เนื้อความทั้งข้อ
[๑๔๓] คำว่า พระอรหันต์นั้นผู้ล่วงแดนแล้ว ลอยบาปแล้ว รู้และเห็นแล้ว มิได้มี
ความยึดถือ มีความว่า แดน ได้แก่ แดน ๔ อย่าง คือสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรา-
*มาส อนุสัย คือทิฏฐิ อนุสัยคือวิจิกิจฉา และเหล่ากิเลสที่ตั้งอยู่ฝ่ายเดียวกัน นี้เป็นแดนที่ ๑.
สังโยชน์คือกามราคะ สังโยชน์คือปฏิฆะ อนุสัยคือกามราคะ อนุสัยคือปฏิฆะ ส่วนหยาบๆ
และเหล่ากิเลสที่ตั้งอยู่ฝ่ายเดียวกัน นี้เป็นแดนที่ ๒. สังโยชน์คือกามราคะ สังโยชน์คือปฏิฆะ
อนุสัยคือกามราคะ อนุสัยคือปฏิฆะ ส่วนละเอียด และเหล่ากิเลสที่ตั้งอยู่ฝ่ายเดียวกัน นี้เป็น
แดนที่ ๓ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา อนุสัยคือมานะ อนุสัยคือภวราคะ
อนุสัยคืออวิชชา และเหล่ากิเลสที่ตั้งอยู่ฝ่ายเดียวกัน นี้เป็นแดนที่ ๔. เมื่อใด พระอรหันต์นั้น
เป็นผู้ก้าวล่วง ก้าวล่วงด้วยดี ล่วงเลยแดน ๔ อย่างเหล่านี้ด้วยอริยมรรค ๔ เมื่อนั้น พระ
อรหันต์นั้น จึงเรียกว่าเป็นผู้ล่วงแดนแล้ว. คำว่า ผู้ลอยบาปแล้ว คือ ชื่อว่าผู้ลอยบาป เพราะเป็น
ผู้ลอยแล้วซึ่งธรรม ๗ ประการ ฯลฯ เป็นผู้อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยแล้ว เป็นผู้คงที่ ชื่อว่า
เป็นพราหมณ์. คำว่านั้น ได้แก่พระอรหันต์ผู้ขีณาสพ. คำว่า รู้แล้ว คือรู้แล้วด้วยปรจิตญาณ
หรือด้วยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คำว่า เห็นแล้ว คือเห็นแล้วด้วยมังสจักษุ หรือด้วยทิพยจักษุ
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระอรหันต์นั้นผู้ล่วงแดนแล้ว ลอยบาปแล้ว รู้แล้ว และเห็นแล้ว
มิได้มี (ความยึดถือ). คำว่า ความยึดถือ คือ พระอรหันต์นั้น (มิได้มี) ความถือ ถือมั่น
ยึดมั่น ติดใจ น้อมใจไปว่า สิ่งนี้ยอดเยี่ยม เลิศ ประเสริฐ วิเศษ เป็นใหญ่ สูงสุด บวร.
คำว่า ไม่มี คือ ย่อมไม่มี ไม่ปรากฏ ไม่เข้าไปได้. ความยึดถือนั้น อันพระอรหันต์นั้นละ
ตัดขาด สงบ ระงับ ทำไม่ให้ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
พระอรหันต์นั้นผู้ล่วงแดนแล้ว ลอยบาปแล้ว รู้และเห็นแล้ว มิได้มีความยึดถือ.
สีมาติโต พฺราหฺมโณ ตสฺส นตฺถิ ญตฺวา จ ทิสฺวา
จ สมุคฺคหีตนฺติ✎ ร่าง
Sīmātigo brāhmaṇo tassa natthi, ñatvā va disvā va samuggahītanti.
อ้างอิงPTS 100 · ฉัฏฐสังคายนา 77.72
สีมาติ จตสฺโส สีมาโย ฯ✎ ร่าง
Sīmāti catasso sīmāyo—
สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา
สีลพฺพตปรามาโส ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ตเทกฏฺฐา
จ กิเลสา✎ ร่าง
sakkāyadiṭṭhi, vicikicchā, sīlabbataparāmāso, diṭṭhānusayo, vicikicchānusayo, tadekaṭṭhā ca kilesā—
อยํ ปฐมา สีมา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ paṭhamā sīmā.
โอฬาริกํ กามราคสญฺโญชนํ
ปฏิฆสญฺโญชนํ โอฬาริโก กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย ตเทกฏฺฐา
จ กิเลสา✎ ร่าง
Oḷārikaṁ kāmarāgasaṁyojanaṁ, paṭighasaṁyojanaṁ, oḷāriko kāmarāgānusayo, paṭighānusayo, tadekaṭṭhā ca kilesā—
อยํ ทุติยา สีมา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ dutiyā sīmā.
อณุสหคตํ กามราคสญฺโญชนํ
ปฏิฆสญฺโญชนํ อณุสหคโต กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย ตเทกฏฺฐา
จ กิเลสา✎ ร่าง
Anusahagataṁ kāmarāgasaṁyojanaṁ, paṭighasaṁyojanaṁ, anusahagato kāmarāgānusayo, paṭighānusayo, tadekaṭṭhā ca kilesā—
อยํ ตติยา สีมา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ tatiyā sīmā.
รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ
อวิชฺชา มานานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโย ตเทกฏฺฐา จ
กิเลสา✎ ร่าง
Rūparāgo arūparāgo māno uddhaccaṁ avijjā, mānānusayo bhavarāgānusayo avijjānusayo, tadekaṭṭhā ca kilesā—
อยํ จตุตฺถา สีมา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ catutthā sīmā.
ยโต จตูหิ อริยมคฺเคหิ อิมา จตสฺโส สีมาโย อติกฺกนฺโต
โหติ สมติกฺกนฺโต วีติวตฺโต โส วุจฺจติ สีมาติโต ฯ✎ ร่าง
Yato ca catūhi ariyamaggehi imā catasso sīmāyo atikkanto hoti samatikkanto vītivatto, so vuccati sīmātigo.
พฺราหฺมโณติ สตฺตนฺนํ
ธมฺมานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ ฯ✎ ร่าง
Brāhmaṇoti sattannaṁ dhammānaṁ bāhitattā brāhmaṇo—
เปฯ✎ ร่าง
sakkāyadiṭṭhi bāhitā hoti, vicikicchā bāhitā hoti, sīlabbataparāmāso bāhito hoti …pe…
อนิสฺสิโต ตาทิ ปวุจฺจเต ส
พฺรหฺมา ฯ✎ ร่าง
asito tādi pavuccate sa brahmā.
ตสฺสาติ อรหโต ขีณาสวสฺส ฯ✎ ร่าง
Tassāti arahato khīṇāsavassa.
ญตฺวาติ ปรจิตฺตญาเณน
วา ญตฺวา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน วา ญตฺวา ฯ✎ ร่าง
Ñatvāti paracittañāṇena vā ñatvā pubbenivāsānussatiñāṇena vā ñatvā.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.120
ทิสฺวาติ มํสจกฺขุนา
วา✎ ร่าง
Disvāti maṁsacakkhunā vā disvā dibbacakkhunā vā disvā.