‹ กลับ
กามสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 29 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๒๙] คำว่า เหมือนบุคคลวิดน้ำในเรือแล้วไปถึงฝั่ง ฉะนั้น มีความว่า บุคคลวิด สาดออก ทิ้งออกซึ่งน้ำในเรืออันทำให้หนัก บรรทุกหนักแล้ว พึงไปถึงฝั่งด้วยเรือที่เบา โดย เร็วไว โดยไม่ลำบาก ฉันใด สัตว์ผู้เกิดมา กำหนดรู้วัตถุกามทั้งหลาย ละ ละทั่ว บรรเทา ทำให้สูญสิ้น ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง ซึ่งกิเลสกาม คือ ละ ละทั่ว บรรเทา ทำให้สูญสิ้น ให้ถึงความไม่มีในภายหลังซึ่งกามฉันทนิวรณ์ ... พยาบาทนิวรณ์ ... ถีนมิทธนิวรณ์ ... อุทธัจจ- *กุกกุจจนิวรณ์ ... วิจิกิจฉานิวรณ์ พึงไปถึงฝั่งโดยเร็วไว โดยไม่ลำบาก ฉันนั้น. อมตนิพพาน เรียกว่า ฝั่ง ได้แก่ ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่คลายกำหนัด เป็นที่ดับ เป็นที่ออกไป จากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด พึงถึง บรรลุ ถูกต้อง ทำให้แจ้งซึ่งฝั่ง. คำว่า ถึงฝั่ง คือ ผู้ใด ใคร่เพื่อจะถึงฝั่ง ผู้นั้นชื่อว่า ผู้ถึงฝั่ง ผู้ใดย่อมไปสู่ฝั่ง ผู้นั้นชื่อว่า ผู้ถึงฝั่ง ผู้ใด ถึงฝั่งแล้ว ผู้นั้นชื่อว่า ผู้ถึงฝั่ง. สมเด็จจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลผู้ข้ามพ้นแล้วถึงฝั่งแล้ว ดำรงอยู่บนบก ชื่อว่า เป็นพราหมณ์. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า พราหมณ์ เป็นชื่อพระอรหันต์ พระอรหันต์นั้น ถึงฝั่งด้วยการรู้ยิ่ง ถึงฝั่งด้วยการกำหนดรู้ ถึงฝั่งด้วยการละ ถึงฝั่งด้วยการเจริญ ถึงฝั่งด้วยการ ทำให้แจ้ง ถึงฝั่งด้วยการบรรลุ ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ด้วยการรู้ยิ่ง ถึงฝั่งแห่งทุกข์ทั้งปวง ด้วยการกำหนดรู้ ถึงฝั่งแห่งกิเลสทั้งปวง ด้วยการละ ถึงฝั่งแห่งอริยมรรค ๔ ด้วยการเจริญ ถึงฝั่งแห่งนิโรธ ด้วยการทำให้แจ้ง ถึงฝั่งแห่งสมาบัติทั้งปวง ด้วยการบรรลุ พระอรหันต์นั้น ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยสมาธิ ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยปัญญา ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยวิมุติ พระอรหันต์นั้น ไปสู่ฝั่งแล้ว ถึงฝั่งแล้ว ไปสู่ส่วนสุดแล้ว ถึงส่วนสุดแล้ว ไปสู่ที่สุดแล้ว ถึงที่สุดแล้ว ไปสู่ที่สุดรอบแล้ว ถึงที่สุดรอบแล้ว ไปสู่ความสำเร็จแล้ว ถึงความสำเร็จแล้ว ไปสู่ที่ป้องกันแล้ว ถึงที่ป้องกันแล้ว ไปสู่ที่ลับแล้ว ถึงที่ลับแล้ว ไปสู่ที่พึ่งแล้ว ถึงที่พึ่ง แล้ว ไปสู่ที่ไม่มีภัยแล้ว ถึงที่ไม่มีภัยแล้ว ไปสู่ที่ไม่จุติแล้ว ถึงที่ไม่จุติแล้ว ไปสู่ที่ไม่ตาย แล้ว ถึงที่ไม่ตายแล้ว ไปสู่นิพพานแล้ว ถึงนิพพานแล้ว พระอรหันต์นั้น อยู่จบแล้ว ประพฤติจรณะแล้ว มีทางไกลอันถึงแล้ว มีทิศอันถึงแล้ว มีที่สุดอันถึงแล้ว มีพรหมจรรย์ อันรักษาแล้ว ถึงทิฏฐิอันอุดมแล้ว มีมรรคอันเจริญแล้ว มีกิเลสอันละเสียแล้ว มีการแทง- *ตลอดมิได้กำเริบ มีนิโรธอันทำให้แจ้งแล้ว มีทุกข์อันกำหนดรู้แล้ว มีสมุทัยอันละแล้ว มีนิโรธ อันทำให้แจ้งแล้ว มีมรรคอันเจริญแล้ว มีธรรมที่ควรรู้ยิ่งอันได้รู้ยิ่งแล้ว มีธรรมที่ควรกำหนดรู้ กำหนดรู้แล้ว มีธรรมที่ควรละอันละแล้ว มีธรรมที่ควรเจริญอันเจริญแล้ว มีธรรมที่ควรทำให้ แจ้งอันทำให้แจ้งแล้ว พระอรหันต์นั้น มีอวิชชาเป็นลิ่มสลักอันถอนเสียแล้ว มีกรรมเป็นคูอัน กำจัดเสียแล้ว มีตัณหาเป็นเสาระเนียดอันถอนเสียแล้ว ไม่มีสัญโญชน์เป็นบานประตู เป็น ผู้ไกลจากกิเลสอันเป็นข้าศึก มีมานะเป็นธงอันให้ตกไปแล้ว มีภาระอันปลงเสียแล้ว มีโยค กิเลสมิได้เกี่ยวข้อง มีองค์ห้าอันละเสียแล้ว ประกอบด้วยองค์หก มีสติเป็นธรรมเอกเป็น เครื่องรักษา มีธรรมเป็นเครื่องอาศัยสี่ มีทิฏฐิสัจจะเฉพาะอย่างอันบรรเทาเสียแล้ว มีการแสวง หาอันชอบ ไม่หย่อน ประเสริฐ มีความดำริมิได้ขุ่นมัว มีกายสังขารอันระงับแล้ว มีจิตพ้นดีแล้ว มีปัญญาพ้นดีแล้ว เป็นผู้มีความบริบูรณ์ มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว เป็นอุดมบุรุษ เป็นบรมบุรุษ ถึงความบรรลุปรมัตถะ พระอรหันต์นั้น มิได้ก่อ มิได้กำจัด กำจัดตั้งอยู่แล้ว มิได้ละ มิได้ถือมั่น ละแล้วจึงตั้งอยู่ มิได้เย็บ มิได้ยก เย็บแล้วจึงตั้งอยู่ มิได้ดับ มิได้ให้ลุก ดับแล้วจึงตั้งอยู่ ดำรงอยู่ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณ- *ทัสสนขันธ์ ซึ่งเป็นอเสขะ แทงตลอดอริยสัจจะแล้วจึงตั้งอยู่ ก้าวล่วงตัณหาอย่างนี้แล้ว จึง ตั้งอยู่ ดับไฟกิเลสแล้วจึงตั้งอยู่ ตั้งอยู่เพราะเป็นผู้ไม่ต้องไปรอบ ยึดถือเอายอดแล้ว ตั้งอยู่ ตั้งอยู่เพราะเป็นผู้ซ่องเสพวิมุติ ดำรงอยู่ด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาอันบริสุทธิ์ ดำรง อยู่ด้วยความบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ดำรงอยู่ในความเป็นผู้ไม่แข็งกระด้างด้วยตัณหาทิฏฐิ มานะ อันบริสุทธิ์ ตั้งอยู่เพราะเป็นผู้หลุดพ้น ตั้งอยู่เพราะเป็นผู้สันโดษ ตั้งอยู่ในส่วนสุดรอบแห่งขันธ์ ธาตุ อายตนะ คติ อุปบัติ ปฏิสนธิ ภพ สงสาร วัฏฏะ ตั้งอยู่ในภพอันมีในที่สุด ตั้งอยู่ ในสรีระที่สุด ทรงไว้ซึ่งร่างกายที่สุด. สมจริงดังประพันธ์คาถาว่า:- พระขีณาสพนั้น มีภพนี้เป็นที่สุด มีสรีระนี้เป็นทีหลัง มิได้ มีชาติ มรณะ สงสาร และภพใหม่. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เหมือนบุคคลวิดน้ำในเรือแล้วไปถึงฝั่ง ฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เพราะเหตุนั้น สัตว์ผู้เกิดมา พึงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ พึงเว้นขาดกาม ทั้งหลาย ครั้นเว้นขาดกามเหล่านั้น พึงข้ามโอฆะได้ เหมือนบุคคล วิดน้ำในเรือแล้วไปถึงฝั่ง ฉะนั้น ดังนี้.
เทียบรายประโยค (78 ประโยค)
mnd1:78.1 #
นาวํ สิตฺวาว ปารคูติ✎ ร่าง
Nāvaṁ sitvāva pāragūti.
อ้างอิงPTS 20 · สยามรัฐ 29.23 · ฉัฏฐสังคายนา 77.15 · พุทธชยันตี 33.28
mnd1:78.2 #
ยถา ครุกํ นาวํ ภาริกํ อุทกํ สิญฺจิตฺวา ๒- โอสิญฺจิตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา ลหุกาย นาวาย ขิปฺปํ ลหุํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปิสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. สิตฺวา ฯ อปฺปกสิเรเนว ปารํ คจฺเฉยฺย✎ ร่าง
Yathā garukaṁ nāvaṁ bhārikaṁ udakaṁ sitvā osiñcitvā chaḍḍetvā lahukāya nāvāya khippaṁ lahuṁ appakasireneva pāraṁ gaccheyya;
mnd1:78.3 #
เอวเมว วตฺถุกาเม ปริชานิตฺวา กิเลสกาเม ปหาย ปชหิตฺวา วิโนทิตฺวา พฺยนฺตีกริตฺวา อนภาวงฺคมิตฺวา✎ ร่าง
evamevaṁ vatthukāme parijānitvā kilesakāme pahāya pajahitvā vinodetvā byantiṁ karitvā anabhāvaṁ gamitvā;
mnd1:78.4 #
กามจฺฉนฺทนีวรณํ✎ ร่าง
kāmacchandanīvaraṇaṁ …
mnd1:78.5 #
พฺยาปาทนีวรณํ✎ ร่าง
byāpādanīvaraṇaṁ …
mnd1:78.6 #
ถีนมิทฺธนีวรณํ✎ ร่าง
thinamiddhanīvaraṇaṁ …
mnd1:78.7 #
อุทฺธจฺจ- กุกฺกุจฺจนีวรณํ✎ ร่าง
uddhaccakukkuccanīvaraṇaṁ …
mnd1:78.8 #
วิจิกิจฺฉานีวรณํ ปหาย ปชหิตฺวา วิโนทิตฺวา พฺยนฺตีกริตฺวา อนภาวงฺคมิตฺวา ขิปฺปํ ลหุํ อปฺปกสิเรเนว ปารํ คจฺเฉยฺย ฯ✎ ร่าง
vicikicchānīvaraṇaṁ pahāya pajahitvā vinodetvā byantiṁ karitvā anabhāvaṁ gamitvā khippaṁ lahuṁ appakasireneva pāraṁ gaccheyya.
mnd1:78.9 #
ปารํ วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Pāraṁ vuccati amataṁ nibbānaṁ.
mnd1:78.10 #
โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Yo so sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ.
mnd1:78.11 #
ปารํ คจฺเฉยฺย✎ ร่าง
Pāraṁ gaccheyyāti—
mnd1:78.12 #
ปารํ อธิคจฺเฉยฺย ปารํ ผุเสยฺย ปารํ สจฺฉิกเรยฺย ฯ✎ ร่าง
pāraṁ adhigaccheyya, pāraṁ phuseyya, pāraṁ sacchikareyya.
mnd1:78.13 #
ปารคูติ โยปิ ปารํ คนฺตุกาโม โสปิ ปารคู✎ ร่าง
Pāragūti yopi pāraṁ gantukāmo sopi pāragū;
mnd1:78.14 #
โยปิ ปารํ คจฺฉติ โสปิ ปารคู✎ ร่าง
yopi pāraṁ gacchati sopi pāragū;
mnd1:78.15 #
โยปิ ปารํ คโต โสปิ ปารคู ฯ✎ ร่าง
yopi pāraṅgato, sopi pāragū.
mnd1:79.1 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttampi hetaṁ bhagavatā—
mnd1:80.1 #
ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณติ ฯ พฺราหฺมโณติ โข ภิกฺขเว อรหโต เอตํ อธิวจนํ✎ ร่าง
“Tiṇṇo pāraṅgato thale tiṭṭhati brāhmaṇoti kho, bhikkhave, arahato etaṁ adhivacanaṁ.
อ้างอิงPTS 21 · สยามรัฐ 29.24 · พุทธชยันตี 33.30
mnd1:80.2 #
โส อภิญฺญาปารคู ปริญฺญาปารคู ปหานปารคู ภาวนาปารคู สจฺฉิกิริยาปารคู สมาปตฺติปารคู✎ ร่าง
So abhiññāpāragū pariññāpāragū pahānapāragū bhāvanāpāragū sacchikiriyāpāragū samāpattipāragū.
mnd1:80.3 #
อภิญฺญาปารคู สพฺพธมฺมานํ ปริญฺญาปารคู สพฺพทุกฺขานํ ปหานปารคู สพฺพกิเลสานํ ภาวนาปารคู จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ สจฺฉิกิริยาปารคู นิโรธสฺส สมาปตฺติปารคู สพฺพสมาปตฺตีนํ✎ ร่าง
Abhiññāpāragū sabbadhammānaṁ, pariññāpāragū sabbadukkhānaṁ, pahānapāragū sabbakilesānaṁ, bhāvanāpāragū catunnaṁ ariyamaggānaṁ, sacchikiriyāpāragū nirodhassa, samāpattipāragū sabbasamāpattīnaṁ.
mnd1:80.4 #
โส วสิปฺปตฺโต ปารมิปฺปตฺโต อริยสฺมึ สีลสฺมึ วสิปฺปตฺโต ปารมิปฺปตฺโต อริยสฺมึ สมาธิสฺมึ วสิปฺปตฺโต ปารมิปฺปตฺโต อริยาย ปญฺญาย วสิปฺปตฺโต ปารมิปฺปตฺโต อริยาย วิมุตฺติยา✎ ร่าง
So vasippatto pāramippatto ariyasmiṁ sīlasmiṁ, vasippatto pāramippatto ariyasmiṁ samādhismiṁ, vasippatto pāramippatto ariyāya paññāya, vasippatto pāramippatto ariyāya vimuttiyā.
mnd1:80.5 #
โส ปารคโต ปารปฺปตฺโต อนฺตคโต อนฺตปฺปตฺโต โกฏิคโต โกฏิปฺปตฺโต ปริยนฺตคโต ปริยนฺตปฺปตฺโต โวสานคโต โวสานปฺปตฺโต ตาณคโต ตาณปฺปตฺโต เลณคโต เลณปฺปตฺโต สรณคโต สรณปฺปตฺโต อภยคโต อภยปฺปตฺโต อจฺจุตคโต อจฺจุตปฺปตฺโต อมตคโต อมตปฺปตฺโต นิพฺพานคโต นิพฺพานปฺปตฺโต✎ ร่าง
So pāraṅgato pārappatto antagato antappatto koṭigato koṭippatto pariyantagato pariyantappatto vosānagato vosānappatto tāṇagato tāṇappatto leṇagato leṇappatto saraṇagato saraṇappatto abhayagato abhayappatto accutagato accutappatto amatagato amatappatto nibbānagato nibbānappatto.
mnd1:80.6 #
โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ คตทฺโธ คตทิโส คตโกฏิโก ปาลิตพฺรหฺมจริโย อุตฺตมทิฏฺฐิปฺปตฺโต ภาวิตมคฺโค ปหีนกิเลโส ปฏิวิทฺธากุปฺโป สจฺฉิกตนิโรโธ ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน มคฺโค ภาวิโต นิโรโธ สจฺฉิกโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ✎ ร่าง
So vuṭṭhavāso ciṇṇacaraṇo gataddho gatadiso gatakoṭiko pālitabrahmacariyo uttamadiṭṭhippatto bhāvitamaggo pahīnakileso paṭividdhākuppo sacchikatanirodho, dukkhaṁ tassa pariññātaṁ, samudayo pahīno, maggo bhāvito, nirodho sacchikato, abhiññeyyaṁ abhiññātaṁ, pariññeyyaṁ pariññātaṁ, pahātabbaṁ pahīnaṁ, bhāvetabbaṁ bhāvitaṁ, sacchikātabbaṁ sacchikataṁ.
mnd1:81.1 #
โส อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริกฺโข อพฺพูเฬฺหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต ปญฺจงฺควิปฺปหีโน ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปนุณฺณปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญ เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโส ปรมปุริโส ปรมปฺปตฺติปฺปตฺโต✎ ร่าง
So ukkhittapaligho saṅkiṇṇaparikkho abbuḷhesiko niraggaḷo ariyo pannaddhajo pannabhāro visaññutto pañcaṅgavippahīno chaḷaṅgasamannāgato ekārakkho caturāpasseno panuṇṇapaccekasacco samavayasaṭṭhesano anāvilasaṅkappo passaddhakāyasaṅkhāro suvimuttacitto suvimuttapañño kevalī vusitavā uttamapuriso paramapuriso paramapattippatto.
อ้างอิงPTS 22 · สยามรัฐ 29.25 · ฉัฏฐสังคายนา 77.16
mnd1:81.2 #
โส เนว อาจินาติ ๑- น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
So nevācinati nāpacinati, apacinitvā ṭhito.
mnd1:81.3 #
เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Neva pajahati na upādiyati, pajahitvā ṭhito.
mnd1:81.4 #
เนว วิสิเนติ ๒- น อุสฺสิเนติ วิสิเนตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Neva saṁsibbati na ussineti, visinitvā ṭhito.
mnd1:81.5 #
เนว วิธุเปติ น สนฺธุเปติ วิธุเปตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Neva vidhūpeti na sandhūpeti, vidhūpetvā ṭhito.
mnd1:81.6 #
อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
Asekkhena sīlakkhandhena samannāgatattā ṭhito.
mnd1:81.7 #
อเสกฺเขน สมาธิกฺขนฺเธน✎ ร่าง
Asekkhena samādhikkhandhena …
mnd1:81.8 #
อเสกฺเขน ปญฺญากฺขนฺเธน✎ ร่าง
asekkhena paññākkhandhena …
mnd1:81.9 #
อเสกฺเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน✎ ร่าง
asekkhena vimuttikkhandhena …
mnd1:81.10 #
อเสกฺเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน @เชิงอรรถ: ๑ โป. เนว อาจิณฺณาติ น อปจินติ อปวีทิตฺวา ฯ ม. เนวาจินติ ฯ ๒ ม. เนว@สํสิพฺพติ ฯ สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
asekkhena vimuttiñāṇadassanakkhandhena samannāgatattā ṭhito.
mnd1:81.11 #
สจฺจํ ปฏิปาทยิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Saccaṁ sampaṭipādiyitvā ṭhito.
mnd1:81.12 #
เอวํ ๑- สมติกฺกมิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Ejaṁ samatikkamitvā ṭhito.
mnd1:81.13 #
กิเลสคฺคึ ปริยาทยิตฺวา ฐิโต✎ ร่าง
Kilesaggiṁ pariyādiyitvā ṭhito,
mnd1:81.14 #
อปริคมนตาย ฐิโต✎ ร่าง
aparigamanatāya ṭhito,
mnd1:81.15 #
กุฏํ ๒- สมาทาย ฐิโต✎ ร่าง
kaṭaṁ samādāya ṭhito,
mnd1:81.16 #
มุตฺติปฏิเสวนตาย ฐิโต✎ ร่าง
muttipaṭisevanatāya ṭhito,
mnd1:81.17 #
เมตฺตาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
mettāya pārisuddhiyā ṭhito,
mnd1:81.18 #
กรุณาย✎ ร่าง
karuṇāya …
mnd1:81.19 #
มุทิตาย✎ ร่าง
muditāya …
mnd1:81.20 #
อุเปกฺขาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
upekkhāya pārisuddhiyā ṭhito,
mnd1:81.21 #
อจฺจนฺตปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
accantapārisuddhiyā ṭhito,
mnd1:81.22 #
อกมฺมญฺญตาย ๓- ปาริสุทฺธิยา ฐิโต✎ ร่าง
atammayatāya pārisuddhiyā ṭhito,
mnd1:81.23 #
วิมุตฺตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
vimuttattā ṭhito,
mnd1:81.24 #
สนฺตุสิตตฺตา ฐิโต✎ ร่าง
santussitattā ṭhito,
mnd1:81.25 #
ขนฺธปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
khandhapariyante ṭhito,
mnd1:81.26 #
ธาตุปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
dhātupariyante ṭhito,
mnd1:81.27 #
อายตนปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
āyatanapariyante ṭhito,
mnd1:81.28 #
คติปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
gatipariyante ṭhito,
mnd1:81.29 #
อุปปตฺติปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
upapattipariyante ṭhito,
mnd1:81.30 #
ปฏิสนฺธิปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
paṭisandhipariyante ṭhito,
mnd1:81.31 #
ภวปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
bhavapariyante ṭhito,
mnd1:81.32 #
สํสารปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
saṁsārapariyante ṭhito,
mnd1:81.33 #
วฏฺฏปริยนฺเต ฐิโต✎ ร่าง
vaṭṭapariyante ṭhito,
mnd1:81.34 #
อนฺติมภเว ฐิโต✎ ร่าง
antime bhave ṭhito,
mnd1:81.35 #
อนฺติมสมุสฺสเย ฐิโต✎ ร่าง
antime samussaye ṭhito,
mnd1:81.36 #
อนฺติมเทหธโร อรหา ฯ✎ ร่าง
antimadehadharo arahā.
mnd1:82.1 #
ตสฺสายํ ปจฺฉิมโก ภโว✎ ร่าง
Tassāyaṁ pacchimako bhavo,
mnd1:82.2 #
จริโมยํ สมุสฺสโย✎ ร่าง
carimoyaṁ samussayo;
mnd1:82.3 #
ชาติมรณสํสาโร✎ ร่าง
Jātimaraṇasaṁsāro,
mnd1:82.4 #
นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ ฯ✎ ร่าง
natthi tassa punabbhavo”ti.
mnd1:83.1 #
นาวํ สิตฺวาว ปารคู ฯ✎ ร่าง
Nāvaṁ sitvāva pāragūti.
mnd1:83.2 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd1:84.1 #
ตสฺมา ชนฺตุ สทา สโต✎ ร่าง
“Tasmā jantu sadā sato,
mnd1:84.2 #
กามานิ ปริวชฺชเย✎ ร่าง
kāmāni parivajjaye;
mnd1:84.3 #
เต ปหาย ตเร โอฆํ✎ ร่าง
Te pahāya tare oghaṁ,
mnd1:84.4 #
นาวํ สิตฺวาว ปารคูติ ฯ ปฐโม✎ ร่าง
nāvaṁ sitvāva pāragū”ti.
mnd1:85.1 #
กามสุตฺตนิทฺเทโส✎ ร่าง
Kāmasuttaniddeso paṭhamo.
mnd2:7.4 #
saññūpayaṁ …
mnd2:24.19 #
ghāna,
mnd2:24.20 #
jivhā,
mnd2:24.21 #
kāya,
mnd2:25.8 #
yasā dummocayā,
mnd2:0.1 #
นิ✎ ร่าง
Mahāniddesa
mnd2:0.2 #
ฏฺฐิโต✎ ร่าง
Aṭṭhakavagga
mnd2:0.3 #
ฯ -------------- @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. เอชํ ฯ ๒ ม. ยุ. กฏํ ฯ ๓ ม. อกมฺยตาย ฯ ทุติโย คุหฏฺฐกสุตฺตนิทฺเทโส✎ ร่าง
2. Guhaṭṭhakasuttaniddesa
mnd2:1.1 #
Atha guhaṭṭhakasuttaniddesaṁ vakkhati—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.17 · พุทธชยันตี 33.32
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน