‹ กลับ
ชราสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 211 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๒๕๘๖ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๑๑] คำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่แสดงตนในภพนั้นว่า เป็นความพร้อมเพรียง มีความว่า ความพร้อมเพรียง ได้แก่ สามัคคี ๓ อย่าง คือ คณะสามัคคี ๑ ธรรมสามัคคี ๑ อนภินิพพัตติสามัคคี ๑. คณะสามัคคีเป็นไฉน? ภิกษุทั้งหลายแม้มาก พร้อมเพรียงกัน ชื่นชมกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดังว่าน้ำเจือด้วยน้ำนม แลดูกันและกันด้วยจักษุเป็นที่รักอยู่ นี้ชื่อว่า คณะสามัคคี. ธรรมสามัคคีเป็นไฉน? สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่านั้นย่อมแล่นไป ผ่องใส ประดิษฐานด้วยดี พ้นวิเศษโดยความเป็นอันเดียวกัน ความขัดแย้งกันแห่งธรรมเหล่านั้นย่อมไม่มี นี้ชื่อว่า ธรรม สามัคคี. อนภินิพพัตติสามัคคีเป็นไฉน? ภิกษุทั้งหลายแม้มาก ย่อมปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสส- *นิพพานธาตุ ความเป็นของบกพร่องหรือเต็มล้นไปแห่งนิพพานธาตุของภิกษุเหล่านั้น ย่อมไม่ ปรากฏ นี้ชื่อว่า อนภินิพพัตติสามัคคี. คำว่า ในภพ คือ นรก เป็นภพของพวกสัตว์ที่เกิดในนรก กำเนิดดิรัจฉาน เป็นภพ ของพวกสัตว์ที่เกิดในกำเนิดดิรัจฉาน เปรตวิสัย เป็นภพของพวกสัตว์ที่เกิดในเปรตวิสัย มนุษย- *โลกเป็นภพของพวกมนุษย์ เทวโลกเป็นภพของพวกเทวดา. คำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่ แสดงตนในภพนั้นว่า เป็นความพร้อมเพรียง คือ บัณฑิตทั้งหลาย กล่าว บอก พูด แสดง แถลง อย่างนี้ว่า ภิกษุใดปฏิบัติแล้วอย่างนี้ ไม่พึงแสดงตนในนรก กำเนิดดิรัจฉาน เปรตวิสัย มนุษย- *โลก เทวโลก การไม่แสดงตนของภิกษุนั้น เป็นความพร้อมเพรียง คือ ข้อนั้นเป็นการปกปิด เป็นการควร สมควร เป็นอนุโลม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่แสดง ตนในภพนั้นว่า เป็นความพร้อมเพรียง. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวการไม่แสดงตนในภพนั้น ของภิกษุผู้ประพฤติ หลีกเร้น ผู้คบที่นั่งอันสงัดว่า เป็นความพร้อมเพรียง.
เทียบรายประโยค (24 ประโยค)
mnd6:70.1 #
สามคฺคิยมาหุ ตสฺส ตํ โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเยติ✎ ร่าง
Sāmaggiyamāhu tassa taṁ, yo attānaṁ bhavane na dassayeti.
อ้างอิงPTS 132 · สยามรัฐ 29.159 · พุทธชยันตี 33.182
mnd6:70.2 #
สามคฺคิยาติ ติสฺโส สามคฺคิโย✎ ร่าง
Sāmaggiyoti tisso sāmaggiyo—
mnd6:70.3 #
คณสามคฺคี ธมฺมสามคฺคี อนภินิพฺพตฺติสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
gaṇasāmaggī, dhammasāmaggī, anabhinibbattisāmaggī.
mnd6:70.4 #
กตมา คณสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
Katamā gaṇasāmaggī?
mnd6:70.5 #
พหู เจปิ ภิกฺขู สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ✎ ร่าง
Bahū cepi bhikkhū samaggā sammodamānā avivadamānā khīrodakībhūtā aññamaññaṁ piyacakkhūhi sampassantā viharanti—
mnd6:70.6 #
อยํ คณสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
ayaṁ gaṇasāmaggī.
mnd6:70.7 #
กตมา ธมฺมสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
Katamā dhammasāmaggī?
mnd6:70.8 #
จตฺตาโร สติปฏฺฐานา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตฺตาโร อิทฺธิปฺปาทา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค✎ ร่าง
Cattāro satipaṭṭhānā, cattāro sammappadhānā, cattāro iddhipādā, pañcindriyāni, pañca balāni, satta bojjhaṅgā, ariyo aṭṭhaṅgiko maggo.
mnd6:70.9 #
เต เอกโต ปกฺขนฺทนฺติ ปสีทนฺติ สมฺปติฏฺฐนฺติ วิมุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Te ekato pakkhandanti pasīdanti sampatiṭṭhanti vimuccanti;
mnd6:70.10 #
น เตสํ ธมฺมานํ วิวาโท วิปฺปวาโท อตฺถิ✎ ร่าง
na tesaṁ dhammānaṁ vivādo pavivādo atthi—
mnd6:70.11 #
อยํ ธมฺมสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
ayaṁ dhammasāmaggī.
mnd6:70.12 #
กตมา อนภินิพฺพตฺติสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
Katamā anabhinibbattisāmaggī?
mnd6:70.13 #
พหู เจปิ ภิกฺขู อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายนฺติ✎ ร่าง
Bahū cepi bhikkhū anupādisesāya nibbānadhātuyā parinibbāyanti;
mnd6:70.14 #
น เตสํ นิพฺพานธาตุยา โอนตฺตํ วา ปุณฺณตฺตํ วา ปญฺญายติ✎ ร่าง
na tesaṁ nibbānadhātuyā ūnattaṁ vā puṇṇattaṁ vā paññāyati—
mnd6:70.15 #
อยํ อนภินิพฺพตฺติสามคฺคี ฯ✎ ร่าง
ayaṁ anabhinibbattisāmaggī.
mnd6:70.16 #
ภวเนติ เนรยิกานํ นิรโย ภวนํ ติรจฺฉานโยนิกานํ ติรจฺฉานโยนิ ภวนํ ปิตฺติวิสยิกานํ ปิตฺติวิสโย ภวนํ มนุสฺสานํ มนุสฺสโลโก ภวนํ เทวานํ เทวโลโก ภวนํ ฯ✎ ร่าง
Bhavaneti nerayikānaṁ nirayo bhavanaṁ, tiracchānayonikānaṁ tiracchānayoni bhavanaṁ, pettivisayikānaṁ pettivisayo bhavanaṁ, manussānaṁ manussaloko bhavanaṁ, devānaṁ devaloko bhavananti.
mnd6:70.17 #
สามคฺคิยมาหุ ตสฺส ตํ โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเยติ✎ ร่าง
Sāmaggiyamāhu tassa taṁ, yo attānaṁ bhavane na dassayeti.
mnd6:70.18 #
ตสฺเสสา สามคฺคี เอตํ ฉนฺนํ เอตํ ปฏิรูปํ เอตํ อนุจฺฉวิกํ เอตํ อนุโลมํ โย เอวํ ปฏิปนฺโน ๑- นิรเย อตฺตานํ น ทสฺเสยฺย ติรจฺฉานโยนิยา อตฺตานํ น ทสฺเสยฺย ปิตฺติวิสเย อตฺตานํ น ทสฺเสยฺย มนุสฺสโลเก อตฺตานํ น ทสฺเสยฺย เทวโลเก อตฺตานํ น ทสฺเสยฺยาติ เอวมาหุ เอวมาหํสุ เอวํ กเถนฺติ เอวํ ภณนฺติ เอวํ ทีปยนฺติ เอวํ โวหรนฺตีติ✎ ร่าง
Tassesā sāmaggī etaṁ channaṁ etaṁ patirūpaṁ etaṁ anucchavikaṁ etaṁ anulomaṁ, yo evaṁ paṭicchanne niraye attānaṁ na dasseyya, tiracchānayoniyaṁ attānaṁ na dasseyya, pettivisaye attānaṁ na dasseyya, manussaloke attānaṁ na dasseyya, devaloke attānaṁ na dasseyyāti evamāhaṁsu evaṁ kathenti evaṁ bhaṇanti evaṁ dīpayanti evaṁ voharantīti—
mnd6:70.19 #
สามคฺคิยมาหุ ตสฺส ตํ โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเย ฯ✎ ร่าง
sāmaggiyamāhu tassa taṁ, yo attānaṁ bhavane na dassaye.
mnd6:71.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd6:72.1 #
ปฏิลีนจรสฺส ภิกฺขุโน✎ ร่าง
“Patilīnacarassa bhikkhuno,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.160
mnd6:72.2 #
ภชมานสฺส วิวิตฺตมาสนํ✎ ร่าง
Bhajamānassa vivittamāsanaṁ;
mnd6:72.3 #
สามคฺคิยมาหุ ตสฺส ตํ✎ ร่าง
Sāmaggiyamāhu tassa taṁ,
mnd6:72.4 #
โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเยติ ฯ✎ ร่าง
Yo attānaṁ bhavane na dassaye”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน