‹ กลับ
กามสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 14 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔] คำว่า ผู้นั้น เป็นผู้มีสติ ย่อมล่วงพ้นตัณหาอันชื่อว่า วิสัตติกานี้ ในโลกเสียได้ มี ความว่า คำว่า ผู้นั้น คือ ผู้เว้นขาดกามทั้งหลาย. ตัณหาเรียกว่า วิสัตติกา ได้แก่ ความกำหนัด ความกำหนัดกล้า ความพอใจ ความชอบใจ ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดด้วยสามารถแห่ง ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดกล้าแห่งจิต ความปรารถนา ความหลง ความติดใจ ความยินดี ความยินดีทั่วไป ความข้อง ความติดพัน ความแสวงหา ความลวง ความให้สัตว์เกิด ความ ให้สัตว์เกี่ยวกับทุกข์ ความเย็บไว้ ความเป็นดังว่าข่าย ความเป็นดังว่ากระแสน้ำ ความซ่านไป ในอารมณ์ต่างๆ ความเป็นดังว่าเส้นด้าย ความกระจายไป ความให้อายุเสื่อมไป ความเป็น เพื่อน ความตั้งมั่น เครื่องนำไปสู่ภพ ความติดอารมณ์ ความตั้งอยู่ในอารมณ์ ความสนิท ความรัก ความเพ่งเล็ง ความผูกพัน ความหวัง ความจำนง ความประสงค์ ความหวังในรูป ความหวังในเสียง ความหวังในกลิ่น ความหวังในรส ความหวังในโผฏฐัพพะ ความหวังใน ลาภ ความหวังในทรัพย์ ความหวังในบุตร ความหวังในชีวิต ความปรารถนา ความให้สัตว์ ปรารถนา ความที่จิตปรารถนา ความเหนี่ยวรั้ง ความให้สัตว์เหนี่ยวรั้ง ความที่จิตเหนี่ยวรั้ง ความหวั่นไหว อาการแห่งความหวั่นไหว ความพรั่งพร้อมด้วยความหวั่นไหว ความกำเริบ ความใคร่ดี ความกำหนัดในที่ผิดธรรม ความโลภไม่เสมอ ความใคร่ อาการแห่งความใคร่ ความมุ่งหมาย ความปอง ความปรารถนาดี กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหาในรูปภพ ตัณหาในอรูปภพ ตัณหาในนิโรธ รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพ- *ตัณหา ธัมมตัณหา โอฆะ โยคะ คันถะ อุปาทาน ความกั้น ความปิด ความบัง ความผูก ความเข้าไปเศร้าหมอง ความนอนเนื่อง ความกลุ้มรุมจิต ความเป็นดังว่าเถาวัลย์ ความปรารถนา วัตถุต่างๆ รากเหง้าแห่งทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ แดนเกิดแห่งทุกข์ บ่วงมาร เบ็ดมาร วิสัยมาร แม่น้ำตัณหา ข่ายตัณหา โซ่ตัณหา สมุทรตัณหา อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล เรียกว่า วิสัตติกา. คำว่า วิสัตติกา ความว่า เพราะอรรถว่าอะไร ตัณหาจึงชื่อว่า วิสัตติกา. [อันซ่านไป ในอารมณ์ต่างๆ] เพราะอรรถว่า ซ่านไป ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าแผ่ไป ตัณหา จึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าแล่นไป ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าครอบงำ ตัณหา จึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าสะท้อนไป ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้ พูดผิด ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่ามีมูลรากเป็นพิษ ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะ อรรถว่ามีผลเป็นพิษ ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. เพราะอรรถว่าเปรียบด้วยเครื่องบริโภคเป็นพิษ ตัณหาจึงชื่อว่าวิสัตติกา. อีกนัยหนึ่ง ตัณหานั้นแผ่ไปในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สกุล คณะ ที่อยู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ กามภพ รูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ ในอดีต ในอนาคต ในปัจจุบัน แล่นไป ซ่านไป ในรูปที่เห็นแล้ว เสียงที่ได้ยินแล้ว กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ทราบแล้ว และในธรรมที่พึงรู้แจ้ง ตัณหาจึงชื่อว่า วิสัตติกา. คำว่า ในโลก คือ อบายโลก มนุษยโลก เทวโลก ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก. คำว่า เป็นผู้มีสติ ได้แก่เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อย่าง คือ เมื่อเจริญกายานุปัสสนา สติปัฏฐานในกาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานในเวทนาทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานในจิต ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เมื่อเจริญ ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐานในธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ. เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อย่างแม้อื่นอีก คือ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเว้นจากความเป็นผู้ไม่มีสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะ เป็นผู้กระทำธรรมทั้งหลายที่ควรทำด้วยสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้กำจัดธรรมทั้งหลายที่เป็น ข้าศึกต่อสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ไม่หลงลืมธรรมทั้งหลายที่เป็นนิมิตแห่งสติ. เป็น ผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อย่างแม้อื่นอีก คือ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยสติ ชื่อว่า เป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้อยู่ด้วยสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้คล่องแคล่วด้วยสติ ชื่อว่า เป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ไม่หวนกลับจากสติ. เป็นผู้มีสติโดยเหตุ ๔ อย่างแม้อื่นอีก คือ ชื่อว่า เป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ระลึกได้ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้สงบ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็น ผู้ระงับ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมของสัตบุรุษ. ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะ พุทธานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะธรรมานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะสังฆานุสสติ ชื่อว่า เป็นผู้มีสติ เพราะสีลานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะจาคานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะ เทวตานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะอานาปานัสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะมรณานุสสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะกายคตาสติ ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ เพราะอุปสมานุสสติ. ความระลึก ความ ระลึกถึง ความระลึกเฉพาะ ความระลึก กิริยาที่ระลึก ความทรงจำ ความไม่เลื่อนลอย ความ ไม่หลงลืม สติ สตินทรีย์ สติพละ สัมมาสติ สติสัมโพชฌงค์ เอกายนมรรค ธรรมนี้ เรียก ว่า สติ. บุคคลเป็นผู้เข้าใกล้ เข้าชิด เข้าถึง เข้าถึงพร้อม เข้าไปถึง เข้าไปถึงพร้อม ประกอบ ด้วยสตินี้ บุคคลนั้นเรียกว่า มีสติ. คำว่า ผู้นั้นเป็นผู้มีสติ ย่อมล่วงพ้นตัณหาอันชื่อว่า วิสัตติกานี้ ในโลกเสียได้ มีความว่า เป็นผู้มีสติ ย่อมข้าม ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง ล่วงเลย ตัณหาชื่อว่า วิสัตติกานี้ ในโลก เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้นั้นเป็นผู้มีสติ ย่อมล่วงพ้นตัณหาอันชื่อว่า วิสัตติกานี้ ในโลกเสียได้ เพราะ เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ผู้ใด ย่อมเว้นขาดกามทั้งหลาย เหมือนบุคคลเว้นขาดหัวงูด้วยเท้า ผู้นั้น เป็นผู้มีสติ ย่อมล่วงพ้นตัณหาอันชื่อว่า วิสัตติกานี้ ในโลกเสียได้.
เทียบรายประโยค (45 ประโยค)
mnd1:28.2 #
โสมํ วิสตฺติกํ โลเก สโต สมติวตฺตตีติ โสติ โย กาเม ปริวชฺเชติ ฯ✎ ร่าง
Soti yo kāme parivajjeti.
mnd1:28.3 #
วิสตฺติกา วุจฺจติ ตณฺหา✎ ร่าง
Visattikā vuccati taṇhā.
mnd1:39.5 #
antojātako dāso, dhanakkītako dāso, sāmaṁ vā dāsabyaṁ upeti, akāmako vā dāsavisayaṁ upeti.
mnd1:40.1 #
“Āmāya dāsāpi bhavanti heke,
mnd1:40.2 #
Dhanena kītāpi bhavanti dāsā;
mnd1:40.3 #
Sāmañca eke upayanti dāsyaṁ,
mnd1:40.4 #
Bhayāpanuṇṇāpi bhavanti dāsā”ti.
mnd1:41.1 #
Purisāti tayo purisā—
mnd1:41.2 #
bhatakā, kammakarā, upajīvinoti—
mnd1:28.4 #
โย ราโค สาราโค อนุนโย อนุโรโธ นนฺทิ นนฺทิราโค จิตฺตสฺส สาราโค อิจฺฉา มุจฺฉา อชฺโฌสานํ เคโธ ปลิเคโธ สงฺโค ๒- ปงฺโก เอชา มายา ชนิกา สญฺชนนี สิพฺพินี ชาลินี สริตา วิสตฺติกา สุตฺตํ วิสฏา อายูหนี ๓- ทุติยา ปณิธิ ภวเนตฺติ วนํ วนโถ สนฺถโว เสฺนโห อเปกฺขา ปฏิพนฺธา อาสา อาสึสนา อาสึสิตตฺตํ รูปาสา สทฺทาสา คนฺธาสา รสาสา โผฏฺฐพฺพาสา ลาภาสา ธนาสา ปุตฺตาสา ชีวิตาสา ชปฺปา ปชปฺปา อภิชปฺปา ชปฺปา ๔- ชปฺปนา ชปฺปิตตฺตํ โลลุปฺปา โลลุปฺปายนา โลลุปฺปายิตตฺตํ ปุจฺฉญฺจิกตา ๕- สาธุกมฺยตา อธมฺมราโค วิสมโลโภ นิกนฺติ นิกามนา ปตฺถนา ปิหนา สมฺปตฺถนา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหา นิโรธตณฺหา รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ยุ. ทฺวิรสญฺญู ฯ ๒ สตฺโตติปิ ปาโฐ ฯ ๓ ม. อายูหินี ฯ ๔ ม. ยุ.@อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๕ ม. ยุ. มุจฺฉญฺจิกตา ฯ โอโฆ โยโค คนฺโถ อุปาทานํ อาวรณํ นีวรณํ ฉทนํ พนฺธนํ อุปกฺกิเลโส อนุสโย ปริยุฏฺฐานํ ลตา เววิจฺฉํ ทุกฺขมูลํ ทุกฺขนิทานํ ๑- ทุกฺขปฺปภโว มารปาโส มารพฬิสํ มารวิสโย ตณฺหานที ตณฺหาชาลํ ตณฺหาคทฺทลํ ๒- ตณฺหาสมุทฺโท อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ✎ ร่าง
Yo rāgo sārāgo anunayo anurodho nandī nandirāgo, cittassa sārāgo icchā mucchā ajjhosānaṁ gedho paligedho saṅgo paṅko, ejā māyā janikā sañjananī sibbinī jālinī saritā visattikā, suttaṁ visatā āyūhinī dutiyā paṇidhi bhavanetti, vanaṁ vanatho sandhavo sneho apekkhā paṭibandhu, āsā āsīsanā āsīsitattaṁ, rūpāsā saddāsā gandhāsā rasāsā phoṭṭhabbāsā, lābhāsā dhanāsā puttāsā jīvitāsā, jappā pajappā abhijappā jappanā jappitattaṁ loluppaṁ loluppāyanā loluppāyitattaṁ pucchañjikatā sādhukamyatā, adhammarāgo visamalobho nikanti nikāmanā patthanā pihanā sampatthanā, kāmataṇhā bhavataṇhā vibhavataṇhā, rūpataṇhā arūpataṇhā nirodhataṇhā, rūpataṇhā saddataṇhā gandhataṇhā rasataṇhā phoṭṭhabbataṇhā dhammataṇhā, ogho yogo gantho upādānaṁ āvaraṇaṁ nīvaraṇaṁ chadanaṁ bandhanaṁ, upakkileso anusayo pariyuṭṭhānaṁ latā vevicchaṁ, dukkhamūlaṁ dukkhanidānaṁ dukkhappabhavo mārapāso mārabaḷisaṁ māravisayo, taṇhānadī taṇhājālaṁ taṇhāgaddūlaṁ taṇhāsamuddo abhijjhā lobho akusalamūlaṁ.
mnd1:29.1 #
วิสตฺติกาติ✎ ร่าง
Visattikāti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.7
mnd1:29.2 #
เกนตฺเถน วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena visattikā?
mnd1:29.3 #
วิสตาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
Visatāti visattikā;
mnd1:29.4 #
วิสาลาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visālāti visattikā;
mnd1:29.5 #
วิสฏาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṭāti visattikā;
mnd1:29.6 #
วิสกฺกตีติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visakkatīti visattikā;
mnd1:29.7 #
วิสํหรตีติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṁharatīti visattikā;
mnd1:29.8 #
วิสํวาทิกาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṁvādikāti visattikā;
mnd1:29.9 #
วิสมูลาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visamūlāti visattikā;
mnd1:29.10 #
วิสผลาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaphalāti visattikā;
mnd1:29.11 #
วิสปริโภคาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaparibhogoti visattikā;
mnd1:29.12 #
วิสาลา วา ปน สา รูเป ตณฺหา สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ กุเล คเณ อาวาเส ลาเภ ยเส ปสํสาย สุเข จีวเร ปิณฺฑปาเต เสนาสเน คิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขาเร กามธาตุยา รูปธาตุยา อรูปธาตุยา กามภเว รูปภเว อรูปภเว สญฺญาภเว อสญฺญาภเว เนวสญฺญานาสญฺญาภเว เอกโวการภเว จตุโวการภเว ปญฺจโวการภเว อตีเต อนาคเต ปจฺจุปฺปนฺเน ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ วิสฏา วิตฺถตาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visālā vā pana sā taṇhā rūpe sadde gandhe rase phoṭṭhabbe, kule gaṇe āvāse lābhe yase, pasaṁsāya sukhe cīvare piṇḍapāte senāsane gilānapaccayabhesajjaparikkhāre, kāmadhātuyā rūpadhātuyā arūpadhātuyā, kāmabhave rūpabhave arūpabhave, saññābhave asaññābhave nevasaññānāsaññābhave, ekavokārabhave catuvokārabhave pañcavokārabhave, atīte anāgate paccuppanne, diṭṭhasutamutaviññātabbesu dhammesu visaṭā vitthatāti visattikā.
mnd1:30.1 #
โลเกติ อปายโลเก มนุสฺสโลเก เทวโลเก ขนฺธโลเก ธาตุโลเก อายตนโลเก ฯ✎ ร่าง
Loketi apāyaloke manussaloke devaloke, khandhaloke dhātuloke āyatanaloke.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.11 · พุทธชยันตี 33.14
mnd1:30.2 #
สโตติ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Satoti catūhi kāraṇehi sato—
mnd1:30.3 #
กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ@เชิงอรรถ: ๑ ทุกฺขนิธานนฺติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ม. ยุ. ตณฺหาคทฺทูลํ ฯ ภาเวนฺโต สโต✎ ร่าง
kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato,
mnd1:30.4 #
เวทนาสุ✎ ร่าง
vedanāsu …
mnd1:30.5 #
จิตฺเต✎ ร่าง
citte …
mnd1:30.6 #
ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต ฯ✎ ร่าง
dhammesu dhammānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato.
mnd1:31.1 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
อ้างอิงPTS 10
mnd1:31.2 #
อสติปริวชฺชนาย สโต สติกรณียานํ ๑- ธมฺมานํ กตตฺตา สโต สติปฏิปกฺขานํ ๒- ธมฺมานํ หตตฺตา สโต สตินิมิตฺตานํ ธมฺมานํ อปฺปมุฏฺฐตฺตา ๓- สโต ฯ✎ ร่าง
asatiparivajjanāya sato, satikaraṇīyānaṁ dhammānaṁ katattā sato, satiparibandhānaṁ dhammānaṁ hatattā sato, satinimittānaṁ dhammānaṁ asammuṭṭhattā sato.
mnd1:32.1 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
mnd1:32.2 #
สติยา สมนฺนาคตตฺตา สโต สติยา วสิตตฺตา สโต สติยา ปาคุญฺญตาย สโต สติยา อปจฺโจโรหณตาย สโต ฯ✎ ร่าง
satiyā samannāgatattā sato, satiyā vasitattā sato, satiyā pāguññatāya sato, satiyā apaccorohaṇatāya sato.
mnd1:33.1 #
อปเรหิปิ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Aparehipi catūhi kāraṇehi sato—
mnd1:33.2 #
สตตฺตา สโต สนฺตตฺตา สโต สมิตตฺตา สโต สนฺตธมฺมสมนฺนาคตตฺตา สโต ฯ✎ ร่าง
sattattā sato, santattā sato, samitattā sato, santadhammasamannāgatattā sato.
mnd1:33.3 #
พุทฺธานุสฺสติยา สโต ธมฺมานุสฺสติยา สโต สงฺฆานุสฺสติยา สโต สีลานุสฺสติยา สโต จาคานุสฺสติยา สโต เทวตานุสฺสติยา สโต อานาปานสฺสติยา สโต มรณานุสฺสติยา สโต กายคตาสติยา สโต อุปสมานุสฺสติยา สโต ฯ✎ ร่าง
Buddhānussatiyā sato, dhammānussatiyā sato, saṅghānussatiyā sato, sīlānussatiyā sato, cāgānussatiyā sato, devatānussatiyā sato, ānāpānassatiyā sato, maraṇassatiyā sato, kāyagatāsatiyā sato, upasamānussatiyā sato.
mnd1:33.4 #
ยา สติ อนุสฺสติ ปฏิสฺสติ สติ สรณตา ธารณตา อปิลาปนตา อสฺสมฺมุสฺสนตา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค อยํ วุจฺจติ สติ ฯ✎ ร่าง
Yā sati anussati paṭissati sati saraṇatā dhāraṇatā apilāpanatā asammussanatā sati satindriyaṁ satibalaṁ sammāsati satisambojjhaṅgo ekāyanamaggo, ayaṁ vuccati sati.
mnd1:33.5 #
อิมาย สติยา อุเปโต โหติ สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต โส วุจฺจติ สโต ฯ✎ ร่าง
Imāya satiyā upeto hoti samupeto upagato samupagato upapanno samupapanno samannāgato, so vuccati sato.
mnd1:34.1 #
โสมํ วิสตฺติกํ โลเก สโต สมติวตฺตตีติ ยา✎ ร่าง
Somaṁ visattikaṁ loke, sato samativattatīti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.8
mnd1:34.2 #
โลเก วิสตฺติกา อิมํ โลเก วิสตฺติกํ สโต ตรติ อุตฺตรติ ปตรติ สมติกฺกมติ วีติวตฺตตีติ✎ ร่าง
Loke vā sā visattikā, loke vā taṁ visattikaṁ sato tarati uttarati patarati samatikkamati vītivattatīti—
mnd1:34.3 #
โสมํ วิสตฺติกํ โลเก สโต สมติวตฺตติ ฯ✎ ร่าง
somaṁ visattikaṁ loke, sato samativattati.
mnd1:35.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd1:36.1 #
โย กาเม ปริวชฺเชติ✎ ร่าง
“Yo kāme parivajjeti,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.12
mnd1:36.2 #
สปฺปสฺเสว ปทา สิโร✎ ร่าง
sappasseva padā siro;
mnd1:36.3 #
โสมํ วิสตฺติกํ โลเก✎ ร่าง
Somaṁ visattikaṁ loke,
mnd1:36.4 #
สโต สมติวตฺตตีติ ฯ✎ ร่าง
sato samativattatī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน