉันอ้อนวอนแล้ว ขอ
ท่านทั้งหลายจงหลีกทางให้ดิฉันเถิด.
ขณิตฺติกํ เม ปติตํ✎ ร่าง
“Khaṇittikaṁ me patitaṁ,
อ้างอิงPTS 6.557 · พุทธชยันตี 32.444
ทกฺขิณกฺขิ จ ผนฺทติ✎ ร่าง
dakkhiṇakkhi ca phandati;
อผลา ผลิโน รุกฺขา✎ ร่าง
Aphalā phalino rukkhā,
สพฺพา มุยฺหนฺติ เม ทิสา ฯ✎ ร่าง
sabbā muyhanti me disā”.
ตสฺสา สายณฺหกาลมฺหิ✎ ร่าง
Tassā sāyanhakālasmiṁ,
อสฺสมาคมนํ ปติ✎ ร่าง
assamāgamanaṁ pati;
อตฺถงฺคตมฺหิ สุริเย✎ ร่าง
Atthaṅgatamhi sūriye,
วาฬา ปนฺเถ อุปฏฺฐหุํ ฯ✎ ร่าง
vāḷā panthe upaṭṭhahuṁ.
นีเจ โวลมฺพเก สุริเย✎ ร่าง
“Nīce colambate sūriyo,
ทูเร จ วต อสฺสโม✎ ร่าง
dūre ca vata assamo;
ยญฺจ เนสํ อิโต หิสฺสํ✎ ร่าง
Yañca nesaṁ ito hassaṁ,
ตนฺเต ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ฯ✎ ร่าง
taṁ te bhuñjeyyu bhojanaṁ.
โส นูน ขตฺติโย เอโก✎ ร่าง
So nūna khattiyo eko,
ปณฺณสาลาย อจฺฉติ✎ ร่าง
paṇṇasālāya acchati;
โตเสนฺโต ทารเก ฉาเต✎ ร่าง
Tosento dārake chāte,
มมํ ทิสฺวา อนายตึ ฯ✎ ร่าง
mamaṁ disvā anāyatiṁ.
เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ✎ ร่าง
Te nūna puttakā mayhaṁ,
อ้างอิงสยามรัฐ 28.425
กปณาย วรากิยา✎ ร่าง
kapaṇāya varākiyā;
สายํ สํเวสนากาเล✎ ร่าง
Sāyaṁ saṁvesanākāle,
ขีรปีตาว อจฺฉเร ฯ✎ ร่าง
khīrapītāva acchare.
เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ✎ ร่าง
Te nūna puttakā mayhaṁ,
กปณาย วรากิยา✎ ร่าง
kapaṇāya varākiyā;
สายํ สํเวสนากาเล✎ ร่าง
Sāyaṁ saṁvesanākāle,
วาริปีตาว อจฺฉเร ฯ✎ ร่าง
vāripītāva acchare.
เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ✎ ร่าง
Te nūna puttakā mayhaṁ,
กปณาย วรากิยา✎ ร่าง
kapaṇāya varākiyā;
ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Paccuggatā maṁ tiṭṭhanti,
วจฺฉา พาลาว มาตรํ ฯ✎ ร่าง
vacchā bālāva mātaraṁ.
เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ✎ ร่าง
Te nūna puttakā mayhaṁ,
กปณาย วรากิยา✎ ร่าง
kapaṇāya varākiyā;
ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Paccuggatā maṁ tiṭṭhanti,
หํสาวุปริปลฺลเล ฯ✎ ร่าง
haṁsāvuparipallale.
เต นูน ปุตฺตกา มยฺหํ✎ ร่าง
Te nūna puttakā mayhaṁ,
กปณาย วรากิยา✎ ร่าง
kapaṇāya varākiyā;
ปจฺจุคฺคตา มํ ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Paccuggatā maṁ tiṭṭhanti,
อสฺสมสฺสาวิทูรโต ฯ✎ ร่าง
assamassāvidūrato.
เอกายโน เอกปโถ✎ ร่าง
Ekāyano ekapatho,
สรา โสพฺภา จ ปสฺสโต✎ ร่าง
sarā sobbhā ca passato;
อญฺญํ มคฺคํ น ปสฺสามิ✎ ร่าง
Aññaṁ maggaṁ na passāmi,
เยน คจฺเฉยฺย อสฺสมํ ฯ✎ ร่าง
yena gaccheyya assamaṁ.
มิคา นมตฺถุ ราชาโน✎ ร่าง
Migā namatthu rājāno,
กานนสฺมึ มหพฺพลา✎ ร่าง
kānanasmiṁ mahabbalā;
ธมฺเมน ภาตโร โหถ✎ ร่าง
Dhammena bhātaro hotha,
มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา ฯ✎ ร่าง
maggaṁ me detha yācitā.
อวรุทฺธสฺสาหํ ภริยา✎ ร่าง
Avaruddhassāhaṁ bhariyā,
ราชปุตฺตสฺส สิรีมโต✎ ร่าง
rājaputtassa sirīmato;
ตญฺจาหํ นาติมญฺญามิ✎ ร่าง
Tañcāhaṁ nātimaññāmi,
รามํ สีตาวนุพฺพตา ฯ✎ ร่าง
rāmaṁ sītāvanubbatā.
ตุเมฺห จ ปุตฺเต ปสฺเสถ✎ ร่าง
Tumhe ca putte passatha,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.264
สายํ สํเวสนํ ปติ✎ ร่าง
sāyaṁ saṁvesanaṁ pati;
อหญฺจ ปุตฺเต ปสฺเสยฺยํ✎ ร่าง
Ahañca putte passeyyaṁ,
ชาลึ กณฺหาชินํ จุโภ ฯ✎ ร่าง
jāliṁ kaṇhājinaṁ cubho.
พหุญฺจิทํ มูลผลํ✎ ร่าง
Bahuñcidaṁ mūlaphalaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 32.446
ภกฺโข จายํ อนปฺปโก✎ ร่าง
bhakkho cāyaṁ anappako;
ตโต อุปฑฺฒํ ทสฺสามิ✎ ร่าง
Tato upaḍḍhaṁ dassāmi,
มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา ฯ✎ ร่าง
maggaṁ me detha yācitā.
ราชปุตฺตี จ โน มาตา✎ ร่าง
Rājaputtī ca no mātā,
อ้างอิงPTS 6.558 · สยามรัฐ 28.426
ราชปุตฺโต จ โน ปิตา✎ ร่าง
rājaputto ca no pitā;
ธมฺเมน ภาตโร โหถ✎ ร่าง
Dhammena bhātaro hotha,
มคฺคํ เม เทถ ยาจิตา ฯ✎ ร่าง
maggaṁ me detha yācitā”.