เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๗] คำว่า ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกวาทะของชนอื่นตักเตือน ย่อมกระทำศาตรา มี
ความว่า ศัพท์ว่า อถ เป็นบทสนธิ เป็นอุปสรรค เป็นบทปูรณะ เป็นศัพท์ประชุมอักษร เป็นศัพท์
มีพยัญชนะสละสลวย เป็นลำดับบท. คำว่า ศาตรา ได้แก่ ศาตรา ๓ อย่าง คือ ศาตราทางกาย ๑
ศาตราทางวาจา ๑ ศาตราทางใจ ๑ กายทุจริต ๓ อย่าง เป็นศาตราทางกาย วจีทุจริต ๔ อย่าง เป็น
ศาตราทางวาจา มโนทุจริต ๓ อย่าง เป็นศาตราทางใจ. คำว่า ถูกวาทะของชนอื่นตักเตือน คือ
ภิกษุนั้น อันอุปัชฌายะบ้าง อาจารย์บ้าง พวกชั้นอุปัชฌายะบ้าง พวกชั้นอาจารย์บ้าง มิตรบ้าง คนที่
เคยเห็นกันบ้าง คนที่เคยคบกันบ้าง คนที่เป็นสหายกันบ้าง ตักเตือนแล้ว ย่อมกล่าวเท็จทั้งรู้ คือ
ย่อมกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักในบรรพชา แต่ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงมารดา ฉะนั้น
จึงต้องลาสิกขา ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงบิดา ข้าพเจ้าต้องเลี้ยงพี่ชายน้องชาย ต้องเลี้ยงพี่สาวน้องสาว
ต้องเลี้ยงบุตร ต้องเลี้ยงธิดา ต้องเลี้ยงมิตร ต้องเลี้ยงพวกพ้อง ต้องเลี้ยงญาติ ต้องเลี้ยงคนที่
สืบเชื้อสาย ฉะนั้น จึงต้องลาสิกขา ดังนี้ ชื่อว่าย่อมทำศาตราทางวาจา คือ ย่อมให้ศาตราทางวาจา
เกิดขึ้น เกิดขึ้นพร้อม ให้บังเกิด ให้บังเกิดเฉพาะ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ลำดับนั้น ภิกษุนั้น
ถูกวาทะของชนอื่นตักเตือนแล้ว ย่อมกระทำศาตรา.
อถ สตฺถานิ กุรุเต ปรวาเทหิ โจทิโตติ✎ ร่าง
Atha satthāni kurute, paravādehi coditoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.185 · ฉัฏฐสังคายนา 77.111
อถาติ
ปทสนฺธิ ปทสํสคฺโค ปทปาริปูริ อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา
ปทานุปุพฺพตาเมตํ✎ ร่าง
Athāti padasandhi padasaṁsaggo padapāripūrī akkharasamavāyo byañjanasiliṭṭhatā padānupubbatāpetaṁ—
สตฺถานีติ ตีณิ สตฺถานิ✎ ร่าง
Satthānīti tīṇi satthāni—
กายสตฺถํ
วจีสตฺถํ มโนสตฺถํ ฯ✎ ร่าง
kāyasatthaṁ, vacīsatthaṁ, manosatthaṁ.
ติวิธํ กายทุจฺจริตํ กายสตฺถํ จตุพฺพิธํ
วจีทุจฺจริตํ วจีสตฺถํ ติวิธํ มโนทุจฺจริตํ มโนสตฺถํ ฯ✎ ร่าง
Tividhaṁ kāyaduccaritaṁ kāyasatthaṁ, catubbidhaṁ vacīduccaritaṁ vacīsatthaṁ, tividhaṁ manoduccaritaṁ manosatthaṁ.
ปรวาเทหิ
โจทิโตติ✎ ร่าง
Paravādehi coditoti.
อุปชฺฌายเกหิ วา อาจริยเกหิ วา สมานุปชฺฌายเกหิ วา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. พฺยาธิโต ฯ ๒ ม. ...เปตํ ฯ
สมานาจริยเกหิ วา มิตฺเตหิ วา สนฺทิฏฺเฐหิ วา สมฺภตฺเตหิ วา
สหาเยหิ วา โจทิโต สมฺปชานมุสา ภาสติ✎ ร่าง
Upajjhāyehi vā ācariyehi vā samānupajjhāyakehi vā samānācariyakehi vā mittehi vā sandiṭṭhehi vā sambhattehi vā sahāyehi vā codito sampajānamusā bhāsati.
อภิรโต อหํ ภนฺเต
อโหสึ ปพฺพชฺชาย✎ ร่าง
“Abhirato ahaṁ, bhante, ahosiṁ pabbajjāya.
มาตา เม โปเสตพฺพา เตนมฺหิ วิพฺภนฺโตติ
ภณติ✎ ร่าง
Mātā me posetabbā, tenamhi vibbhanto”ti bhaṇati.
ปิตา เม โปเสตพฺโพ เตนมฺหิ วิพฺภนฺโตติ ภณติ✎ ร่าง
“Pitā me posetabbo, tenamhi vibbhanto”ti bhaṇati.
ภาตา
เม โปเสตพฺโพ✎ ร่าง
“Bhātā me posetabbo …
ภคินี เม โปเสตพฺพา✎ ร่าง
bhaginī me posetabbā …
ปุตฺโต เม โปเสตพฺโพ✎ ร่าง
putto me posetabbo …
ธีตา เม โปเสตพฺพา✎ ร่าง
dhītā me posetabbā …
มิตฺตา เม โปเสตพฺพา✎ ร่าง
mittā me posetabbā …
อมจฺจา เม
โปเสตพฺพา✎ ร่าง
amaccā me posetabbā …
ญาตกา เม โปเสตพฺพา✎ ร่าง
ñātakā me posetabbā …
สาโลหิตา เม โปเสตพฺพา
เตนมฺหิ วิพฺภนฺโตติ ภณติ✎ ร่าง
sālohitā me posetabbā, tenamhi vibbhanto”ti bhaṇati.
วจีสตฺถํ กโรติ✎ ร่าง
Vacīsatthaṁ karoti saṅkaroti janeti sañjaneti nibbatteti abhinibbattetīti—