‹ กลับ
กุณาลชาดก
เล่ม ๒๘ — ขุททกนิกาย ชาดก ๒ (จัตตาฬีส–มหานิบาต) · ข้อ 297 · ขุ.ชา.๒. ๒๘/๑๘๙๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙๗] ดูกรท่านผู้เจริญ ได้ยินว่า ณ ด้านทิศบูรพาแห่งขุนเขาหิมพานต์มีแม่น้ำอันไหล มาแต่ซอกเขาอันละเอียดสุขุม มีสีเขียว ณ ภูเขาหิมพานต์อันเป็นประเทศที่น่ารื่นเริงบันเทิงใจ ด้วยกลิ่นหอม อันเกิดเดี๋ยวนั้น จากดอกอุบล ดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกบัวขม ดอกบัวผัน ดอกจงกลณี และดอกบัวเผื่อน เป็นป่าทึบมากไปด้วยไม้ต่างๆ ชนิด คือ ไม้โกฏดำ ไม้จิก ไม้เกต ไม้ยางทราย ไม้อ้อยช้าง ต้นบุนนาค ต้นพิกุล ต้นหมากหอม ต้นประยงค์ ต้นขมิ้น ต้นสาละ ต้นสน ต้นจำปา ต้นอโศก ต้นกากะทิง ต้นหงอนไก่ ต้นราชดัด ต้นโลทนง และต้นจันทน์ เป็นราวป่าที่สล้างไปด้วยต้นกฤษณาดำ ต้นปทุม ต้นประยงค์ ต้นเทพทาโร และต้นกล้วย ทรงไว้ ซึ่งต้นรกฟ้า ต้นมวกเหล็ก ต้นปรู ต้นทราก ต้นกัณณิการ์ ต้นชบา ต้นว่านหางช้าง ต้นทองหลาง ต้นทองกวาว ต้นคัดเค้า ต้นมะลิป่า ต้นแก้ว ต้นซึกและต้นขานางอันงามยิ่งนัก และมีไม้ดอก สำหรับร้อยเป็นพวงมาลัยดาดาษไปด้วยดอกมะลิ ว่านเปราะหอม ต้นคนธา ต้นกำยาน ต้นแฝก หอม ต้นกระเบา และไม้กอ เป็นประเทศอันประดับไปด้วยลดาวัลย์ดาดาษยิ่งนัก มีหมู่หงส์ นก นางนวล นกกาน้ำ และนกเป็ดน้ำ ส่งเสียงร้องกึกก้อง เป็นที่สถิตอยู่แห่งหมู่ฤาษีสิทธิ์วิทยาธร สมณะ และดาบส เป็นประเทศที่ท่องเที่ยวไปแห่งหมู่มนุษย์ เทพยดา ยักษ์ รากษส ทานพ คนธรรพ์ กินนร และพญานาค เป็นไพรสณฑ์ที่น่ารื่นรมย์เห็นปานนี้ มีนกดุเหว่าขาวชื่อ ปุณณมุขะ มีถ้อยคำอันไพเราะยิ่งนัก มีนัยน์ตาแดงดังนัยน์ตาคนเมาสอดส่ายไปมา อาศัยอยู่ ได้ยินว่า พระยา นกปุณณมุขะนี้ มีนางนกดุเหว่าบำเรอ ๓๕๐ ตัว เล่ากันมาว่า นางนกดุเหว่า ๒ ตัว เอาปากคาบ ท่อนไม้ให้พระยานกปุณณมุขะนั้นจับตรงกลางพาบินไป ด้วยความประสงค์ว่า พระยานกปุณณ มุขะนั้นอย่าได้มีความเหน็ดเหนื่อยในหนทางไกลเลย นางนกดุเหว่า ๕๐ ตัว บินไปเบื้องต่ำด้วย ความประสงค์ว่า ถ้าพระยานกปุณณมุขะนี้จักพลาดจากคอน พวกเราจักเอาปีกทั้งสองรับไว้ นาง นกดุเหว่าอีก ๕๐ ตัว บินขึ้นไปข้างบนด้วยความประสงค์ว่า แสงแดดอย่าได้แผดเผานกดุเหว่าขาว ชื่อปุณณมุขะนั้นเลย นางนกดุเหว่าบินไปโดยข้างทั้งสองข้างละ ๕๐ ตัว ด้วยความประสงค์ว่า ความหนาว ความร้อน หญ้า ธุลี หรือน้ำค้าง อย่าได้ตกต้องนกดุเหว่าขาวชื่อปุณณะมุขะนั้นเลย นางนกดุเหว่าอีก ๕๐ ตัว บินขึ้นไปข้างหน้าด้วยความประสงค์ว่า คนเลี้ยงโค คนเลี้ยงปศุสัตว์ คนเกี่ยวหญ้า คนหาฟืน หรือคนทำงานในป่า อย่าได้ขว้างปานกดุเหว่าขาวชื่อปุณณมุขะนั้นด้วย ท่อนไม้ กระเบื้อง ก้อนหิน ก้อนดิน ไม้ค้อน ศาตรา หรือก้อนกรวดเลย และนกดุเหว่า ขาวชื่อปุณณมุขะนี้ อย่าได้กระทบกับกอไม้ เถาวัลย์ ต้นไม้ กิ่งไม้ เสา หิน หรือกับนก ที่มีกำลังมากกว่าเลย นางนกดุเหว่าอีก ๕๐ ตัว บินไปข้างหลังเจรจาด้วยวาจาอันเกลี้ยงเกลา อ่อนหวาน ไพเราะจับใจ ด้วยความประสงค์ว่า นกดุเหว่าขาวชื่อปุณณะมุขะนี้อย่าเงียบเหงา บนคอนเลย นางนกดุเหว่าอีก ๕๐ ตัว บินไปยังทิศานุทิศ นำเอาผลไม้นานาชนิดจากต้นไม้ ต่างๆ มาให้ด้วยความประสงค์ว่า นกดุเหว่าชื่อปุณณมุขะนี้ อย่าได้ลำบากเพราะความหิวเลย ได้ยินว่า นางนกดุเหว่าเหล่านั้น พานกดุเหว่าขาวชื่อปุณณมุขะนั้น จากป่านี้ไปสู่ป่าโน้น จาก สวนนี้ไปสู่สวนโน้น จากท่าน้ำนี้ไปสู่ท่าน้ำโน้น จากยอดเขานี้ไปสู่ยอดเขาโน้น จากสวน มะม่วงนี้ไปสู่สวนมะม่วงโน้น จากสวนชมพู่นี้ไปสู่สวนชมพู่โน้น จากสวนขนุนสัมมะลอนี้ ไปสู่สวนขนุนสัมมะลอโน้น จากสวนมะพร้าวนี้ไปสู่สวนมะพร้าวโน้น โดยรวดเร็ว เพื่อต้อง การให้ร่าเริง ได้ยินว่า นกดุเหว่าขาวชื่อปุณณมุขะ อันนางนกดุเหว่าเหล่านั้นบำเรออยู่ทุกวัน ๆ ย่อมสรรเสริญอย่างนี้ว่า ดีละๆ น้องหญิงทั้งหลาย การที่เธอทั้งหลายบำรุงบำเรอสามีอย่างนี้ สมควรแก่เธอทั้งหลายผู้เป็นกุลธิดา.
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
ja536:11.1 #
ตสฺเสว ขลุ โภ หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ปุรตฺถิเม ทิสาภาเค สุสุขุมสุนิปุณคิริปภวา✎ ร่าง
Tasseva khalu, bho, himavato pabbatarājassa puratthimadisābhāge susukhumasunipuṇagirippabhava—
อ้างอิงPTS 5.419 · พุทธชยันตี 31.382
ja536:11.2 #
หริตุปยนฺติโย ฯ✎ ร่าง
haritupayantiyo.
ja536:12.1 #
อุปฺปลปทุม- กุมุทนฬินสตปตฺตโสคนฺธิกมนฺทาลกสมฺปติวิรูฬฺหสุจิคนฺธมนุญฺญมนาปกปฺปเทเส✎ ร่าง
Uppala paduma kumuda nalina satapatta sogandhika mandālaka sampativirūḷhasucigandhamanuññamāvakappadese.
ja536:13.1 #
กุรวกมุจลินฺทเกตกเวทิสวญฺชุลปุนฺนาคพกุลติลกปิยกหสนสาล- สลฬจมฺปกอโสกนาครุกฺขติริฏิภุชปตฺตโลทฺทจนฺทโนฆวเน กาลาครุปทุมปิยงฺคุเทวทารุกโจจคหเน กกุธกุฏชองฺโกลกจฺจิการกณิการ- กณเวรโกรณฺฑโกวิฬารกึสุกโยธิกวนมลฺลิกมนงฺคณมนวชฺชภณฺฑิสุรุจิภคินิมาล- มลฺยธเร ชาติสุมนมธุคนฺธิกธนุตกฺการิตาลิสตครอุสีรโกฏฺฐคจฺฉวิตเต อธิมุตฺติกสํกุสุมิตลตาวิตตปฏิมณฺฑิตปฺปเทเส หํสปิลวกาทมฺพการณฺฑกาภินาทิเต วิชฺชาธรสิทฺธสมณตาปสคณาธิวุตฺเถ นรเทวยกฺขรกฺขสทานวคนฺธพฺพกินฺนรมโหรคานุจิณฺณปฺปเทเส เอวรูเป ขลุ โภ รมฺเม วนสณฺเฑ ปุณฺณมุโข นาม ปุสฺสโกกิโล ปฏิวสติ อติวิย มธุรคิโร วิลาสิตนยนมตฺตกฺโข ฯ✎ ร่าง
Kuravakamucalindaketakavedisavañjulapunnāgabakulatilakapiyakahasanasālasaḷalacampakaasokanāgarukkhatirīṭibhujapattaloddacandanoghavane kāḷāgarupadmakapiyaṅgudevadārukacocagahane kakudhakuṭajaaṅkolakaccikārakaṇikārakaṇṇikārakanaverakoraṇḍakakoviḷārakiṁsukayodhikavanamallikamanaṅgaṇamanavajjabhaṇḍisurucirabhaginimālāmalyadhare jātisumanamadhugandhikadhanutakkāritālīsatagaramusīrakoṭṭhakacchavitate atimuttakasaṅkusumitalatāvitatapaṭimaṇḍitappadese haṁsapilavakādambakāraṇḍavābhinadite vijjādharasiddhasamaṇatāpasagaṇādhivuṭṭhe varadevayakkharakkhasadānavagandhabbakinnaramahoragānuciṇṇappadese evarūpe khalu, bho, ramme vanasaṇḍe puṇṇamukho nāma phussakokilo paṭivasati ativiya madhuragiro vilāsitanayano mattakkho.
อ้างอิงPTS 5.420
ja536:14.1 #
ตสฺเสว ขลุ โภ ปุณฺณมุขสฺส ปุสฺสโกกิลสฺส อฑฺฒุฑฺฒานิ อิตฺถีสตานิ ปริจาริกา ทิชกญฺญาโย ฯ✎ ร่าง
Tasseva khalu, bho, puṇṇamukhassa phussakokilassa aḍḍhuḍḍhāni itthisatāni paricārikā dijakaññāyo.
อ้างอิงสยามรัฐ 28.109
ja536:14.2 #
อถ ขลุ โภ เทฺว ทิชกญฺญาโย กฏฺฐํ มุเขน ฑํสิตฺวา ตํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ มชฺเฌ นิสีทาเปตฺวา อุฑฺเฑนฺติ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, dve dijakaññāyo kaṭṭhaṁ mukhena ḍaṁsitvā taṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ majjhe nisīdāpetvā uḍḍenti—
ja536:14.3 #
มา นํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ อทฺธานปริยายปเถ กิลมโถ อุพฺพาเหตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“mā naṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ addhānapariyāyapathe kilamatho ubbāhetthā”ti.
ja536:15.1 #
ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย เหฏฺฐโต เหฏฺฐโต เฑนฺติ✎ ร่าง
Paññāsa dijakaññāyo heṭṭhato heṭṭhato uḍḍenti—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 69.82
ja536:15.2 #
สจายํ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล อาสนา ปริปติสฺสติ มยํ ตํ ปกฺเขหิ ปฏิคฺคเหสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
“sacāyaṁ puṇṇamukho phussakokilo āsanā paripatissati, mayaṁ taṁ pakkhehi paṭiggahessāmā”ti.
ja536:16.1 #
ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย อุปรูปริ เฑนฺติ✎ ร่าง
Paññāsa dijakaññāyo uparūpari uḍḍenti—
ja536:16.2 #
มา นํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ อาตาโป ปริตาเปสีติ ฯ✎ ร่าง
“mā naṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ ātapo paritāpesī”ti.
ja536:17.1 #
ปญฺญาส ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย อุภโต ปสฺเสน เฑนฺติ✎ ร่าง
Paññāsa paññāsa dijakaññāyo ubhatopassena uḍḍenti—
ja536:17.2 #
มา นํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ สีตํ วา อุณฺหํ วา ติณํ วา รโช วา วาโต วา อุสฺสาโว วา อุปปฺผุสีติ ฯ✎ ร่าง
“mā naṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ sītaṁ vā uṇhaṁ vā tiṇaṁ vā rajo vā vāto vā ussāvo vā upapphusī”ti.
ja536:18.1 #
ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย ปุรโต ปุรโต เฑนฺติ✎ ร่าง
Paññāsa dijakaññāyo purato purato uḍḍenti—
อ้างอิงพุทธชยันตี 31.384
ja536:18.2 #
มา นํ ปุณฺณมุขํ ปุสฺสโกกิลํ โคปาลกา วา ปสุปาลกา วา ติณหารกา วา กฏฺฐหารกา วา วนกมฺมิกา วา กฏฺเฐน วา กถลาย ๑- วา ปาณินา วา (ปาสาเณน วา) เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา สกฺขราหิ วา ปหารํ อทํสุ✎ ร่าง
“mā naṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ gopālakā vā pasupālakā vā tiṇahārakā vā kaṭṭhahārakā vā vanakammikā vā kaṭṭhena vā kaṭhalena vā pāṇinā vā leḍḍunā vā daṇḍena vā satthena vā sakkharāhi vā pahāraṁ adaṁsu.
ja536:18.3 #
มายํ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล คจฺเฉหิ วา ลตาหิ วา รุกฺเขหิ วา สาขาหิ วา ถมฺเภหิ วา ปาสาเณหิ วา พลวนฺเตหิ วา ปกฺขีหิ สงฺคาเมสีติ ฯ✎ ร่าง
Māyaṁ puṇṇamukho phussakokilo gacchehi vā latāhi vā rukkhehi vā sākhāhi vā thambhehi vā pāsāṇehi vā balavantehi vā pakkhīhi saṅgamesī”ti.
ja536:19.1 #
ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย ปจฺฉโต ปจฺฉโต เฑนฺติ สณฺหาหิ สขิลาหิ มญฺชูหิ มธุราหิ วาจาหิ สมุทาจรนฺติโย✎ ร่าง
Paññāsa dijakaññāyo pacchato pacchato uḍḍenti saṇhāhi sakhilāhi mañjūhi madhurāhi vācāhi samudācarantiyo—
อ้างอิงPTS 5.421
ja536:19.2 #
มายํ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล อาสเน ปริยุกฺกณฺฐีติ ฯ✎ ร่าง
“māyaṁ puṇṇamukho phussakokilo āsane pariyukkaṇṭhī”ti.
ja536:20.1 #
ปญฺญาส ทิชกญฺญาโย ทิโสทิสํ เฑนฺติ อเนกรุกฺขวิวิธวิกติผลมาหรนฺติโย✎ ร่าง
Paññāsa dijakaññāyo disodisaṁ uḍḍenti anekarukkhavividhavikatiphalamāharantiyo—
ja536:20.2 #
มายํ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล ขุทฺทาย ปริกิลมิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
“māyaṁ puṇṇamukho phussakokilo khudāya parikilamitthā”ti.
ja536:21.1 #
อถ ขลุ โภ ตา ทิชกญฺญาโย ตํ ปุณฺณมุขํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. กฐเลน วา ฯ ปุสฺสโกกิลํ อาราเมเนว อารามํ อุยฺยาเนเนว อุยฺยานํ นทีติตฺเถเนว นทีติตฺถํ ปพฺพตสิขเรเนว ปพฺพตสิขรํ อมฺพวเนเนว อมฺพวนํ ชมฺพูวเนเนว ชมฺพูวนํ ลพุชวเนเนว ลพุชวนํ นาฬิเกรสญฺจาริเยเนว นาฬิเกรสญฺจารึ ขิปฺปเมว อภิสมฺโภนฺติ รติตฺถาย ฯ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, tā dijakaññāyo taṁ puṇṇamukhaṁ phussakokilaṁ ārāmeneva ārāmaṁ uyyāneneva uyyānaṁ nadītittheneva nadītitthaṁ pabbatasikhareneva pabbatasikharaṁ ambavaneneva ambavanaṁ jambuvaneneva jambuvanaṁ labujavaneneva labujavanaṁ nāḷikerasañcāriyeneva nāḷikerasañcāriyaṁ khippameva abhisambhonti ratitthāya.
อ้างอิงสยามรัฐ 28.110
ja536:22.1 #
อถ ขลุ โภ ปุณฺณมุโข ปุสฺสโกกิโล ตาหิ ทิชกญฺญาหิ ทิวสํ ปริพฺยูโฬฺห เอวํ ปสํสติ✎ ร่าง
Atha khalu, bho, puṇṇamukho phussakokilo tāhi dijakaññāhi divasaṁ paribyūḷho evaṁ pasaṁsati—
ja536:22.2 #
สาธุ สาธุ ภคินิโย เอตํ โข ภคินิโย ตุมฺหากํ ปฏิรูปํ กุลธีตานํ ยํ ตุเมฺห ภตฺตารํ ปริจเรยฺยาถาติ ฯ✎ ร่าง
“sādhu sādhu, bhaginiyo, etaṁ kho, bhaginiyo, tumhākaṁ patirūpaṁ kuladhītānaṁ, yaṁ tumhe bhattāraṁ paricareyyāthā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๘ — ขุททกนิกาย ชาดก ๒ (จัตตาฬีส–มหานิบาต)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน