‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 229 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๒๙] คำว่า จะศึกษาในวิเวก มีความว่า วิเวก ได้แก่ วิเวก ๓ คือ กายวิเวก ๑ จิตตวิเวก ๑ อุปธิวิเวก ๑. กายวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมซ่องเสพเสนาสนะอันสงัด คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง และเป็นผู้สงัดด้วยกายอยู่ คือ เดินผู้เดียว ยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเพื่อบิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่งอยู่ใน ที่หลีกเร้นผู้เดียว อธิษฐานจงกรมผู้เดียว เป็นผู้เดียวเที่ยว อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ให้เป็นไป นี้ชื่อว่า กายวิเวก. จิตตวิเวกเป็นไฉน? ภิกษุเข้าปฐมฌาน มีจิตสงัดจากนิวรณ์ เข้าทุติยฌาน มีจิตสงัด จากวิตกและวิจาร เข้าตติยฌาน มีจิตสงัดจากปีติ เข้าจตุตถฌาน มีจิตสงัดจากสุขและทุกข์ เข้าอากาสานัญจายตนฌาน มีจิตสงัดจากรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา เข้าวิญญาณัญจา ยตนฌาน มีจิตสงัดจากอากาสานัญจายตนสัญญา เข้าอากิญจัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจาก วิญญาณัญจายตนสัญญา เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน มีจิตสงัดจากอากิญจัญญายตนสัญญา (เมื่อภิกษุนั้น) เป็นโสดาบันบุคคล มีจิตสงัดจากสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ทิฏฐา นุสัย วิจิกิจฉานุสัย และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับสักกายทิฏฐิเป็นต้นนั้น เป็นพระ สกทาคามี มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่าง หยาบๆ และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับกามราคสังโยชน์เป็นต้นนั้น เป็นพระอนาคามี มีจิตสงัดจากกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อย่างละเอียดๆ และจากกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับกามราคสังโยชน์อย่างละเอียดเป็นต้นนั้น เป็นพระ- *อรหันต์ มีจิตสงัดจากรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา มานานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย กิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับรูปราคะเป็นต้นนั้น และจากสังขารนิมิตทั้งปวงใน ภายนอก นี้ชื่อว่า จิตตวิเวก. อุปธิวิเวกเป็นไฉน? กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี เรียกว่าอุปธิ. อมตนิพพาน เรียกว่าอุปธิวิเวก ได้แก่ ความระงับสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอก ความดับ ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด นี้ชื่อว่า อุปธิวิเวก. ก็กายวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้มีกายหลีกออก ผู้ยินดียิ่งในเนกขัมมะ จิตตวิเวก ย่อมมี แก่บุคคลผู้มีจิตบริสุทธิ์ ถึงซึ่งความเป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วอย่างยิ่ง อุปธิวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้หมด อุปธิ ถึงซึ่งนิพพานอันเป็นวิสังขาร. (๑)- @(๑) ดูข้อ ๓๓ คำว่า จะศึกษาในวิเวก มีความว่า พระเถระนั้นมีสิกขาอันศึกษาแล้วโดยปกติ อีกอย่างหนึ่ง พระเถระนั้นเมื่อจะทูลขอพระธรรมเทศนา จึงทูลอย่างนี้ว่า จะศึกษาในวิเวก. เพราะเหตุนั้น พระติสสเมตเตยยเถระจึงทูลว่า (ท่านติสสเมตเตยยะกราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้หาทุกข์ มิได้ ขอพระองค์จงตรัสบอกความคับแค้นของบุคคลผู้ประกอบเนืองๆ ในเมถุนธรรม พวกข้าพระองค์ได้ฟังคำสอนของพระองค์แล้วจะศึกษา ในวิเวก.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
mnd7:8.1 #
วิเวเก สิกฺขิสามเสติ✎ ร่าง
Viveke sikkhissāmaseti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.171 · พุทธชยันตี 33.194
mnd7:8.2 #
วิเวโกติ ตโย วิเวกา✎ ร่าง
Vivekoti tayo vivekā—
mnd7:8.3 #
กายวิเวโก จิตฺตวิเวโก อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
kāyaviveko, cittaviveko, upadhiviveko.
mnd7:8.4 #
กตโม กายวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo kāyaviveko?
mnd7:8.5 #
อิธ ภิกฺขุ วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อนุสาสนํ ฯ สพฺพตฺถ อีทิสเมว ฯ ปลาลปุญฺชํ กาเยน จ ๑- วิวิตฺโต วิหรติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu vivittaṁ senāsanaṁ bhajati araññaṁ rukkhamūlaṁ pabbataṁ kandaraṁ giriguhaṁ susānaṁ vanapatthaṁ abbhokāsaṁ palāsapuñjaṁ, kāyena vivitto viharati.
mnd7:8.6 #
โส เอโก คจฺฉติ เอโก ติฏฺฐติ เอโก นิสีทติ เอโก เสยฺยํ กปฺเปติ เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ เอโก ปฏิกฺกมติ เอโก รโห นิสีทติ เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ เอโก จรติ วิหรติ อิริยติ วตฺตติ ปาเลติ ยเปติ ยาเปติ✎ ร่าง
So eko gacchati, eko tiṭṭhati, eko nisīdati, eko seyyaṁ kappeti, eko gāmaṁ piṇḍāya pavisati, eko paṭikkamati, eko raho nisīdati, eko caṅkamaṁ adhiṭṭhāti, eko carati, eko viharati iriyati vattati pāleti yapeti yāpeti—
mnd7:8.7 #
อยํ กายวิเวโก ฯ✎ ร่าง
ayaṁ kāyaviveko.
mnd7:9.1 #
กตโม จิตฺตวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo cittaviveko?
อ้างอิงPTS 141 · สยามรัฐ 29.172 · ฉัฏฐสังคายนา 77.103
mnd7:9.2 #
ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส นีวรเณหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ jhānaṁ samāpannassa nīvaraṇehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.3 #
ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจาเรหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
dutiyaṁ jhānaṁ samāpannassa vitakkavicārehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.4 #
ตติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติยา จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
tatiyaṁ jhānaṁ samāpannassa pītiyā cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.5 #
จตุตฺถํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส สุขทุกฺเขหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
catutthaṁ jhānaṁ samāpannassa sukhadukkhehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.6 #
อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญาย ปฏิฆสญฺญาย นานตฺตสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
ākāsānañcāyatanaṁ samāpannassa rūpasaññāya paṭighasaññāya nānattasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.7 #
วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส อากาสานญฺจายตน- สญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
viññāṇañcāyatanaṁ samāpannassa ākāsānañcāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.8 #
อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
ākiñcaññāyatanaṁ samāpannassa viññāṇañcāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.9 #
เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
nevasaññānāsaññāyatanaṁ samāpannassa ākiñcaññāyatanasaññāya cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.10 #
โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิยา วิจิกิจฺฉาย สีลพฺพตฺตปรามาสา ทิฏฺฐานุสยา วิจิกิจฺฉานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
sotāpannassa sakkāyadiṭṭhiyā vicikicchāya sīlabbataparāmāsā diṭṭhānusayā vicikicchānusayā tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.11 #
สกทาคามิสฺส โอฬาริกา กามราคสญฺโญชนา ปฏิฆสญฺโญชนา โอฬาริกา กามราคานุสยา ปฏิฆานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
sakadāgāmissa oḷārikā kāmarāgasaṁyojanā paṭighasaṁyojanā oḷārikā kāmarāgānusayā paṭighānusayā tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.12 #
อนาคามิสฺส อณุสหคตา กามราคสญฺโญชนา ปฏิฆสญฺโญชนา @เชิงอรรถ: ๑ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ อณุสหคตา กามราคานุสยา ปฏิฆานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
anāgāmissa anusahagatā kāmarāgasaṁyojanā paṭighasaṁyojanā anusahagatā kāmarāgānusayā paṭighānusayā tadekaṭṭhehi ca kilesehi cittaṁ vivittaṁ hoti,
mnd7:9.13 #
อรหโต รูปราคา อรูปราคา มานา อุทฺธจฺจา อวิชฺชาย มานานุสยา ภวราคานุสยา อวิชฺชานุสยา ตเทกฏฺเฐหิ จ กิเลเสหิ พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ✎ ร่าง
arahato rūparāgā arūparāgā mānā uddhaccā avijjāya mānānusayā bhavarāgānusayā avijjānusayā tadekaṭṭhehi ca kilesehi bahiddhā ca sabbanimittehi cittaṁ vivittaṁ hoti—
mnd7:9.14 #
อยํ จิตฺตวิเวโก ฯ✎ ร่าง
ayaṁ cittaviveko.
mnd7:10.1 #
กตโม อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
Katamo upadhiviveko?
mnd7:10.2 #
อุปธิ วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ ฯ✎ ร่าง
Upadhi vuccanti kilesā ca khandhā ca abhisaṅkhārā ca.
mnd7:10.3 #
อุปธิวิเวโก วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Upadhiviveko vuccati amataṁ nibbānaṁ.
mnd7:10.4 #
โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Yo so sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ—
mnd7:10.5 #
อยํ อุปธิวิเวโก ฯ✎ ร่าง
ayaṁ upadhiviveko.
mnd7:10.6 #
กายวิเวโก จ วูปกฏฺฐกายานํ ๑- เนกฺขมฺมาภิรตานํ✎ ร่าง
Kāyaviveko ca vivekaṭṭhakāyānaṁ nekkhammābhiratānaṁ;
mnd7:10.7 #
จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ✎ ร่าง
cittaviveko ca parisuddhacittānaṁ paramavodānappattānaṁ;
mnd7:10.8 #
อุปธิวิเวโก จ นิรูปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตานํ ฯ✎ ร่าง
upadhiviveko ca nirūpadhīnaṁ puggalānaṁ visaṅkhāragatānaṁ.
mnd7:10.9 #
วิเวเก สิกฺขิสามเสติ✎ ร่าง
Viveke sikkhissāmaseti.
mnd7:10.10 #
โส เถโร ปกติยา สิกฺขิตสิกฺโข✎ ร่าง
So thero pakatiyā sikkhitasikkho.
mnd7:10.11 #
อปิจ ธมฺมเทสนํ✎ ร่าง
Api ca dhammadesanaṁ upādāya dhammadesanaṁ sāvento evamāha—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน