‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 245 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๕] คำว่า ได้ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น มีความว่า ชนเหล่าอื่น คือ อุปัชฌายะบ้าง อาจารย์บ้าง พวกชั้นอุปัชฌายะบ้าง พวกชั้นอาจารย์ บ้าง มิตรบ้าง คนที่เคยเห็นกันบ้าง คนที่เคยคบกันบ้าง คนที่เป็นสหายบ้าง ย่อมตักเตือนว่า ดูกรอาวุโส ไม่ใช่ลาภของท่าน ท่านได้ไม่ดีแล้ว คือ ข้อที่ท่านได้พระศาสดาผู้ยิ่งใหญ่เห็นปานนี้ บวชในธรรมวินัยที่พระศาสดาตรัสดีแล้วอย่างนี้ ได้หมู่คณะพระอริยเจ้าเห็นปานนี้แล้ว บอกคืน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สิกขาแล้ว เวียนมาเพื่อความเป็นคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่ง เมถุนธรรมอันเลว ท่านเป็นผู้ไม่มีศรัทธาบ้าง หิริบ้าง โอตตัปปะบ้าง วิริยะบ้าง สติบ้าง ปัญญา บ้าง ในกุศลธรรมทั้งหลาย ดังนี้ ภิกษุนั้น ได้ยิน ได้ฟัง กำหนด พิจารณา ตรวจตราแล้ว ซึ่ง ถ้อยคำ คำเป็นคลอง คำแสดง คำสั่งสอน ของอุปัชฌายะเป็นต้นเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน คือ ขวยเขิน อึดอัด กระดากอาย เสียใจ. คำว่า เป็นผู้เช่นนั้น คือ ภิกษุผู้หมุนไปผิดนั้น ย่อมเป็นผู้เช่นนั้น เป็นผู้เหมือนกันเช่นนั้น เป็นผู้ดำรงอยู่อย่างนั้น เป็นผู้มีประการอย่างนั้น เป็นผู้ชนิดนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ได้ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว เป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ภิกษุนั้น ถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา เหมือนคนกำพร้า ได้ยิน เสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น.
เทียบรายประโยค (13 ประโยค)
mnd7:42.1 #
สุตฺวา ปเรสํ นิคฺโฆสํ มงฺกุ โหติ ตถาวิโธติ✎ ร่าง
Sutvā paresaṁ nigghosaṁ, maṅku hoti tathāvidhoti.
อ้างอิงPTS 151 · สยามรัฐ 29.184 · พุทธชยันตี 33.208
mnd7:42.2 #
ปเรสนฺติ อุปชฺฌายกา ๗- วา อาจริยกา วา สมานุปชฺฌายกา วา สมานาจริยกา วา มิตฺตา วา สนฺทิฏฺฐา วา สมฺภตฺตา วา สหายา วา โจเทนฺติ✎ ร่าง
Paresanti upajjhāyā vā ācariyā vā samānupajjhāyakā vā samānācariyakā vā mittā vā sandiṭṭhā vā sambhattā vā sahāyā vā codenti—
mnd7:42.3 #
ตสฺส เต โข อาวุโส อลาภา ตสฺส เต ทุลฺลทฺธํ ยํ ตฺวํ เอวรูปํ อุฬารํ สตฺถารํ ลภิตฺวา เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตฺวา เอวรูปํ อริยคณํ ลภิตฺวา หีนสฺส เมถุนธมฺมสฺส การณา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปิหิโต ฯ ๒-๔-๖ ม. อปชฺฌายติ ฯ ๓-๕ ม. ยุ. มคยมาโน ฯ@๗ ม. อุปชฺฌายา วา อาจริยา วา ฯ พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโตสิ✎ ร่าง
“tassa te, āvuso, alābhā, tassa te dulladdhaṁ, yaṁ tvaṁ evarūpaṁ uḷāraṁ satthāraṁ labhitvā evaṁ svākkhāte dhammavinaye pabbajitvā evarūpaṁ ariyagaṇaṁ labhitvā hīnassa methunadhammassa kāraṇā buddhaṁ dhammaṁ saṅghaṁ sikkhaṁ paccakkhāya hīnāyāvattosi.
mnd7:42.4 #
สทฺธาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ หิริปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ โอตฺตปฺปมฺปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ วิริยมฺปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สติปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ปญฺญาปิ นาม เต นาโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสูติ✎ ร่าง
Saddhāpi nāma te nāhosi kusalesu dhammesu, hirīpi nāma te nāhosi kusalesu dhammesu, ottappampi nāma te nāhosi kusalesu dhammesu, vīriyampi nāma te nāhosi kusalesu dhammesu, satipi nāma te nāhosi kusalesu dhammesu, paññāpi nāma te nāhosi kusalesu dhammesū”ti.
mnd7:42.5 #
เตสํ วจนํ พฺยปฺปถํ เทสนํ อนุสิฏฺฐึ สุตฺวา สุณิตฺวา อุคฺคเหตฺวา อุปธารยิตฺวา อุปลกฺขยิตฺวา มงฺกุ โหติ ปีฬิโต ฆฏฺฏิโต พฺยตฺถิโต ๑- โทมนสฺสิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tesaṁ vacanaṁ byappathaṁ desanaṁ anusāsanaṁ anusiṭṭhiṁ sutvā suṇitvā uggahetvā upadhārayitvā upalakkhayitvā maṅku hoti, pīḷito ghaṭṭito byādhito domanassito hoti.
mnd7:42.6 #
ตถาวิโธติ ตถาวิโธ ตาทิโส ตสฺสณฺฐิโต ตปฺปกาโร ตปฺปฏิภาโค✎ ร่าง
Tathāvidhoti tathāvidho tādiso tassaṇṭhito tappakāro tappaṭibhāgo.
mnd7:42.7 #
โย โส วิพฺภนฺตโกติ✎ ร่าง
Yo so vibbhantakoti—
mnd7:42.8 #
สุตฺวา ปเรสํ นิคฺโฆสํ มงฺกุ โหติ ตถาวิโธ ฯ✎ ร่าง
sutvā paresaṁ nigghosaṁ maṅku hoti tathāvidho.
mnd7:43.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd7:44.1 #
สงฺกปฺเปหิ ปเรโต โส✎ ร่าง
“Saṅkappehi pareto so,
mnd7:44.2 #
กปโณ วิย ฌายติ✎ ร่าง
kapaṇo viya jhāyati;
mnd7:44.3 #
สุตฺวา ปเรสํ นิคฺโฆสํ✎ ร่าง
Sutvā paresaṁ nigghosaṁ,
mnd7:44.4 #
มงฺกุ โหติ ตถาวิโธติ ฯ✎ ร่าง
maṅku hoti tathāvidho”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน