‹ กลับ
ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 249 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๓๐๘๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๙] คำว่า ภิกษุนั้นย่อมหยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ มีความว่า มุสาวาท เรียกว่า ความเป็นผู้พูดเท็จ. บุคคลบางคนในโลกนี้ อยู่ในสภาก็ดี อยู่ในที่ประชุมชนก็ดี อยู่ในท่ามกลาง ญาติก็ดี อยู่ในท่ามกลางสมาคมก็ดี อยู่ในท่ามกลางราชสกุลก็ดี ถูกเขานำไปถามเป็นพยานว่า มาเถิดบุรุษผู้เจริญ ท่านรู้สิ่งใด ก็จงบอกสิ่งนั้น. บุคคลนั้น เมื่อไม่รู้ก็บอกว่ารู้บ้าง เมื่อรู้ก็บอกว่า ไม่รู้บ้าง เมื่อไม่เห็นก็บอกว่าเห็นบ้าง เมื่อเห็นก็บอกว่าไม่เห็นบ้าง ย่อมกล่าวเท็จทั้งรู้ เพราะ เหตุแห่งตนบ้าง เพราะเหตุแห่งผู้อื่นบ้าง เพราะเห็นแก่อามิสเล็กน้อยบ้าง ด้วยประการดังนี้ นี้ เรียกว่า ความเป็นผู้พูดเท็จ. อีกอย่างหนึ่ง มุสาวาทย่อมมีด้วยอาการ ๓ คือ ในเบื้องต้น บุคคลนั้น ก็มีความรู้ว่า เราจักพูดเท็จ เมื่อพูดอยู่ก็รู้ว่า เรากำลังพูดเท็จ เมื่อพูดแล้วก็รู้ว่า เราพูดเท็จแล้ว มุสาวาทย่อมมีด้วยอาการ ๓ นี้. อนึ่ง มุสาวาทย่อมมีด้วยอาการ ๔ ย่อมมีด้วยอาการ ๕ ย่อมมี ด้วยอาการ ๖ ย่อมมีด้วยอาการ ๗ ย่อมมีด้วยอาการ ๘ คือ ในเบื้องต้น บุคคลนั้นก็มีความรู้ว่า เราจักพูดเท็จ เมื่อพูดอยู่ก็รู้ว่า เรากำลังพูดเท็จ เมื่อพูดแล้วก็รู้ว่า เราพูดเท็จแล้ว ปิดบังซึ่งทิฏฐิ ความควร ความชอบใจ ความสำคัญ ความจริง มุสาวาทย่อมมีด้วยอาการ ๘ นี้. คำว่า ย่อมหยั่งลง สู่ความเป็นผู้พูดเท็จ คือ ย่อมหยั่งลง ก้าวลง ยึดถือ เข้าไปสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมหยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ลำดับนั้น ภิกษุนั้น ถูกวาทะของชนอื่นตักเตือนแล้ว ย่อมกระทำศาตรา การกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่นั้น เป็นเครื่องผูกพันภิกษุนั้น ภิกษุนั้นย่อมหยั่งลง สู่ความเป็นผู้พูดเท็จ.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
mnd7:48.1 #
โมสวชฺชํ ปคาหตีติ✎ ร่าง
Mosavajjaṁ pagāhatīti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.186
mnd7:48.2 #
โมสวชฺชํ วุจฺจติ มุสาวาโท ฯ✎ ร่าง
Mosavajjaṁ vuccati musāvādo.
mnd7:48.3 #
อิเธกจฺโจ สภคฺคโต วา ปริสคฺคโต วา ญาติมชฺฌคโต วา ปูคมชฺฌคโต วา ราชกุลมชฺฌคโต วา อภินีโต สกฺขิปุฏฺโฐ✎ ร่าง
Idhekacco sabhaggato vā parisaggato vā ñātimajjhagato vā pūgamajjhagato vā rājakulamajjhagato vā abhinīto sakkhipuṭṭho—
mnd7:48.4 #
เอหิ ๒- โภ ปุริส ยํ ชานาสิ ตํ วเทหีติ ฯ✎ ร่าง
“ehambho purisa, yaṁ jānāsi taṁ vadehī”ti,
mnd7:48.5 #
โส อชานํ วา อาห ชานามีติ✎ ร่าง
so ajānaṁ vā āha—“jānāmī”ti,
mnd7:48.6 #
ชานํ วา อาห น ชานามีติ✎ ร่าง
jānaṁ vā āha—“na jānāmī”ti,
mnd7:48.7 #
อปสฺสํ วา อาห ปสฺสามีติ✎ ร่าง
apassaṁ vā āha—“passāmī”ti,
mnd7:48.8 #
ปสฺสํ วา อาห น ปสฺสามีติ✎ ร่าง
passaṁ vā āha—“na passāmī”ti.
mnd7:48.9 #
อิติ อตฺตเหตุ วา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สงฺกโรติ ฯ ๒ โป. ม. เอหมฺโภ ฯ ปรเหตุ วา อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา สมฺปชานมุสา ภาสติ ฯ✎ ร่าง
Iti attahetu vā parahetu vā āmisakiñcikkhahetu vā sampajānamusā bhāsati—
mnd7:48.10 #
อิทํ วุจฺจติ โมสวชฺชํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati mosavajjaṁ.
mnd7:49.1 #
อปิจ ตีหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ✎ ร่าง
Api ca tīhākārehi musāvādo hoti.
mnd7:49.2 #
ปุพฺเพวสฺส โหติ✎ ร่าง
Pubbevassa hoti—
mnd7:49.3 #
มุสา ภณิสฺสนฺติ ภณนฺตสฺส โหติ✎ ร่าง
“musā bhaṇissan”ti, bhaṇantassa hoti—
mnd7:49.4 #
มุสา ภณามีติ ภณิตสฺส โหติ✎ ร่าง
“musā bhaṇāmī”ti, bhaṇitassa hoti—
mnd7:49.5 #
มุสา มยา ภณิตนฺติ✎ ร่าง
“musā mayā bhaṇitan”ti.
mnd7:49.6 #
อิเมหิ ตีหากาเรหิ มุสาวาโท โหติ ฯ✎ ร่าง
Imehi tīhākārehi musāvādo hoti.
mnd7:49.7 #
อปิจ จตูหากาเรหิ✎ ร่าง
Api ca catūhākārehi musāvādo hoti.
mnd7:49.8 #
Pubbevassa hoti—
mnd7:49.9 #
“musā bhaṇissan”ti, bhaṇantassa hoti—
mnd7:49.10 #
“musā bhaṇāmī”ti, bhaṇitassa hoti—
mnd7:49.11 #
“musā mayā bhaṇitan”ti, vinidhāya diṭṭhiṁ.
mnd7:49.12 #
Imehi catūhākārehi musāvādo hoti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน