‹ กลับ
ปุราเภทสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 399 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๖๑๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๙๙] ชื่อว่า ความคะนอง ในคำว่า ผู้ไม่คะนอง ไม่เป็นที่รังเกียจ ได้แก่ ความ คะนอง ๓ อย่าง คือ ความคะนองทางกาย ๑ ความคะนองทางวาจา ๑ ความคะนองทางจิต ๑. ความคะนองทางกายเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในสงฆ์ก็ดี อยู่ในคณะ ก็ดี อยู่ในโรงฉันก็ดี อยู่ในเรือนไฟก็ดี อยู่ที่ท่าน้ำก็ดี กำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้านก็ดี เข้าไปสู่ ละแวกบ้านแล้วก็ดี ก็แสดงความคะนองทางกาย. ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน สงฆ์ ไม่ทำความยำเกรง ยืนเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง นั่งเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะที่สูงบ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็ง (ไม่ ก้ม) พูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน คณะ ไม่ทำความยำเกรง เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระไม่สวมรองเท้าเดินอยู่ ก็สวมรองเท้าเดินไป เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระเดินอยู่ในที่จงกรมต่ำ ก็เดินในที่จงกรมสูง เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระเดิน อยู่บนแผ่นดิน ก็เดินในที่จงกรม ยืนเบียดบ้าง นั่งเบียดบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะที่สูงบ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ใน คณะแสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในโรงฉันแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ ในโรงฉัน ไม่ทำความยำเกรง นั่งแทรกแซงพวกภิกษุบางรูปที่เป็นเถระบ้าง นั่งกีดกันอาสนะ พวกภิกษุที่เป็นนวกะบ้าง ยืนเบียดบ้าง นั่งเบียดบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบน อาสนะที่สูงบ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในโรงฉัน แสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในเรือนไฟแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ ในเรือนไฟ ไม่ทำความยำเกรง ยืนเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง นั่งเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระ บ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะที่สูงบ้าง ไม่บอกก่อนแล้วใส่ฟืนบ้าง ไม่ บอกก่อนแล้วปิดประตูบ้าง ภิกษุอยู่ในเรือนไฟแสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ที่ท่าน้ำแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ที่ ท่าน้ำ ไม่ทำความยำเกรง ลงเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ลงข้างหน้าบ้าง อาบเบียดบ้าง อาบ ข้างหน้าบ้าง อาบเหนือน้ำบ้าง ขึ้นเบียดบ้าง ขึ้นข้างหน้าบ้าง ขึ้นข้างเหนือน้ำบ้าง ภิกษุอยู่ที่ ท่าน้ำแสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุกำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้านแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรม วินัยนี้ กำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้าน ไม่ทำความยำเกรง เดินเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง เดิน ข้างหน้าบ้าง เดินขึ้นหน้าพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ภิกษุกำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้านแสดงความ คะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุเข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปใน ธรรมวินัยนี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้ว เมื่อเขาไม่บอกว่า เข้าไปเถิดพระคุณเจ้า ก็เข้าไป เมื่อเขา ไม่บอกว่า ยืนเถิดพระคุณเจ้า ก็ยืน เมื่อเขาไม่บอกว่า นั่งเถิดพระคุณเจ้า ก็นั่ง เข้าไปสู่ที เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง ยืนในที่เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง นั่งในที่เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง ผลุนผลัน เข้าไปในห้องเล็กลับปิดบังของสกุล อันเป็นที่นั่งอยู่แห่งหญิงของสกุล ธิดาของสกุล สะใภ้ ของสกุล กุมารีของสกุลบ้าง จับศีรษะเด็กบ้าง ภิกษุเข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วแสดงความคะนอง ทางกายอย่างนี้ นี้ชื่อว่า ความคะนองทางกาย. ความคะนองทางวาจาเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในสงฆ์ก็ดี อยู่ในคณะ ก็ดี เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วก็ดี ย่อมแสดงความคะนองทางวาจา. ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน สงฆ์ ไม่ทำความยำเกรง ไม่บอกพวกภิกษุที่เป็นเถระก่อน หรืออันพวกภิกษุที่เป็นเถระไม่เชื้อ เชิญ ก็แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แก้ปัญหาเอง สวดปาติโมกข์เอง ยืนตัวแข็ง พูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน คณะ ไม่ทำความยำเกรง ไม่บอกแก่พวกภิกษุที่เป็นเถระก่อน หรืออันพวกภิกษุที่เป็นเถระไม่เชื้อ เชิญ ก็แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แก้ปัญหาเอง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูด บ้าง แสดงธรรมแก่ภิกษุณีทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แสดงธรรมแก่อุบาสกทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แสดงธรรมแก่อุบาสิกาทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แก้ปัญหาเอง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูด บ้าง ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้. ภิกษุเข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วแสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรม วินัยนี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้ว พูดกะสตรีบ้าง กุมารีบ้าง พูดฟุ้งไปว่า ดูกรหญิงมีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ สิ่งอะไรมีอยู่ ยาคูมีไหม ภัตมีไหม ของควรเคี้ยวมีไหม พวกเราจะดื่มอะไร จะฉันอะไร จะเคี้ยวอะไร สิ่งอะไรมีหรือ หรือท่านทั้งหลายจะให้อะไรแก่เรา ภิกษุเข้าไปสู่ ละแวกบ้านแล้วแสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้ นี้ชื่อว่า ความคะนองทางวาจา. ความคะนองทางจิตเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มิใช่เป็นผู้ออกบวชจาก สกุลสูง ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลสูง. มิใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลใหญ่ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลใหญ่. มิใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติ มาก ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติมาก. มิใช่เป็นผู้ออกบวชจาก สกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ มิใช่เป็นผู้ทรงจำพระสูตร ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุผู้ทรงจำพระสูตร มิใช่เป็นผู้ทรงพระวินัย ... มิใช่เป็นพระธรรมกถึก ... มิใช่เป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถือเที่ยว บิณฑบาตไปตามลำดับตรอกเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถือไม่ฉันภัตหนหลังเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ ถือไม่นอนเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ถืออยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดให้อย่างไรเป็นวัตร ... มิใช่เป็นผู้ ได้ปฐมฌาน ฯลฯ มิใช่เป็นผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ. นี้ชื่อว่า ความคะนองทางจิต. ความคะนอง ๓ ประการนี้ บุคคลใดละ ตัดขาด สงบ ระงับแล้ว ทำไม่ให้ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ บุคคล นั้นเรียกว่า ผู้ไม่คะนอง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ไม่คะนอง.
เทียบรายประโยค (44 ประโยค)
mnd10:47.1 #
อปฺปคพฺโภ อเชคุจฺโฉติ✎ ร่าง
Appagabbho ajegucchoti.
อ้างอิงPTS 228 · ฉัฏฐสังคายนา 77.166
mnd10:47.2 #
ปาคพฺภิยนฺติ ตีณิ ปาคพฺภิยานิ✎ ร่าง
Pāgabbhiyanti tīṇi pāgabbhiyāni—
mnd10:47.3 #
กายิกํ ปาคพฺภิยํ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ เจตสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ, vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ, cetasikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd10:47.4 #
กตมํ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ?
mnd10:47.5 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ คณคโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ โภชนสาลายปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ชนฺตาฆเรปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อุทกติตฺเถปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagatopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, gaṇagatopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, bhojanasālāyampi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, jantāgharepi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, udakatitthepi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ pavisantopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ paviṭṭhopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:48.1 #
กถํ สงฺฆคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ saṅghagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.273
mnd10:48.2 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagato acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvāpi nisīdati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:48.3 #
เอวํ สงฺฆคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ saṅghagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:49.1 #
กถํ คณคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ gaṇagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd10:49.2 #
อิเธกจฺโจ คณคโต อจิตฺติการกโต เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุปาหนานํ จงฺกมนฺตานํ สอุปาหโน จงฺกมติ นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺตานํ อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ ฉมายํ จงฺกมนฺตานํ จงฺกเม จงฺกมติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco gaṇagato acittīkārakato therānaṁ bhikkhūnaṁ anupāhanānaṁ caṅkamantānaṁ saupāhano caṅkamati, nīce caṅkame caṅkamantānaṁ ucce caṅkame caṅkamati, chamāya caṅkamantānaṁ caṅkame caṅkamati, ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvā nisīdati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:49.3 #
เอวํ คณคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ gaṇagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:50.1 #
กถํ โภชนสาลาย กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhojanasālāyaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.310
mnd10:50.2 #
อิเธกจฺโจ โภชนสาลาย อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทติ นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco bhojanasālāyaṁ acittīkārakato there bhikkhū anupakhajja nisīdati, navepi bhikkhū āsanena paṭibāhati, ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvāpi nisīdati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:50.3 #
เอวํ โภชนสาลาย กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ bhojanasālāyaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:51.1 #
กถํ ชนฺตาฆเร กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ jantāghare kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงPTS 229 · สยามรัฐ 29.274
mnd10:72.5 #
samādhindriyaṁ …
mnd10:51.2 #
อิเธกจฺโจ ชนฺตาฆเร อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ อนาปุจฺฉาปิ กฏฺฐํ ปกฺขิปติ อนาปุจฺฉาปิ ทฺวารํ ปิทหติ✎ ร่าง
Idhekacco jantāghare acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, anāpucchampi anajjhiṭṭhopi kaṭṭhaṁ pakkhipati, dvārampi pidahati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:51.3 #
เอวํ ชนฺตาฆเร กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ jantāghare kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:52.1 #
กถํ อุทกติตฺเถ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ udakatitthe kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.167
mnd10:52.2 #
อิเธกจฺโจ อุทกติตฺเถ อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ โอตรติ ปุรโตปิ โอตรติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นฺหายติ ปุรโตปิ นฺหายติ อุปริปิ ๑- นฺหายติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ อุตฺตรติ ปุรโตปิ อุตฺตรติ อุปริปิ ๒- อุตฺตรติ✎ ร่าง
Idhekacco udakatitthe acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi otarati, puratopi otarati, ghaṭṭayantopi nhāyati, puratopi nhāyati, uparitopi nhāyati, ghaṭṭayantopi uttarati, puratopi uttarati, uparitopi uttarati.
mnd10:52.3 #
เอวํ อุทกติตฺเถ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ udakatitthe kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:53.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ pavisanto kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd10:53.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ คจฺฉติ ปุรโตปิ คจฺฉติ โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต คจฺฉติ✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ pavisanto acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi gacchati, puratopi gacchati, vokkammāpi therānaṁ bhikkhūnaṁ purato purato gacchati.
mnd10:53.3 #
เอวํ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ antaragharaṁ pavisanto kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:54.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ paviṭṭho kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd10:54.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ น ปวิส ภนฺเตติ วุจฺจมาโน ปวิสติ น ติฏฺฐ ภนฺเตติ วุจฺจมาโน ติฏฺฐติ น นิสีท ภนฺเตติ วุจฺจมาโน นิสีทติ อโนกาสมฺปิ ปวิสติ อโนกาเสปิ ติฏฺฐติ อโนกาเสปิ นิสีทติ ยานิ ตานิ โหนฺติ กุลานํ โอวรกานิ คูฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ จ✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ paviṭṭho, “na pavisa, bhante”ti vuccamāno pavisati, “na tiṭṭha, bhante”ti vuccamāno tiṭṭhati, “na nisīda, bhante”ti vuccamāno nisīdati, anokāsampi pavisati, anokāsepi tiṭṭhati, anokāsepi nisīdati, yānipi tāni honti kulānaṁ ovarakāni gūḷhāni ca paṭicchannāni ca.
mnd10:54.3 #
ยตฺถ กุลิตฺถิโย กุลธีตโร กุลสุณฺหาโย กุลกุมาริโย นิสีทนฺติ ตตฺถปิ สหสา ปวิสติ กุมารกสฺสปิ สีสํ ปรามสติ✎ ร่าง
Yattha kulitthiyo kuladhītaro kulasuṇhāyo kulakumāriyo nisīdanti, tatthapi sahasā pavisati kumārakassapi siraṁ parāmasati.
mnd10:54.4 #
เอวํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ antaragharaṁ paviṭṭho kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti—
mnd10:54.5 #
อิทํ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:55.1 #
กตมํ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงPTS 230 · สยามรัฐ 29.275
mnd10:55.2 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ วาจสิกํ@เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. อุปริโตปิ ฯ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ คณคโตปิ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagatopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, gaṇagatopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ paviṭṭhopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:56.1 #
กถํ สงฺฆคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ saṅghagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd10:56.2 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา วา อนชฺฌิฏฺโฐ วา อารามคตานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ปาฏิโมกฺขํ อุทฺทิสติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagato acittīkārakato there bhikkhū anāpucchaṁ vā anajjhiṭṭho vā ārāmagatānaṁ bhikkhūnaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, pātimokkhaṁ uddisati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:56.3 #
เอวํ สงฺฆคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ saṅghagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:57.1 #
กถํ คณคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ gaṇagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.312
mnd10:57.2 #
อิเธกจฺโจ คณคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา วา อนชฺฌิฏฺโฐ วา อารามคตานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco gaṇagato acittīkārakato there bhikkhū anāpucchaṁ vā anajjhiṭṭho vā ārāmagatānaṁ bhikkhūnaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:57.3 #
อารามคตานํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Ārāmagatānaṁ bhikkhunīnaṁ upāsakānaṁ upāsikānaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd10:57.4 #
เอวํ คณคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ gaṇagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd10:58.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ paviṭṭho vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.168
mnd10:58.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ อิตฺถึ วา กุมารึ วา อาห✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ paviṭṭho itthiṁ vā kumāriṁ vā evamāha—
mnd10:58.3 #
อิตฺถนฺนาเม อิตฺถงฺโคตฺเต กึ อตฺถิ✎ ร่าง
“itthannāme itthaṅgotte kiṁ atthi?
mnd10:58.4 #
ยาคู อตฺถิ ภตฺตํ อตฺถิ ขาทนียํ อตฺถิ✎ ร่าง
Yāgu atthi, bhattaṁ atthi, khādanīyaṁ atthi.
mnd10:58.5 #
กึ ปิวิสฺสาม กึ ภุญฺชิสฺสาม กึ ขาทิสฺสาม✎ ร่าง
Kiṁ pivissāma, kiṁ bhuñjissāma, kiṁ khādissāma?
mnd10:58.6 #
กึ วา อตฺถิ กึ วา เม ทสฺสถาติ วิปฺปลปติ✎ ร่าง
Kiṁ vā atthi, kiṁ vā me dassathā”ti vippalapati, yā evarūpā vācā palāpo vippalāpo lālappo lālappanā lālappitattaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน